โป๊ปสอนความศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่สิทธิพิเศษของคนกลุ่มเดียว พร้อมยินดีข้อตกลงหยุดยิงตะวันออกกลาง
➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงสอน ความศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่สิทธิพิเศษของคนเพียงกลุ่มเดียว แต่เป็นกระแสเรียกสำหรับผู้รับศีลล้างบาปทุกคนที่ต้องเจริญชีวิตด้วยความรักและทำความดีในสังคม
➡️ ทรงชี้ การปฏิญาณตนของนักบวชในเรื่องความยากจน บริสุทธิ์ และนอบน้อม ไม่ใช่กฎเกณฑ์ที่จำกัดเสรีภาพ แต่เป็นของขวัญจากพระจิตที่มอบให้นักบวชทุกคน
➡️ ความยากจนจะปลดปล่อยนักบวชจากผลประโยชน์ส่วนตน ความนอบน้อมจะปลดปล่อยนักบวชจากการครอบงำคนอื่น และความบริสุทธิ์จะทำให้นักบวชพร้อมรับใช้พระเจ้าและศาสนจักรอย่างมั่นคง
➡️ ทรงแสดงความยินดีต่อข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ในตะวันออกกลาง พร้อมย้ำว่าการเจรจาคือทางเดียวที่จะยุติสงครามได้ และนัดหมายคาทอลิกทั่วโลกร่วมภาวนาเพื่อสันติภาพในวันที่ 11 เมษายนนี้
ช่วงสายวันพุธที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงออกมาพบปะและสอนคำสอนในการเข้าเฝ้าทั่วไป ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน โดยวันนี้พระองค์ยังคงสอนเนื้อหาจากเอกสารของสภาสังคายนาวาติกันที่ 2 ว่าด้วยธรรมนูญคำสอนเรื่อง “แสงสว่างแห่งนานาชาติ” (Lumen Gentium) ในบทที่ 5 และ 6 ซึ่งรายละเอียดต่างๆ Pope Report สรุปประเด็นสำคัญมาให้ดังนี้
1. ความศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่เรื่องของคนเฉพาะกลุ่ม
พระสันตะปาปาเริ่มต้นด้วยการอธิบายว่า ธรรมนูญ “แสงสว่างแห่งนานาชาติ” ได้เน้นย้ำถึงหน้าที่และเสียงเรียกที่พระเจ้ามีต่อคริสตชนทุกคนให้ก้าวไปสู่ความศักดิ์สิทธิ์ โดยทุกคนถูกเรียกให้มาดำเนินชีวิตในพระหรรษทานและเดินตามแบบอย่างพระเยซู
“ความศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่สิทธิพิเศษสำหรับคนไม่กี่คน แต่เป็นของขวัญที่เรียกร้องให้ผู้รับศีลล้างบาปทุกคนมุ่งมั่นไปสู่ความสมบูรณ์แบบของความรัก … ความรักความเมตตาคือหัวใจของความศักดิ์สิทธิ์ที่คริสตชนทุกคนต้องมุ่งมั่นไปให้ถึง ระดับสูงสุดของความศักดิ์สิทธิ์คือการเป็นมรณสักขี แต่ความพร้อมที่จะเป็นประจักษ์พยานนี้ก็สามารถเกิดขึ้นได้ทุกครั้งที่คริสตชนทิ้งร่องรอยแห่งความเชื่อและความรักไว้ในสังคม ด้วยการอุทิศตนเพื่อความยุติธรรม” พระสันตะปาปาตรัส
2. ศาสนจักรศักดิ์สิทธิ์ แต่ก็ประกอบด้วยคนบาปที่ต้องกลับใจ
บิช็อปแห่งกรุงโรม อธิบายว่า ศีลมหาสนิทคืออาหารที่หล่อเลี้ยงชีวิตให้ศักดิ์สิทธิ์ แม้ศาสนจักรจะถูกมองว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ แต่ในความเป็นจริงก็ยังประกอบไปด้วยคนบาป
“แม้ศาสนจักรจะศักดิ์สิทธิ์ แต่ความจริงที่น่าเศร้าคือพวกเราทุกคนยังคงเป็นคนบาป สิ่งนี้จึงเรียกร้องให้เราต้องกลับใจและเปลี่ยนแปลงชีวิตอย่างจริงจัง ... ความศักดิ์สิทธิ์จึงไม่ได้มีแค่เรื่องของการปฏิบัติตามจริยธรรม แต่เกี่ยวข้องกับแก่นแท้ของชีวิตคริสตชนที่ต้องกลับใจในทุกวัน” พระสันตะปาปาทรงสอน
3. ชีวิตนักบวชไม่ใช่การถูกล่ามโซ่ แต่คืออิสรภาพ
พระสันตะปาปาชาวอเมริกันทรงกล่าวถึงชีวิตนักบวช ซึ่งธรรมนูญสภาสังคายนาได้ระบุไว้ว่า การยึดมั่นจิตตารมณ์แห่งพระวรสาร ได้แก่ ความยากจน ความบริสุทธิ์ และความนอบน้อมเชื่อฟัง ไม่ใช่ข้อจำกัดในชีวิต
“คุณธรรมทั้งสามประการไม่ใช่กฎเกณฑ์ที่ล่ามโซ่เสรีภาพ แต่เป็นของขวัญที่ปลดปล่อยเราให้เป็นอิสระ ความยากจนช่วยปลดปล่อยเราจากผลประโยชน์ส่วนตน ความนอบน้อมเชื่อฟังช่วยปลดปล่อยจากการครอบงำผู้อื่น และความบริสุทธิ์คือของประทานแห่งจิตใจที่พร้อมรับใช้พระเจ้าและศาสนจักร” พระสันตะปาปาย้ำ
4. ร่วมยินดีหยุดยิงตะวันออกกลาง พร้อมนัดภาวนาเพื่อสันติภาพ
ช่วงท้าย พระสันตะปาปาทรงแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง พร้อมแสดงความยินดีที่มีการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงได้สำเร็จ
“พ่อรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับทราบข่าวการประกาศหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ซึ่งถือเป็นสัญญาณแห่งความหวัง พ่อเชิญชวนทุกคนให้ร่วมกันสวดภาวนาเพื่อสนับสนุนการทำงานทางการทูต เพราะมีเพียงการเจรจาเท่านั้นที่จะยุติสงครามได้”
พร้อมกันนี้ พระสันตะปาปาทรงย้ำเตือนการนัดหมายคาทอลิกทั่วโลก ให้มาร่วมตื่นเฝ้าสวดภาวนาเพื่อสันติภาพ ซึ่งจะจัดในวันเสาร์ที่ 11 เมษายนนี้ที่มหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน
Source:
- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/audiences/2026/documents/20260408-udienza-generale.html

Comments
Post a Comment