รู้จัก “คุณพ่อแบรนแดน แม็กไกวร์” อดีตวิศวกรแสงเลเซอร์สู่สงฆ์คาทอลิก คนเชื่อมวาติกันคุยกับบิ๊กเทคเรื่อง AI

➡️ รู้จัก “คุณพ่อเบรนแดน แม็กไกวร์” อดีตวิศวกรผู้เชี่ยวชาญแสงเลเซอร์และไฟเบอร์ออปติกในซิลิคอน วัลเลย์ ก่อนจะรับศีลบวชเป็นสงฆ์คาทอลิกเมื่อ 26 ปีก่อน


➡️ แม้ตอนนี้คุณพ่อแม็กไกวร์ จะเลือกเส้นทางสายนักบวชคาทอลิก แต่เพื่อนร่วมวงการหลายคน ตอนนี้เป็น CEO และ CFO ของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก และยังติดต่อกันตลอด หลายคนมาขอคำปรึกษา บางคนมาขอรับศีลอภัยบาป และหลายคนเริ่มกังวลว่า AI กำลังไปไกลเกินควบคุม


➡️ คริส โอลาห์ ผู้ร่วมก่อตั้งแอนโธรปิค เจ้าของ AI ชื่อดังอย่าง Claude ก็เป็นหนึ่งในคนที่มาขอคำปรึกษาเรื่องจริยธรรม AI จากคุณพ่อแม็กไกวร์ 


➡️ คุณพ่อแม็กไกวร์ ย้ำ ศาสนจักรคาทอลิกต้องอย่ากลัวการคุยกับบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก เพราะถ้าไม่เข้าไปเสวนาตั้งแต่ตอนนี้ อนาคตของ AI อาจถูกสร้างขึ้นโดยไม่มีเสียงของศาสนจักรและศักดิ์ศรีมนุษย์อยู่ในนั้น



ช่วงที่พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ได้เผยแพร่สมณสาส์น “ความเป็นมนุษย์ที่งดงาม” (Magnifica Humanitas) ว่าด้วยการปกป้องมนุษย์ในยุค AI ชื่อของคุณพ่อเบรนแดน แม็กไกวร์ กลายเป็นหนึ่งในบุคคลที่น่าจับตา เพราะท่านไม่ใช่สงฆ์คาทอลิกที่พูดเรื่องเทคโนโลยีจากฝั่งซิลิคอน วัลเลย์ แต่นี่คือคนที่เคยอยู่ในซิลิคอน วัลเลย์อย่างแท้จริง 


ก่อนมาบวช คุณพ่อแม็กไกวร์เคยทำงานเป็นวิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ พัฒนา และดูแลระบบเครื่องมือวัดที่ใช้แสง เลเซอร์ และไฟเบอร์ออปติก สงฆ์คาทอลิกชาวไอริชคนนี้เรียนด้านวิศวกรรมและวิทยาการคอมพิวเตอร์จาก Trinity College Dublin และหลังจากย้ายจากไอร์แลนด์มาทำงานในซิลิคอน วัลเลย์ สหรัฐอเมริกา ท่านก็ได้ไปลงเรีบนและจบหลักสูตรผู้บริหารของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และเคยทำงานเป็นผู้บริหารเทคโนโลยี ก่อนจะรับศีลบวชเป็นสงฆ์คาทอลิกของเขตศาสนปกครองซาน โฮเซ่ ปัจจุบันท่านเป็นสงฆ์คาทอลิกประจำวัดเซนต์ ไซม่อน เมืองลอส อัลโตส แคลิฟอร์เนีย


Pope Report อ่านเรื่องราวของท่านแล้วเห็นว่าน่าสนใจ จึงเรียบเรียงมาให้ดังนี้


1. สงฆ์คาทอลิกที่คนสายเทคในซิลิคอน วัลเลย์ ต้องมาขอปรึกษา


คุณพ่อแม็กไกวร์ไม่ได้ตัดขาดจากโลกเทคโนโลยีหลังเลือกเส้นทางนักบวช แต่ท่านเปลี่ยนวิธีรับใช้ จากผู้บริหารเทคโนโลยีมาเป็นสงฆ์คาทอลิกที่รับฟัง ให้คำปรึกษา และเป็นสะพานเชื่อมระหว่างศาสนจักรคาทอลิกกับซิลิคอน วัลเลย์ 


“พ่อเคยทำหน้าที่ฝ่ายบริหารในบริษัทแห่งหนึ่ง เพื่อนๆของพ่อหลายคนตอนนี้กลายเป็น CEO และ CFO กันไปแล้ว พ่อยังคงติดต่อกับพวกเขาตลอด 25 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วง 10 ปีที่ผ่านมานี้ เราพูดคุยกันอย่างเข้มข้นมาก” คุณพ่อแม็กไกวร์เล่า


คุณพ่ออธิบายตัวเองไว้อย่างชัดเจนว่า “พ่อมาจากอุตสาหกรรมนี้ หัวใจของพ่อไม่เคยไปจากอุตสาหกรรมนี้เลย แต่ตอนนี้หัวใจของพ่ออยู่กับพระเจ้า เพื่อนหลายคนเริ่มกังวลกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในซิลิคอน วัลเลย์ บางคนอยากถอยออกมา บางคนถามว่า “เราจะทำอะไรได้บ้าง” และบางคนก็มาขอรับศีลอภัยบาปหรือขอคำแนะนำส่วนตัว ด้วยเหตุนี้ พ่อรู้สึกเสมอว่า บทบาทของเราคือการเป็นสะพานเชื่อมสองโลกเข้าด้วยกัน”


2. วาติกันเริ่มคุยกับบิ๊กเทคจริงจัง


ช่วงต้นปีที่ผ่านมา คุณพ่อแม็กไกวร์เป็นหนึ่งในผู้นำศาสนาที่แอนโธรปิค บริษัท AI เจ้าของ Claude เชิญไปให้คำแนะนำเรื่องจริยธรรม เพื่อช่วยให้ AI รับมือกับคำถามทางศีลธรรมที่ซับซ้อนได้อย่างรับผิดชอบ คุณพ่อพูดถึง คริส โอลาห์ ผู้ร่วมก่อตั้งแอนโธรปิคว่า “คริสเป็นเพื่อนรักของพ่อ ความสัมพันธ์นี้เกิดจากการรับฟังซึ่งกันและกัน ไม่ใช่เพียงการติดต่อเชิงธุรกิจ"


คุณพ่อยังร่วมก่อตั้งสถาบันเทคโนโลยี จริยธรรม และวัฒนธรรม หรือ ITEC ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยซานตา คลารา และสมณกระทรวงเพื่อวัฒนธรรมและการศึกษาของวาติกัน เพื่อให้ผู้นำธุรกิจ นักวิชาการ และศาสนาได้ร่วมกันคิดเรื่องความท้าทายของ AI


สำหรับคุณพ่อ เรื่องนี้ไม่ใช่การให้บิ๊กเทคเข้ามาปรับภาพลักษณ์ตัวเองให้ดูดี แต่เป็นการเข้าไปพูดคุยกับคนที่กำลังสร้างอนาคตของโลก


“ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดคือการไม่ทำอะไรเลยจริง ๆ” คุณพ่อกล่าวย้ำ


3. AI ต้องกลับมามีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง


หลังพระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 เผยแพร่สมณสาส์น “ความเป็นมนุษย์ที่งดงาม” (Magnifica Humanitas) คุณพ่อแม็กไกวร์มองว่า เอกสารฉบับนี้ให้แรงผลักดันใหม่ต่อการเสวนาระหว่างศาสนจักรกับบิ๊กเทค เพราะมันย้ำว่า AI ต้องถูกพัฒนาเพื่อมนุษย์ ไม่ใช่เพื่อการแข่งขันของบริษัทหรืออำนาจของคนไม่กี่กลุ่ม


นอกจากนี้ คุณพ่อยังประทับใจกับคำว่า “การปลดอาวุธอัลกอริทึ่ม” เพราะตอนนี้โลกกำลังแข่งกันสร้าง AI ที่ทรงพลังขึ้นเรื่อย ๆ “ตอนนี้มีการแข่งขันด้านอัลกอริทึ่มเกิดขึ้น … มันอาจเป็นอันตรายได้ เหมือนกับการแข่งขันสะสมอาวุธนิวเคลียร์ที่เป็นอันตราย”


สำหรับคุณพ่อ คำถามใหญ่จึงไม่ใช่แค่ว่า AI จะเก่งขึ้นแค่ไหน แต่คือ AI จะถูกพัฒนาเพื่อรับใช้มนุษย์ หรือจะถูกเร่งให้แข่งขันกันจนมนุษย์ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง


4. ถ้าไม่คุยตอนนี้ อนาคต AI จะถูกสร้างโดยไม่มีเรา


คุณพ่อแม็กไกวร์ย้ำว่า จริยธรรม AI ไม่ใช่เรื่องของวิศวกร นักลงทุน หรือผู้บริหารบริษัทเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของทุกคน เพราะ AI จะกระทบชีวิตของทุกคน แม้แต่คนที่ไม่ใช้เทคโนโลยีก็ตาม


ท่านยังเตือนว่า การพัฒนา AI ไม่ควรถูกปล่อยให้ตลาดตัดสินเพียงลำพัง เพราะเงินมหาศาลกำลังไหลเข้าสู่อุตสาหกรรมนี้ และนักลงทุนย่อมต้องการผลตอบแทน


“ทุนนิยมต้องการการชี้นำจากมนุษย์ และนี่คือการชี้นำจากมนุษย์ที่พระสันตะปาปากำลังเรียกร้อง”


ตอนท้าย คุณพ่อเตือนว่า AI ยังอยู่ในช่วงที่ปรับทิศทางได้ แต่หน้าต่างนี้อาจไม่ได้เปิดตลอดไป ถ้าศาสนจักรและสังคมอยากช่วยกำหนดให้ AI รับใช้มนุษย์จริง ๆ ต้องเข้าไปมีส่วนร่วมตั้งแต่ตอนนี้


“ตอนนี้คือช่วงเวลาที่มันยังปรับเปลี่ยนได้ … ถ้าเราสามารถเข้าไปในตอนนี้ เพื่อเปลี่ยนแปลงมันไปในทางที่ดี เราทุกคน รวมถึงมนุษยชาติทั้งหมด จะได้รับประโยชน์ … เวลานั้นคือตอนนี้จริงๆ”


Sources:


1. https://www.vaticannews.va/en/church/news/2026-05/magnifica-humanitas-pope-leo-silicon-valley-priest-mcguire.html


2. https://www.osvnews.com/meet-the-silicon-valley-priest-advising-tech-companies-on-artificial-intelligence-ethics/ 


Comments