โป๊ปเตือนคริสตชนระวัง “ขโมย” ที่มาในคราบของอคติ ลัทธิบริโภคนิยมที่ทำให้เราใช้ชีวิตเกินตัว และพวกกระหายสงคราม

➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงเปรียบเทียบพระเยซูคือผู้เลี้ยงแกะที่เข้ามาทางประตูเพื่อมอบชีวิตที่อุดมสมบูรณ์ แตกต่างจากขโมยที่ปีนรั้วเข้ามาเพื่อปล้นและทำลาย


➡️ ทรงเตือนสติ ให้เฝ้าระวังประตูหัวใจจาก “ขโมย” ในรูปแบบต่างๆ เช่น อคติที่ปิดกั้นการมองผู้อื่น ลัทธิบริโภคนิยมที่ผลักดันให้ใช้ชีวิตเกินตัว ไปจนถึงพวกก่อสงครามและปล้นทรัพยากรธรรมชาติ


➡️ ทรงย้ำ พระเยซูผูกพันกับเราด้วยมิตรภาพ ทรงตามหาเมื่อหลงทางและพันแผลเมื่อเจ็บป่วย พระองค์ไม่ได้เสด็จมาเพื่อพรากเสรีภาพหรือหลอกลวงมโนธรรม



ช่วงเที่ยงวันอาทิตย์ที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงเป็นประธานในการสวดราชินีแห่งสวรรค์ ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน สำหรับใจความสำคัญของบทแบ่งปันก่อนนำสวด พระสันตะปาปาได้หยิบยกพระวรสารเรื่องผู้เลี้ยงแกะที่ดีมาแบ่งปัน และ Pope Report สรุปประเด็นมาให้ดังนี้


1. ความแตกต่างระหว่างผู้เลี้ยงแกะกับขโมย


พระสันตะปาปาเริ่มต้นด้วยการกล่าวถึงพระวรสารประจำวันอาทิตย์เทศกาลปัสกา ที่พระเยซูทรงเปรียบเทียบพระองค์เองเป็นทั้งผู้เลี้ยงแกะและประตูคอกแกะ โดยทรงชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างผู้ดูแลที่แท้จริงกับผู้บุกรุก


พระสันตะปาปาตรัสว่า “พระเยซูแสดงให้เห็นความแตกต่างระหว่างผู้เลี้ยงแกะกับขโมย พระองค์ตรัสว่า ‘ผู้ใดที่ไม่เข้าคอกแกะทางประตู แต่ปีนเข้าทางอื่น ผู้นั้นเป็นขโมยและโจร... ขโมยย่อมมาเพื่อขโมย ฆ่า และทำลาย เรามาเพื่อให้เขามีชีวิต และมีชีวิตอย่างสมบูรณ์’ ความแตกต่างนั้นชัดเจน ผู้เลี้ยงมีความผูกพันเป็นพิเศษกับแกะของตนจึงเข้าทางประตูคอกแกะได้ ในทางกลับกัน หากใครบางคนต้องปีนข้ามรั้วเพื่อเข้าไป เขาผู้นั้นก็คือขโมยที่ต้องการจะขโมยแกะอย่างแน่นอน”


2. พระเยซูทรงเป็นเพื่อนที่คอยพันแผลและส่องสว่างมโนธรรม


จากนั้น พระสันตะปาปาอธิบายถึงความสัมพันธ์ที่พระเจ้ามีต่อเราว่า เป็นความสัมพันธ์แบบเพื่อนที่คอยดูแลและนำทาง ไม่ใช่การบังคับหรือพรากเสรีภาพ


พระสันตะปาปาจากคณะออกัสติเนี่ยนตรัสว่า “พระเยซูกำลังบอกเราว่า พระองค์ผูกพันกับเราด้วยความเป็นเพื่อน พระองค์รู้จักเรา เรียกชื่อเรา นำทางเรา และเช่นเดียวกับที่ผู้เลี้ยงทำกับแกะของตน พระองค์ตามหาเราเมื่อเราหลงทาง และพันแผลให้เราเมื่อเราเจ็บป่วย”


“พระเยซูไม่ได้เสด็จมาอย่างขโมยเพื่อพรากชีวิตและเสรีภาพของเราไป แต่เพื่อนำเราไปตามวิถีทางแห่งความชอบธรรม พระองค์ไม่ได้เสด็จมาเพื่อดักจับหรือหลอกลวงมโนธรรมของเรา แต่เพื่อส่องสว่างมโนธรรมนั้นด้วยแสงสว่างแห่งปรีชาญาณของพระองค์ พระองค์ไม่ได้เสด็จมาเพื่อทำให้ความยินดีในโลกนี้ด่างพร้อย แต่เพื่อเปิดมันไปสู่ความสุขที่สมบูรณ์และยั่งยืนยิ่งขึ้น ผู้ที่มอบความไว้วางใจในพระองค์ก็ไม่มีสิ่งใดต้องหวาดกลัว” พระสันตะปาปา ตรัส


3. จงเฝ้าระวังประตูหัวใจจาก “ขโมย” ในโลกยุคปัจจุบัน


จากนั้น พระสันตะปาปาทรงเตือนสติให้เราทุกคนรู้จักปกป้องหัวใจของตนเองจากภัยคุกคามในยุคปัจจุบัน ซึ่งพระองค์ทรงเปรียบเปรยว่าเป็น “ขโมย” ที่มาในหลากหลายรูปแบบ ทั้งในระดับบุคคลและระดับโลก


พระสันตะปาปาเตือนอย่างหนักแน่นว่า “เราได้รับเชิญให้เฝ้าระวังประตูสู่หัวใจและชีวิตของเรา เพราะผู้ที่เข้ามาอาจจะเพิ่มพูนความชื่นชมยินดี หรืออาจขโมยมันไปจากเราก็ได้ ‘ขโมย’ สามารถมาได้ในหลายรูปแบบ อาจเป็นผู้คนที่พรากเสรีภาพและไม่เคารพศักดิ์ศรีของเรา ความเชื่อและอคติที่ขัดขวางไม่ให้เรามองผู้อื่นด้วยความสงบสุข ความคิดที่ผิดพลาดซึ่งสามารถนำไปสู่การตัดสินใจในทางลบ หรือวิถีชีวิตที่ฉาบฉวยและบริโภคนิยม ซึ่งทิ้งความว่างเปล่าไว้ภายในใจและผลักดันให้เราใช้ชีวิตเกินตัวอยู่ตลอดเวลา”


“และขอให้เราอย่าลืมขโมยเหล่านั้น ขโมยที่ปล้นทรัพยากรของโลก ก่อสงครามที่กระหายเลือด หรือเติมเชื้อไฟให้ความชั่วร้าย ซึ่งไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากปล้นโอกาสในการมีอนาคตที่มีสันติภาพไปจากเราแต่ละคน” พระสันตะปาปา ตรัส


4. เราจะให้ใครนำทางชีวิต


ตอนท้าย พระสันตะปาปาทรงทิ้งท้ายด้วยคำถามเพื่อให้ทุกคนกลับไปไตร่ตรองถึงชีวิตของตนเอง พร้อมเชิญชวนให้วางใจในผู้เลี้ยงแกะที่ดี


พระสันตะปาปาตรัสว่า “เราต้องถามตัวเองว่า เราต้องการให้ใครนำทางชีวิตเรา มี ‘ขโมย’ คนไหนที่พยายามจะบุกรุกเข้ามาในคอกของเราบ้าง พวกเขาทำสำเร็จหรือไม่ หรือเราสามารถสกัดกั้นพวกเขาไว้ได้”


“วันนี้ พระวรสารเชิญชวนเราให้วางใจในพระเจ้า พระองค์ไม่ได้เสด็จมาเพื่อพรากสิ่งใดไปจากเรา ในทางตรงกันข้าม พระองค์คือผู้เลี้ยงแกะที่ดี ผู้ทรงเพิ่มพูนชีวิตและมอบชีวิตให้เราอย่างอุดมสมบูรณ์ ขอแม่พระเดินร่วมเดินทางไปกับเราเสมอ และทรงวิงวอนเพื่อเราและเพื่อโลกทั้งมวล” พระสันตะปาปาตรัสปิดท้าย


Source:


- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/angelus/2026/documents/20260426-regina-caeli.html 


Comments