โป๊ปบวชบิช็อปผู้ช่วยของโรม สอนคนที่ถูกสังคมรังเกียจและทอดทิ้งคือหัวใจของพระวรสาร เตือนบิช็อปใหม่อย่าหลงสิทธิพิเศษและตำแหน่งทางโลก

➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 บวชบิช็อปผู้ช่วย 4 คนของเขตศาสนปกครองโรม พร้อมสอน จงเข้าหา “ศิลาที่ถูกทิ้งขว้าง” ซึ่งคือคนที่สังคมรังเกียจและทอดทิ้งเหมือนที่พระเยซูทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง เพราะพระเยซูเองก็เป็น “ศิลาที่ถูกสังคมรังเกียจ” แต่ต่อมาได้กลายเป็น “ศิลาเอก” นั่นเอง


➡️ ทรงเตือนบิช็อปหน้าใหม่ อย่าหลงระเริงกับสิทธิพิเศษ หรือเดินตามตรรกะทางโลกที่แสวงหาอำนาจและการเป็นใหญ่ แต่จงเป็นผู้อภิบาลตามท้องถนนที่พร้อมรับใช้ผู้อื่น


➡️ ทรงขอร้องบิช็อปทำตัวให้คนเข้าถึงง่าย อย่าปล่อยให้สงฆ์คาทอลิกและนักบวชรู้สึกโดดเดี่ยว แต่จงทำให้ทุกคนได้สัมผัสถึงความรักแบบ “แม่” ซึ่งเป็นใบหน้าที่แท้จริงของศาสนจักร


➡️ ทรงยกคำสอนของโป๊ป ฟรานซิส มาย้ำเตือนให้เป็นศาสนจักรแบบ “โรงพยาบาลสนาม” ที่ไม่ละทิ้งคนชายขอบ และไม่มีใครที่ควรคิดว่าตนเองถูกพระเจ้าทอดทิ้ง



ช่วงเย็นวันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงเป็นประธานในพิธีมิสซาอภิเษกบิช็อปผู้ช่วยของเขตศาสนปกครองโรม จำนวน 4 คน ภายในมหาวิหารซานโจวานนี่ อิน ลาเตราโน่ โดยบิช็อปใหม่ 4 คนได้แก่ บิช็อป สเตฟาโน่ สปาราปานี่, บิช็อป อเลสซานโดร เซน็อบบิ, บิช็อป อันเดรอา การ์เลวาเล่ และ บิช็อป มาร์โก วาเลนติ 


ในส่วนใจความสำคัญของบทเทศน์ประจำพิธี Pope Report สรุปมาให้ดังนี้


1. พระเยซูคือศิลาที่ถูกทิ้งขว้าง ซึ่งเสด็จมาตามหาแกะที่ถูกสังคมรังเกียจ


พระสันตะปาปาเริ่มต้นด้วยการเปรียบเทียบพระเยซูกับ “ศิลาที่ถูกทิ้ง” ซึ่งกลายมาเป็นศิลาเอกของการสร้างศาสนจักร พร้อมเน้นย้ำถึงความเมตตาของพระองค์ต่อคนชายขอบ


พระสันตะปาปาตรัสว่า “พระเยซูคริสต์ทรงถูกทอดทิ้ง ไม่ใช่แค่คนไม่ยอมรับว่าพระองค์คือพระบุตรของพระเจ้า แต่ก่อนหน้านั้น คือการที่พระองค์ทรงรับสภาพสิ่งสร้าง ซึ่งถูกมองว่าไม่คู่ควรกับพระเจ้า ด้วยความซื่อสัตย์ต่อหนทางแห่งความรักอันเมตตานี้ พระเยซูเสด็จไปตามหาแกะที่ถูกทอดทิ้ง ทรงร่วมโต๊ะอาหารกับพวกเขา ปลดอาวุธจากมือและใจของคนที่ต้องการเอาหินขว้างพวกเขา”


2. ศิลาที่ถูกทิ้งขว้างคือหัวใจหลักของการประกาศข่าวดี


จากนั้น พระสันตะปาปานำภาพศิลาที่ถูกทิ้งขว้างมาเปรียบกับภารกิจของศาสนจักรในกรุงโรม ที่ต้องยืนหยัดต่อสู้กับระบบที่เหยียบย่ำคนอ่อนแอ


“ศิลาที่ถูกทิ้งขว้างคือหัวใจสำคัญของการประกาศข่าวดี ... นี่คือหัวใจของการประกาศของเรา ของพันธกิจของเรา เราได้เห็นพระเยซูสัมผัสคนที่มีมลทิน ให้อภัยคนบาป รักษาคนป่วย และในฐานะอาจารย์ พระองค์ล้างเท้าที่สกปรกและเหนื่อยล้าให้กับบรรดาศิษย์” พระสันตะปาปา ตรัสสอน


3. ศาสนจักรคาทอลิกต้องเป็น “โรงพยาบาลสนาม” ที่ประกาศว่าไม่มีใครถูกพระเจ้าทิ้ง


พระสันตะปาปายังสอนบิช็อปใหม่ถึงการทำงานอภิบาล โดยเรียกร้องให้ออกไปตามหาคนชายขอบ และร่วมมือกับคาร์ดินัลผู้แทนพระสันตะปาปาในการทำหน้าที่ผู้เลี้ยงแกะที่ดี 


“พ่อขอให้กำลังใจพวกท่านให้เข้าถึงศิลาที่ถูกทิ้งขว้างในเมืองนี้ และประกาศแก่พวกเขาว่า ในพระคริสต์ ศิลาเอกของเรา ไม่มีใครถูกกีดกันจากการเป็นส่วนสำคัญของศาสนจักร ... ภาพลักษณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงเสียงเรียกร้องจากสมณสาส์นเตือนใจ Evangelii Gaudium (ความชื่นชมยินดีแห่งพระวรสาร) ของพระสันตะปาปา ฟรานซิส ที่ว่า ให้เป็นศาสนจักรที่เปรียบเสมือน ‘โรงพยาบาลสนาม’ เป็นผู้อภิบาลตามท้องถนน และมีพื้นที่ในใจสำหรับคนชายขอบทั้งฝ่ายวัตถุและฝ่ายจิตวิญญาณ ไม่มีใครเลยที่ควรคิดว่าตัวเองถูกพระเจ้าทอดทิ้ง และพวกท่านจะเป็นผู้ป่าวประกาศข่าวดีนี้ที่อยู่ใจกลางของพระวรสาร” พระสันตะปาปา ย้ำ


4. อย่าหลงระเริงกับอภิสิทธิ์ และอย่าเดินตามตรรกะแบบโลก


พระสันตะปาปายังเตือนสติบรรดาบิช็อปใหม่ให้ระวังความเย้ายวนของตำแหน่ง แต่จงทำงานรับใช้คนอื่น มากกว่าการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว


พระสันตะปาปาจากคณะออกัสติเนี่ยน ตรัสอย่างหนักแน่นว่า “จงปล่อยให้พระจิตแห่งการเป็นประกาศกทำงานในตัวพวกท่าน อย่าหลงระเริงไปกับสิทธิพิเศษที่สถานะของท่านอาจมอบให้ อย่าเดินตามตรรกะทางโลกที่ต้องแย่งชิงตำแหน่งผู้นำ แต่จงเป็นประจักษ์พยานถึงพระคริสต์ผู้เสด็จมาไม่ใช่เพื่อให้คนอื่นมารับใช้ แต่มาเพื่อรับใช้คนอื่น ท่านจะเป็นประกาศกในพันธกิจของท่าน หากท่านเป็นคนแห่งสันติภาพและความเป็นหนึ่งเดียวกัน”


5. จงทำตัวให้คนเข้าถึงง่าย อย่าให้คนต้องตามหาตัว และจงเป็นภาพสะท้อนความรักแบบ “แม่”


ตอนท้าย บิช็อปแห่งกรุงโรม ยังขอร้องให้บิช็อปผู้ช่วยทั้งสี่ ทำตัวเป็นผู้นำที่ใส่ใจคนที่อยู่ภายใต้การดูแลของตน และต้องทำให้กรุงโรมเป็นสถานที่ที่สะท้อนถึงความรักความเมตตา


“อย่าให้ใครต้องตามหาพวกท่าน แต่จงปล่อยให้ผู้คนพบพวกท่านได้เอง และจงทำให้บรรดาสงฆ์คาทอลิก สังฆานุกร นักบวชชายหญิง และฆราวาสที่อุทิศตนให้งานแพร่ธรรม ไม่รู้สึกโดดเดี่ยว จงช่วยพวกเขาฟื้นฟูความหวังในพันธกิจที่แตกต่างกันไป และทำให้พวกเขารู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจเดียวกันนี้”


“ขอให้คนยากจนในกรุงโรม ผู้เดินทางจาริกความเชื่อ และผู้มาเยือนจากทั่วทุกมุมโลก ได้พบกับความเป็นแม่ซึ่งเป็นใบหน้าที่แท้จริงของศาสนจักร ซึ่งอยู่ในตัวชาวเมืองโรม ในสถาบันต่างๆ และในตัวบรรดาผู้เลี้ยงแกะของเมืองนี้” พระสันตะปาปา ตรัสย้ำในตอนท้าย


Source:


- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/it/homilies/2026/documents/20260502-ordinazioni-episcopali.html 


Comments