โป๊ปเรียกร้องหยุดยิงในเลบานอน วอนโลกอย่าลืมยูเครน พร้อมย้ำ คริสตชนขาดมิสซาวันอาทิตย์ไม่ได้
➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงสอน ความเชื่อไม่ใช่เรื่องง่าย ศาสนจักรจึงเชิญชวนให้มาร่วมมิสซาวันอาทิตย์ ซึ่งเปรียบเสมือน “วันที่แปด” หรือการเนรมิตสร้างใหม่ เพื่อหล่อเลี้ยงความเชื่อ
➡️ ทรงส่งความปรารถนาดีถึงศาสนจักรตะวันออกที่ฉลองปาสกา พร้อมภาวนาเพื่อชาวยูเครน และวอนประชาคมโลกอย่าลืมโศกนาฏกรรมนี้
➡️ ทรงเรียกร้องให้คู่ขัดแย้งในเลบานอน รวมทั้งในประเทศซูดาน ประกาศหยุดยิงทันที และแสวงหาทางออกอย่างสันติเพื่อประชาชน
➡️ ทรงขอคำภาวนาสำหรับการเดินทางไปเยือน 4 ประเทศในทวีปแอฟริกา ที่จะเริ่มต้นขึ้นในวันพรุ่งนี้
ช่วงเที่ยงวันอาทิตย์ที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงเป็นประธานในการสวดราชินีแห่งสวรรค์ ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน ท่ามกลางผู้ที่มาร่วมภาวนาเป็นจำนวนมาก โดยวันนี้ตรงกับวันฉลองพระเมตตา ซึ่งพระสันตะปาปา จอห์น พอล ที่ 2 ทรงประกาศให้วันอาทิตย์ที่สองในเทศกาลปาสกาเป็นวันฉลองดังกล่าว
ในส่วนประเด็นสำคัญของบทเทศน์ที่พระสันตะปาปาตรัสสอน Pope Report สรุปประเด็นหลักมาให้ดังนี้
1. เราจะพบและจดจำพระเยซูผู้ทรงกลับคืนชีพได้อย่างไร
พระสันตะปาปาทรงแบ่งปันพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญจอห์น ตอนที่พระเยซูทรงประจักษ์แก่โทมัส พระองค์ทรงเชิญชวนให้เราตั้งคำถามกับตัวเองว่า เราจะพบและจดจำพระเยซูได้อย่างไร ซึ่งคำตอบก็คือการรวมตัวกันในมิสซาและจดจำพระองค์ผ่านเครื่องหมายแห่งการเสียสละ จนนำไปสู่การประกาศความเชื่อที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
“เหตุการณ์นี้เชิญชวนให้เราไตร่ตรองถึงการพบพระเยซูผู้กลับคืนชีพกับตัวเราเอง เราจะพบพระองค์ได้ที่ไหน เราจะจดจำพระองค์ได้อย่างไร เราจะเชื่อได้อย่างไร นักบุญจอห์น ผู้บรรยายเหตุการณ์นี้ ได้ให้ข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนแก่เรา นั่นคือ โทมัสพบพระเยซูในวันที่แปด ในชุมชนที่รวมตัวกัน และจดจำพระองค์ได้ในเครื่องหมายแห่งการเสียสละของพระองค์ การประกาศยืนยันความเชื่อของเขา ซึ่งสูงส่งที่สุดในพระวรสารฉบับที่สี่ทั้งหมด ได้ปรากฏขึ้นจากประสบการณ์นี้ว่า ‘พระเจ้าของข้าพเจ้า และพระเจ้าของข้าพเจ้า’” พระสันตะปาปาตรัส
2. การเชื่อไม่ใช่เรื่องง่าย จึงต้องหล่อเลี้ยงด้วย “มิสซาวันอาทิตย์”
พระสันตะปาปาทรงเข้าใจดีว่าการเชื่อไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป ศาสนจักรจึงเชิญชวนคริสตชนให้มารวมตัวกันทุกวันอาทิตย์ ซึ่งทรงเปรียบว่าเป็น “วันที่แปด” (ความหมายเชิงเทววิทยาที่สื่อถึงการเนรมิตสร้างใหม่ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของเวลา 7 วัน) เพื่อร่วมมิสซา ฟังพระวาจาและรับศีลมหาสนิทเพื่อออกไปทำพันธกิจ
“แน่นอนว่า การเชื่อไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป มันไม่ง่ายสำหรับโทมัส และมันก็ไม่ง่ายสำหรับเราเช่นกัน ความเชื่อจำเป็นต้องได้รับการหล่อเลี้ยงและส่งเสริม ด้วยเหตุนี้ ใน ‘วันที่แปด’ นั่นคือ ทุกวันอาทิตย์ ศาสนจักรจึงเชิญชวนให้เราทำอย่างที่บรรดาศิษย์กลุ่มแรกได้ทำ มันคือการมารวมตัวกันและเฉลิมฉลองศีลมหาสนิท ระหว่างมิสซา เราฟังพระวาจาของพระเยซู เราสวดภาวนา เราประกาศยืนยันความเชื่อของเรา พระกายและพระโลหิตของพระองค์หล่อเลี้ยงเรา เพื่อที่เราเองก็จะได้กลายเป็นประจักษ์พยานถึงการกลับคืนชีพของพระองค์ ดังที่ระบุไว้โดยคำว่า ‘มิสซา’ ซึ่งหมายถึง ‘การส่งออกไป’ หรือ ‘พันธกิจ’” พระสันตะปาปาทรงอธิบาย
3. แบบอย่างจากมรณสักขีชาวแอฟริกา ที่ยอมตายแต่ไม่ยอมขาดมิสซา
พระสันตะปาปาทรงยกตัวอย่างความเข้มแข็งของบรรดามรณสักขีในยุคแรกเริ่มของศาสนจักรแอฟริกา ที่ยอมสละชีวิตดีกว่าการละทิ้งการร่วมมิสซาวันอาทิตย์ พร้อมย้ำว่าศีลมหาสนิทนี่เองที่ทำให้สองมือของเรากลายเป็นมือของพระเยซูที่ส่งต่อสันติภาพ
“ศีลมหาสนิทวันอาทิตย์เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับชีวิตคริสตชน พรุ่งนี้พ่อจะออกเดินทางไปยังแอฟริกา บรรดามรณสักขีบางท่านของศาสนจักรแอฟริกาในยุคแรกเริ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดามรณสักขีแห่งอาบิเตเน่ ได้ทิ้งประจักษ์พยานอันงดงามในเรื่องนี้ไว้ให้เรา เมื่อพวกเขาได้รับข้อเสนอให้รักษาชีวิตของตนเองไว้โดยการละทิ้งการเฉลิมฉลองศีลมหาสนิท พวกเขาตอบว่าพวกเขาไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้หากปราศจากการเฉลิมฉลองวันของพระเจ้า... ผ่านทางศีลมหาสนิทนี่เองที่มือของเรากลายเป็น ‘มือของผู้ทรงกลับคืนชีพ’ เพื่อเป็นประจักษ์พยานถึงการประทับอยู่ ความเมตตา และสันติภาพของพระองค์” พระสันตะปาปาทรงย้ำ
4. วิงวอนเพื่อสันติภาพในยูเครน
หลังการสวดราชินีแห่งสวรรค์ พระสันตะปาปาทรงส่งความปรารถนาดีไปยังศาสนจักรตะวันออกที่กำลังเฉลิมฉลองวันปาสกา พร้อมทั้งทรงวิงวอนขอให้ประชาคมระหว่างประเทศอย่าละทิ้งความสนใจต่อโศกนาฏกรรมในยูเครน
“วันนี้ ศาสนจักรตะวันออกหลายแห่งเฉลิมฉลองวันปาสกาตามปฏิทินจูเลี่ยน ... พ่อขอร่วมทางไปกับความปรารถนาดีเหล่านี้ด้วยการสวดภาวนาอย่างร้อนรนของพ่อสำหรับผู้ที่กำลังทนทุกข์จากสงคราม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับประชาชนชาวยูเครนอันเป็นที่รัก ขอให้ทั่วโลกอย่าเพิกเฉยหรือเลิกให้ความสนใจกับสงครามที่กำลังเกิดขึ้น” พระสันตะปาปาตรัส
5. เรียกร้องการหยุดยิงเพื่อปกป้องพลเรือนในเลบานอน
พระสันตะปาปาทรงแสดงความใกล้ชิดกับประชาชนชาวเลบานอน และทรงเรียกร้องให้คู่ขัดแย้งเคารพกฎหมายระหว่างประเทศที่ต้องปกป้องพลเรือนจากการสู้รบ
“ในวันเวลาแห่งความโศกเศร้า ความหวาดกลัว และความหวังในพระเจ้าที่ไม่สั่นคลอนนี้ พ่อรู้สึกใกล้ชิดกับประชาชนชาวเลบานอนอันเป็นที่รักยิ่งกว่าที่เคย หลักการของมนุษยธรรมนำมาซึ่งข้อผูกมัดทางศีลธรรมในการปกป้องประชากรพลเรือนจากผลกระทบอันน่าสะพรึงกลัวของสงคราม พ่อขอเรียกร้องให้คู่ขัดแย้งประกาศหยุดยิงและแสวงหาทางออกอย่างสันติโดยด่วน” พระสันตะปาปาทรงวอนขออย่างหนักแน่น
6. วอนยุติความขัดแย้ง 3 ปีในซูดาน
นอกจากเลบานอนแล้ว พระสันตะปาปายังทรงกล่าวถึงวาระครบรอบ 3 ปีของความขัดแย้งในซูดาน โดยทรงขอให้ทุกฝ่ายวางอาวุธและหันหน้ามาเจรจากันโดยไม่มีเงื่อนไข
“วันพุธหน้าจะครบรอบสามปีของการเริ่มต้นความขัดแย้งที่นองเลือดในซูดาน ประชาชนชาวซูดานต้องทนทุกข์ทรมานมากเพียงใด พวกเขาคือเหยื่อผู้บริสุทธิ์ของโศกนาฏกรรมที่ไร้มนุษยธรรมนี้ พ่อขอรื้อฟื้นคำเรียกร้องอย่างร้อนรนไปยังคู่ขัดแย้งให้ปิดปากกระบอกปืน และเริ่มต้นการเสวนาอย่างจริงใจโดยปราศจากเงื่อนไขเบื้องต้น โดยมุ่งเป้าไปที่การยุติสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์พี่น้องนี้โดยเร็วที่สุด” พระสันตะปาปาตรัสย้ำ
7. ขอคำภาวนาสำหรับการเยือน 4 ชาติในแอฟริกา
ตอนท้าย พระสันตะปาปาทรงแจ้งถึงกำหนดการเดินทางครั้งใหม่ เพื่อไปเยือน 4 ประเทศในทวีปแอฟริกา และทรงขอให้สัตบุรุษช่วยสวดภาวนาสนับสนุนการเดินทางของพระองค์
“พรุ่งนี้พ่อจะออกเดินทางสำหรับการเดินทางเพื่อประกาศข่าวดีเป็นเวลาสิบวัน ไปยังสี่ประเทศในแอฟริกา ได้แก่ อัลจีเรีย แคเมอรูน แองโกลา และอิเควทอเรียลกินี โปรดคิดถึงพ่อในคำภาวนาของพวกท่านด้วย” พระสันตะปาปาตรัสทิ้งท้าย
Sources:
1. https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/angelus/2026/documents/20260412-regina-caeli.html
2. https://www.catholicculture.org/culture/library/catechism/index.cfm?recnum=4507
3. https://feedingonchrist.org/theological-significance-eighth-day/

Comments
Post a Comment