โป๊ปสอน แม้ปัญหาในชีวิตจะไม่หายไปเมื่อเราอยู่ต่อหน้าพระเจ้า แต่กางเขนและปัญหาที่พบจะได้รับการส่องสว่างให้พบความหมาย
➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงย้ำ พระคริสต์คือทุกสิ่งสำหรับเรา แม้ปัญหาในชีวิตจะไม่หายไปเมื่ออยู่ต่อหน้าพระเจ้า แต่กางเขนและปัญหาเหล่านั้นจะได้รับการส่องสว่างให้พบความหมาย
➡️ ทรงชี้ พระคัมภีร์ไม่ใช่แค่ตัวอักษรให้อ่าน แต่เรียกร้องให้เราก้าวเข้ามาเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์แห่งความรอด โดยยกเรื่องขันทีชาวเอธิโอเปียในพระคัมภีร์มาอธิบายเป็นตัวอย่าง
➡️ ทรงชี้ การเชื่อในพระเจ้าคือการเลือกระหว่างความหวังกับความสิ้นหวัง พร้อมย้ำศีลมหาสนิทคือปังที่ประทานชีวิตนิรันดร
➡️ ทรงยกคำสอน โป๊ป ฟรานซิส เตือนคริสตชนให้ระวังความพึงพอใจและการโลภที่ปิดกั้นคนยากจน พร้อมเรียกร้องให้ทุกคนประกาศข่าวดีด้วยความชื่นชมยินดี
ช่วงสายวันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายนที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงเป็นประธานในพิธีมิสซา ณ สนามกีฬาเมืองมาลาโบ ประเทศอิเควทอเรียลกินี ท่ามกลางคริสตชนที่มาร่วมพิธีอย่างเนืองแน่น โดยช่วงเริ่มพิธี พระสันตะปาปาทรงร่วมไว้อาลัยแด่การสิ้นใจของคุณพ่อฟอร์ตูนาโต้ เอ็นซูเอ เอโซโน่ อดีตสงฆ์ผู้ช่วยบิช็อปแห่งมาลาโบด้วย
สำหรับใจความสำคัญของสิ่งที่พระสันตะปาปาตรัสสอน พระองค์ทรงใช้เนื้อหาจากหนังสือกิจการอัครสาวกที่เล่าถึงขันทีชาวเอธิโอเปีย มาเป็นบทสอนหลัก ซึ่ง Pope Report สรุปประเด็นมาให้ดังนี้
1. ขันทีชาวเอธิโอเปีย ผู้ที่พระวาจาของพระเจ้าเปลี่ยนทาสให้เป็นบุตรของพระเจ้า
พระสันตะปาปาทรงยกเรื่องราวของสังฆานุกรฟิลิปที่อธิบายพระคัมภีร์ให้ขันทีชาวเอธิโอเปียฟัง ซึ่งแม้เขาจะมั่งคั่งแต่ก็ไร้อิสรภาพ ทว่าเมื่อได้ฟังพระวาจาของพระเจ้า เขาก็ได้รับการปลดปล่อย
พระสันตะปาปาตรัสว่า “ขันทีคนนี้ได้เปลี่ยนจากเพียงผู้ที่ได้อ่านพระคัมภีร์ มาเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในเรื่องราวที่ดึงดูดใจเขาอย่างยิ่ง ชาวแอฟริกันคนนี้ได้ก้าวเข้าสู่ประวัติศาสตร์แห่งความรอด ซึ่งโอบกอดชายและหญิงทุกคน โดยเฉพาะผู้ถูกกดขี่และผู้ต่ำต้อยที่สุด”
นอกจากนี้ พระสันตะปาปายังย้ำว่าการอ่านพระคัมภีร์ไม่เคยเป็นเรื่องส่วนตัวเพียงลำพัง “การอ่านพระคัมภีร์เป็นทั้งการกระทำส่วนบุคคลและระดับศาสนจักรเสมอ เราอ่านพระคัมภีร์ร่วมกันในฐานะมรดกส่วนรวมของศาสนจักร โดยได้รับการนำทางจากพระจิต”
2. ศีลมหาสนิท ขนมปังจากฟ้าที่ยิ่งกว่าในอดีต
จากนั้น พระสันตะปาปาจากคณะออกัสติเนี่ยนชี้ว่าในสมัยโบราณ พระเจ้าประทานอาหารจากฟ้า หรือที่เรียกว่า “มานนา” ให้ชาวอิสราเอลในถิ่นทุรกันดาร เพื่อเลี้ยงดูพวกเขาระหว่างการเดินทาง 40 ปี แต่ผู้ที่กินอาหารนั้นก็ยังตายไปในที่สุด ศีลมหาสนิทในวันนี้คือการสำเร็จสมของสัญลักษณ์นั้น เพราะดังที่พระเยซูตรัสว่า “ปังที่เราจะให้เพื่อชีวิตของโลกคือเนื้อของเรา” (จอห์น 6:51)
"ขอบคุณพระเจ้า เราสรรเสริญและถวายพรแด่พระองค์ เพราะพระองค์ทรงเลือกที่จะเป็นศีลมหาสนิทสำหรับเรา ขนมปังแห่งชีวิตนิรันดร์ เพื่อเราจะได้มีชีวิตนิรันดร์" พระสันตะปาปาตรัส
3. พระคริสต์คือทุกสิ่งสำหรับเรา
พระสันตะปาปายังให้กำลังใจคริสตชนว่า แม้ความเชื่อจะไม่ทำให้ปัญหาหายไป แต่มันจะช่วยให้เรามองเห็นความหมายของความทุกข์ทรมานเหล่านั้น
พระสันตะปาปาตรัสยกคำสอนของนักบุญอัมโบรซีโอ ที่ว่า “ถ้าท่านถูกกดขี่จากความอยุติธรรม พระองค์คือความยุติธรรม ถ้าท่านต้องการความช่วยเหลือ พระองค์คือพละกำลัง ปัญหาของเราไม่ได้หายไปเมื่ออยู่ต่อหน้าพระเจ้า แต่ปัญหาเหล่านั้นได้รับการส่องสว่าง เช่นเดียวกับที่กางเขนทุกอันได้รับการไถ่กู้ในพระเยซู เรื่องราวชีวิตของเราก็พบความหมายในพระวรสารเช่นกัน”
4. ระวังความละโมบและใจที่ปิดกั้น
ตอนท้าย พระสันตะปาปาทรงเรียกร้องให้ทุกคนประกาศข่าวดีและเป็นประจักษ์พยานด้วยชีวิต โดยทรงยกคำสอนของ พระสันตะปาปา ฟรานซิส ในสมณสาส์นเตือนใจ “ความชื่นชมยินดีแห่งพระวรสาร” (Evangelii Gaudium) มาเตือนสติ
พระสันตะปาปาเลโอ ตรัสว่า “พระสันตะปาปา ฟรานซิส เตือนเราถึงอันตรายของความอ้างว้างและปวดร้าวที่เกิดจากใจที่พึงพอใจแต่กลับละโมบ เมื่อใดก็ตามที่ชีวิตภายในของเราจมอยู่กับผลประโยชน์ของตนเอง เมื่อนั้นจะไม่มีที่ว่างสำหรับผู้อื่น ไม่มีที่สำหรับคนยากจนอีกต่อไป”
“พ่อจึงขอให้กำลังใจพวกลูกทุกคน ในฐานะศาสนจักรที่มีชีวิต ให้สานต่อพันธกิจของบรรดาศิษย์รุ่นแรก ในขณะที่พวกลูกอ่านพระวรสารด้วยกัน จงประกาศด้วยความกระตือรือร้น และจงเป็นประจักษ์พยานผ่านทางชีวิต เพื่อให้พระดำรัสของพระเจ้ากลายเป็นเชื้อแป้งที่ดีสำหรับทุกคน” พระสันตะปาปาตรัสปิดท้าย
หลังจากมิสซาจบลง พระสันตะปาปาจะประทับเครื่องบินกลับกรุงโรม ประเทศอิตาลี และเป็นการสิ้นสุดการเสด็จเยือนทวีปแอฟริกา ตั้งแต่วันที่ 13 - 23 เมษายน 2026 อย่างเป็นทางการ
Source:

Comments
Post a Comment