โป๊ปสอน เราไม่ได้ถูกพระเจ้ารัก เพราะรักษาบทบัญญัติ แต่ความรักของพระเจ้ามาก่อนบทบัญญัติ และเป็นพื้นฐานของความชอบธรรม

➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงสอน เราไม่ได้ถูกพระเจ้ารักเพราะรักษาบัญญัติ แต่ความรักของพระเจ้าคือพื้นฐานที่ทำให้เรารักษาบัญญัติได้ ไม่ใช่ผลลัพธ์ของความชอบธรรมของเรา


➡️ ทรงย้ำ พระเยซูคือมาตรฐานของความรักแท้ ความรักที่ไม่มีคำว่า “แต่” หรือ “บางที” ความรักที่ให้โดยไม่หวังครอบครองและให้ได้แม้กระทั่งชีวิต โดยไม่หวังผลตอบแทน

➡️ ทรงชี้ พระจิตคือผู้ช่วยเหลือที่พระเยซูส่งมาช่วยเราในการดำเนินชีวิต พร้อมเปรียบเทียบ “คนที่ชอบกล่าวโทษคนอื่น” คือบิดาของการโกหกที่ทำให้มนุษย์แตกแยก


➡️ โอกาสวันแม่สากล ทรงชวนคริสตชนภาวนาเพื่อ “คุณแม่ทุกท่าน” โดยเฉพาะคนเป็นแม่ที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก







ช่วงเที่ยงวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงเป็นประธานในการนำสวดบทราชินีแห่งสวรรค์ ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน โดยวันนี้ พระสันตะปาปาแบ่งปันข้อคิดจากพระวรสารประจำวันอาทิตย์ที่หกในเทศกาลปาสกา ซึ่งพระเยซูตรัสกับบรรดาศิษย์เรื่องความรัก บทบัญญัติ และพระจิต 


ในส่วนใจความสำคัญของบทแบ่งปันของพระสันตะปาปา Pope Report สรุปมาให้ดังนี้


1. เราไม่ได้ถูกรักเพราะรักษาบัญญัติ แต่ความรักของพระเจ้ามาก่อนบทบัญญัติ


พระสันตะปาปาเริ่มต้นด้วยการยกข้อความที่พระเยซูตรัสกับศิษย์ในอาหารค่ำมื้อสุดท้ายว่า “ถ้าท่านรักเรา ท่านจะรักษาบัญญัติของเรา” (จอห์น 14:15) พร้อมชี้ว่า คำพูดนี้มาเพื่อแก้ความเข้าใจผิดที่ว่าการรักษาบัญญัติคือเงื่อนไขที่จะทำให้พระเจ้ารักเรา


“คำกล่าวนี้ปลดปล่อยเราจากความเข้าใจผิดที่ว่า เราถูกรักเพราะเรารักษาบัญญัติ เหมือนกับว่าความชอบธรรมของเราคือเงื่อนไขเบื้องต้นสำหรับความรักของพระเจ้า ในทางตรงกันข้าม ความรักของพระเจ้าคือพื้นฐานของความชอบธรรมของเรา” พระสันตะปาปา ตรัสสอน


2. พระเยซูคือมาตรฐานของความรักแท้ ความรักที่ไม่มีคำว่า “แต่” หรือ “บางที”


จากนั้น พระสันตะปาปาชาวอเมริกันได้อธิบายว่า ความรักที่พระเยซูสอน มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน คือเป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไข ไม่หวังครอบครอง และให้โดยไม่หวังผลตอบแทน 


“พระเยซูคริสต์เองคือมาตรฐาน คือเครื่องวัดของความรักที่แท้จริง ความรักที่ซื่อสัตย์ตลอดไป บริสุทธิ์และไม่มีเงื่อนไข ความรักที่ไม่รู้จักคำว่า ‘แต่’ หรือ ‘บางที’ ความรักที่ให้ก่อนโดยไม่หวังจะครอบครอง ความรักที่ให้ชีวิตโดยไม่หวังผลตอบแทน เพราะพระเจ้าทรงรักเราก่อน เราจึงสามารถรักกันและกันได้”


“พระเจ้าไม่ได้มอบบทบัญญัตินี้เพื่อให้เป็นภาระหนักสำหรับมนุษย์ แต่เป็นหนทางของชีวิตที่ช่วยเยียวยาเราจากความรักจอมปลอม และเปิดทางสู่ชีวิตฝ่ายจิตที่นำไปถึงความรอดพ้น” พระสันตะปาปา ทรงย้ำ


3. พระจิตคือผู้ช่วยเหลือ ส่วนผู้กล่าวโทษคือบิดาของการโกหกที่ทำให้มนุษย์แตกแยก


พระสันตะปาปาเน้นว่า พระเยซูไม่ปล่อยให้ศิษย์ของพระองค์ต้องดำเนินชีวิตตามลำพัง แต่สัญญาว่าจะประทานพระผู้ช่วยเหลือมาอยู่เคียงข้างเราเสมอ


“เพราะพระเจ้าทรงรักเรา พระองค์จึงไม่ปล่อยให้เราอยู่ตามลำพังท่ามกลางการทดลองของชีวิต พระองค์สัญญาจะประทานพระผู้ช่วยเหลือให้เรา นั่นคือ พระจิตผู้บรรเทา” พระสันตะปาปา ตรัส


พระสันตะปาปายังเปรียบเทียบพระจิตกับ “คนที่ชอบกล่าวโทษ” อย่างชัดเจน โดยชี้ให้เห็นว่า พระจิตคือพลังของความจริงที่รวมมนุษย์เข้าด้วยกัน ส่วนคนที่ชอบกล่าวหาคนอื่นคือคนที่ใช้การโกหกเพื่อทำให้มนุษย์แตกแยกกัน


“ในขณะที่พระจิตเป็นพลังแห่งความจริง คนที่ชอบกล่าวโทษกลับเป็น ‘บิดาแห่งการโกหก’ คนที่พยายามยุยงให้มนุษย์ต่อต้านพระเจ้า และยุยงให้มนุษย์ต่อต้านกันและกัน” พระสันตะปาปา ย้ำหนักแน่นในตอนท้าย


4. ภาวนาให้คุณแม่ทุกคน และวอนขอสันติภาพในภูมิภาคซาเฮลของแอฟริกา 


หลังการภาวนาจบลง พระสันตะปาปาทรงแสดงความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ความรุนแรงในภูมิภาคซาเฮลของแอฟริกา โดยเฉพาะในชาดและมาลี ที่เพิ่งประสบกับการโจมตีของผู้ก่อการร้าย


พระสันตะปาปายังได้เชิญคริสตชนภาวนาให้คุณแม่ทุกท่าน โดยอาศัยคำเสนอวิงวอนของแม่พระ “วันนี้ เราจะระลึกถึงคุณแม่ทุกท่านเป็นพิเศษ ผ่านคำเสนอวิงวอนของแม่พระ มารดาของพระเยซู และมารดาของพวกเราเอง ให้เราภาวนาด้วยความรักและความขอบคุณสำหรับคุณแม่ทุกท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณแม่ที่ตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก” พระสันตะปาปา ตรัสปิดท้าย


Source:


- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/angelus/2026/documents/20260510-regina-caeli.html 


Comments