เบื้องหลังโป๊ปฟรานซิสล้างเท้าผู้ต้องขังข้ามเพศ พระองค์ไม่ยอมให้ตัดชื่อออก ย้ำชัด “แล้วเธอคนนี้ไม่ใช่ลูกของพระเจ้าด้วยหรือ”

➡️ สื่ออิตาลีเผยเบื้องหลังพิธีล้างเท้าวันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์ ค.ศ. 2015 ที่เรือนจำเรบิบเบีย ซึ่งโป๊ปฟรานซิสยืนยันจะล้างเท้าให้สตรีข้ามเพศ โดยไม่หวั่นเสียงวิจารณ์จากกลุ่มอนุรักษ์นิยม


➡️ โป๊ปฟรานซิสปฏิเสธข้อเสนอของเรือนจำที่จะตัดชื่อเธอออก เพราะกลัวดราม่า ก่อนจะตั้งคำถามสะกิดใจกลับไป “แล้วเธอคนนี้ไม่ใช่ลูกของพระเจ้าด้วยหรือ” ชี้การกีดกันคือการด่วนตัดสินว่าคนข้ามเพศไม่มีสิทธิได้รับความรอดจากพระเจ้า


➡️ ทางด้านสตรีข้ามเพศคนนี้ เผยความประทับใจ โป๊ปฟรานซิสก้มลงล้างเท้าและจูบเท้า พร้อมมองเธอด้วยความอ่อนโยน ชี้พระองค์คือผู้อภิบาลของคนที่ถูกผลักไสไล่ส่งอย่างแท้จริง



ลูโช่ บรูเนลลี่ นักข่าวอาวุโสสายวาติกันจากหนังสือพิมพ์ “ลา เรปุบบลิก้า” ของอิตาลี ได้เขียนบทความพิเศษเพื่อร่วมรำลึกถึงพระสันตะปาปา ฟรานซิส โอกาสครบรอบ 1 ปีแห่งการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ เนื้อหาดังกล่าวเป็นการรำลึกเบื้องหลังเหตุการณ์วันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์ ค.ศ. 2015 เมื่อพระสันตะปาปา ฟรานซิส เสด็จไปประกอบพิธีล้างเท้าให้ผู้ต้องขังที่เรือนจำเรบิบเบีย กรุงโรม ซึ่งหนึ่งในนั้นมีชื่อของ “อิซาเบล” สตรีข้ามเพศชาวโปรตุกีส อยู่ด้วย 


สำหรับเบื้องหลังเหตุการณ์สุดประทับใจนี้ Pope Report สรุปประเด็นหลักมาให้ดังนี้


1. “ทำไมถึงเป็นพวกเขา ทำไมไม่เป็นตัวเราล่ะที่ติดคุก”


บรูเนลลี่ระบุว่า พระสันตะปาปา ฟรานซิส ตัดสินใจไปถวายมิสซาที่เรือนจำ เพราะพระองค์มองว่า ตนก็เป็นคนบาปที่ได้รับพระหรรษทานจากพระเจ้า พระองค์มีความผูกพันพิเศษกับบรรดาผู้ต้องขัง และมักจะตั้งคำถามกับตัวเองเสมอเมื่อก้าวเข้าเรือนจำว่า “ทำไมถึงเป็นพวกเขา ทำไมไม่เป็นตัวเราล่ะ”


ที่เรือนจำเรบิบเบีย เจ้าหน้าที่และคุณพ่อเปาโล สปรีอาโน่ ได้คัดเลือกผู้ต้องขัง 12 คน เพื่อเป็นตัวแทนของแดนต่างๆ ซึ่งในจำนวนนั้นมี “อิซาเบล” ที่ถูกเลือกมาเป็นตัวแทนของแดนผู้ข้ามเพศ (ซึ่งเรือนจำต้องแยกไว้ต่างหากเพื่อปกป้องพวกเขาจากการถูกคุกคาม)


2. ทุกคนคือลูกของพระเจ้า


บรูเนลลี่ (ซึ่งขณะนั้นทำงานให้สื่อคาทอลิก TV2000 และ Radio Inblu) เผยว่า ตนได้รับโทรศัพท์จากพระสันตะปาปา ฟรานซิส ที่โทรมาอวยพรวันปาสกาล่วงหน้า และเมื่อตนถามพระสันตะปาปาเรื่องอิซาเบล พระองค์ทราบดีอยู่แล้ว และตระหนักถึงเสียงวิจารณ์ที่อาจตามมาจากกลุ่มอนุรักษ์นิยม ทางเจ้าหน้าที่เรือนจำจึงเสนอที่จะตัดชื่อของเธอออกไป


แต่พระสันตะปาปา ฟรานซิส ไม่ยอมรับการตัดชื่อออก และตรัสอย่างหนักแน่นว่า “แล้วเธอคนนี้ (อิซาเบล) ไม่ใช่ลูกของพระเจ้าด้วยหรือ”


พระสันตะปาปา ฟรานซิส อธิบายว่าการตัดชื่ออิซาเบลออกเท่ากับการผลักไสเธอให้กลายเป็นคนชายขอบเพราะสภาวะของตัวเธอเอง และคงจะเหมือนกับการตั้งทฤษฎีด่วนสรุปไปเองว่า สำหรับคนข้ามเพศแล้ว ความรอดพ้นจากพระเจ้าได้ถูกปฏิเสธไปตั้งแต่ต้น


3. การสบตาผู้ถูกสังคมผลักไสไล่ส่ง


ในวันที่ 2 เมษายน พระสันตะปาปา ฟรานซิส ได้ล้างเท้าให้ผู้ต้องขังทั้ง 12 คน รวมถึงหญิงชาวแอฟริกันที่มาพร้อมกับลูกน้อย (ซึ่งพระองค์ทรงจุมพิตเท้าเด็กด้วย) และอิซาเบลที่ร้องไห้ด้วยความตื้นตันใจ


วันรุ่งขึ้น นิโคลา แฟร์รันเต้ เพื่อนนักข่าวของบรูเนลลี่ ได้ไปสัมภาษณ์อิซาเบล เธอเล่าว่าแม้ชีวิตจะเต็มไปด้วยความผิดพลาด แต่เธอก็ไม่ได้สูญเสียความเชื่อในพระเจ้าผู้แสนดีที่สามารถรักเธอได้ โดยไม่ต้องขอดูประวัติอาชญากรรมก่อน


“เมื่อพระสันตะปาปาก้มลงล้างเท้าให้ฉัน ฉันพูดกับพระองค์ว่า ‘ขอพระเยซูทรงอวยพรพระองค์’... พระสันตะปาปา ฟรานซิส เงยหน้าขึ้นและสบตาฉัน... จากนั้นในขณะที่พระองค์กำลังจุมพิตเท้าฉัน ฉันก็พูดกับพระองค์อีกว่า ‘ฉันจะสวดภาวนาให้พระองค์และขอให้โลกมีสันติภาพ’... พระองค์ทรงเงยหน้าขึ้นอีกครั้งและมองฉัน สบตาของพระองค์ในดวงตาของฉัน” อิซาเบล เล่าด้วยความประทับใจ


4. พระสันตะปาปาของประชาชนและความเมตตาที่ไร้ข้อกังขา


อิซาเบลเล่าต่อไปว่า “ฉันเป็นคาทอลิก หลายครั้งที่ฉันอยากไปที่มหาวิหารนักบุญเปโตรเพื่อพบพระสันตะปาปา แต่กลับเป็นพระองค์ที่มาเยี่ยมฉันในเรือนจำ พระองค์คือพระสันตะปาปาของประชาชน ของประชาชนที่ถูกผลักไสไล่ส่ง ความเชื่อของฉันเพิ่มพูนขึ้น”


ทางสถานีได้ออกอากาศบทสัมภาษณ์นี้โดยนำเสนออิซาเบลแบบเรียบง่ายในฐานะผู้ต้องขังคนหนึ่ง โดยไม่ไปขยี้ประเด็นอัตลักษณ์ทางเพศ แต่ปล่อยให้เธอเล่าเรื่องราวของเธอเอง บรูเนลลี่ระบุทิ้งท้ายบทความว่า ไม่มีอีเมลต่อว่าจากคาทอลิกสายอนุรักษ์นิยมส่งมาเลยแม้แต่ฉบับเดียว


ความจริงใจของอิซาเบลและความเมตตาของพระสันตะปาปา ทำให้เขานึกถึงบทอธิบายพระวรสารตอนหญิงล่วงประเวณี (ซึ่งเป็นตอนที่พระสันตะปาปา ฟรานซิส โปรดปรานที่สุด) ที่ว่าเมื่อผู้กล่าวหาเดินจากไปหมดแล้ว ก็ “เหลืออยู่เพียงลำพัง ความน่าเวทนา และความเมตตา”


Source:


- https://www.luciobrunelli.com/post/quando-francesco-lav%C3%B2-i-piedi-a-isabel 


Comments