โป๊ปย้ำ แม่พระคือแบบอย่างของศาสนจักรและช่วยให้เรารักศาสนจักรมากขึ้น
➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงสอน แม่พระคือภาพของศาสนจักรที่สมบูรณ์ที่สุด เพราะแม่พระตอบรับพระวาจาของพระเจ้า ให้กำเนิดพระเยซู และเป็นมารดาของชุมชนผู้มีความเชื่อ
➡️ ทรงย้ำ แม่พระไม่เคยบดบังพระเยซูคริสต์ แต่ช่วยให้ผู้มีความเชื่อเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ และร่วมงานแห่งความรอดผ่านความเชื่อ ความหวัง และความรัก
➡️ ทรงชวนคริสตชนถามตัวเอง เราเป็นส่วนที่มีชีวิตของศาสนจักรจริงหรือไม่ เรารักศาสนจักรมากขึ้นหรือเปล่า
ช่วงสายวันพุธที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงเป็นประธานในการเข้าเฝ้าทั่วไป ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน โดยก่อนเริ่มการเทศน์สอน พระสันตะปาปาได้ไปคุกเข่าและภาวนา ณ จุดที่นักบุญจอห์น พอล ที่ 2 เคยถูกลอบปลงพระชนม์เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ค.ศ.1981 โอกาสที่วันนี้ครบ 42 ปีแห่งการลอบปลงพระชนม์ด้วย
ในส่วนเนื้อหาคำสอนของการเข้าเฝ้า พระสันตะปาปายังคงคำสอนต่อเนื่องจากธรรมนูญ “แสงสว่างแห่งนานาชาติ” (Lumen Gentium) โดยเน้นบทสุดท้ายที่กล่าวถึงแม่พระ และความสัมพันธ์ของแม่พระกับศาสนจักร ซึ่งใจความสำคัญของบทสอนวันนี้ Pope Report มาให้ดังนี้
1. แม่พระคือแบบอย่างของศาสนจักร และเป็นมารดาของชุมชนผู้มีความเชื่อ
พระสันตะปาปาเริ่มต้นด้วยการอธิบายว่า ในแม่พระ คริสตชนสามารถเห็นภาพของศาสนจักรได้อย่างชัดเจน ทั้งในความเชื่อ ความรัก และการเปิดรับพระประสงค์ของพระเจ้า
“แม่พระต้อนรับพระบุตรของพระเจ้าผู้รับสภาพมนุษย์และให้กำเนิดพระองค์ ด้วยการทำงานของพระจิต ดังนั้น ในแม่พระ เราจึงมองเห็นการเป็นแบบอย่างของศาสนจักร การเป็นผู้มีความสำคัญเป็นพิเศษในศาสนจักร และการเป็นมารดาของศาสนจักรด้วยความหมายลึกซึ้งของความเชื่อ”
“แม่พระเป็นผู้หญิงที่สะท้อนธรรมล้ำลึกของพระเจ้า นั่นคือแผนการแห่งความรอดซึ่งครั้งหนึ่งยังไม่ปรากฏชัด แต่บัดนี้ได้รับการเปิดเผยอย่างครบถ้วนในพระเยซูคริสต์” พระสันตะปาปาตรัสสอน
2. แม่พระไม่ได้ขวางทางเราไปหาพระเยซูคริสต์ แต่ช่วยให้เราเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์
จากนั้น พระสันตะปาปาย้ำคำสอนของสภาสังคายนาวาติกันที่ 2 ที่ว่า ศูนย์กลางของความรอดคือพระเยซูคริสต์เพียงผู้เดียว บทบาทของแม่พระจึงไม่ได้ทำให้คริสตชนห่างจากพระองค์ แต่ช่วยให้เราเข้าใกล้และเป็นหนึ่งเดียวกับพระคริสต์มากขึ้น
พระสันตะปาปา ตรัสว่า “สภาสังคายนาวาติกันครั้งที่ 2 ย้ำว่า พระเยซูคริสต์คือคนกลางแห่งความรอดเพียงหนึ่งเดียว ส่วนแม่พระไม่ได้มาแทนที่พระเยซูคริสต์หรือทำให้ผู้มีความเชื่อห่างจากพระองค์ ตรงกันข้าม แม่พระช่วยพาเราเข้าใกล้พระคริสต์มากขึ้น เพราะตลอดชีวิตของแม่พระ แม่พระได้ร่วมงานแห่งความรอดด้วยการเชื่อฟัง มีความเชื่อ ความหวัง และความรัก ด้วยเหตุนี้ ศาสนจักรจึงมองแม่พระเป็นมารดาของเราในทางพระหรรษทาน”
3. แม่พระช่วยให้ศาสนจักรมองเห็นตัวเองชัดขึ้น
พระสันตะปาปาสอนว่า เมื่อศาสนจักรมองไปที่แม่พระ ศาสนจักรไม่ได้เห็นเพียงแบบอย่างของความเชื่อเท่านั้น แต่ยังเห็นภาพของตัวเองด้วย เพราะแม่พระคือภาพของสิ่งที่ศาสนจักรถูกเรียกให้เป็น นั่นคือการเปิดรับพระเจ้า ดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อ และร่วมมือกับพระองค์ในแผนการแห่งความรอด
“ธรรมล้ำลึกของศาสนจักรสะท้อนอยู่ในแม่พระด้วย ... ในพระมารดาของพระเจ้า ศาสนจักรรำพึงธรรมล้ำลึกของตนเอง ... เพราะในแม่พระ ศาสนจักรรู้จักต้นแบบของตนเอง นี่คือภาพอุดมคติของสิ่งที่ศาสนจักรถูกเรียกให้เป็น” พระสันตะปาปาทรงย้ำ
4. ขอให้เรารักศาสนจักรมากขึ้น ผ่านแบบอย่างของแม่พระ
ตอนท้าย พระสันตะปาปาชวนคริสตชนให้ถามตนเองว่า เราเป็นส่วนหนึ่งของศาสนจักรด้วยความเชื่อที่สุภาพถ่อมตนและมีชีวิตชีวาหรือไม่ และเรายอมให้แม่พระช่วยพาเราไปเป็นศิษย์ที่ซื่อสัตย์ของพระเยซูหรือไม่
“เราใช้ชีวิตการมีส่วนร่วมในศาสนจักรด้วยความเชื่อที่สุภาพถ่อมตนและมีชีวิตชีวาหรือไม่ ... เรามองไปยังแม่พระในฐานะแบบอย่าง ผู้มีความสำคัญเป็นพิเศษในศาสนจักร และมารดาของศาสนจักร และขอให้แม่พระช่วยเราเป็นศิษย์ที่ซื่อสัตย์ของพระบุตรของแม่พระหรือไม่” พระสันตะปาปาตั้งคำถามในตอนท้าย
Source:
- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/audiences/2026/documents/20260513-udienza-generale.html

Comments
Post a Comment