“โป๊ปเลโอ” ยกย่อง “โป๊ปฟรานซิส” เรื่องการใช้ภาษาใหม่ๆ ทำให้พระวรสารเข้าใจง่ายและเข้าถึงทุกคน

➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ส่งสารรำลึก 1 ปีแห่งการสิ้นพระชนม์ของ โป๊ป ฟรานซิส ยกย่องทรงใช้ภาษาใหม่และคำศัพท์ที่คุ้นหู ทำให้ข่าวดีของพระวรสารเข้าใจง่ายและเข้าถึงจิตใจคนในยุคปัจจุบัน


➡️ ชี้การใช้ภาษาง่ายๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น “ความเป็นพี่น้องกัน”, “กลิ่นของฝูงแกะ” และ “โรงพยาบาลสนาม” คือการนำพระวรสารเดิมมาอธิบายด้วยวิถีที่ทุกคนสัมผัสได้


➡️ ทรงยกย่องอดีตพระสันตะปาปาว่าทรงเป็น “ศิษย์พระเยซูและเป็นธรรมทูต” ผู้ประกาศความเมตตาแก่ “ทุกคน ทุกคน ทุกคน” พร้อมยกย่องความกล้าหาญในการเป็นผู้อภิบาลที่นำศาสนจักรฝ่าการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย



เนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปีแห่งการสิ้นพระชนม์ของ พระสันตะปาปา ฟรานซิส (21 เมษายน ค.ศ. 2025) พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการเสด็จเยือนทวีปแอฟริกา ได้ฝากสารของพระองค์มาให้ คาร์ดินัล โจวานนี่ บัตติสต้า เร หัวหน้าคณะคาร์ดินัล อ่านระหว่างการเป็นประธานในมิสซาอุทิศแด่พระสันตะปาปา ฟรานซิส ซึ่งจัดขึ้นในมหาวิหารซานตา มารีอา มาจโจเร่ กรุงโรม


สำหรับใจความสำคัญจากสารฉบับนี้ Pope Report สรุปประเด็นหลักมาให้ดังนี้


1. ภาษาใหม่ที่ทำให้ข่าวดีเข้าใจง่ายขึ้น


ประเด็นสำคัญที่สุดในสารฉบับนี้ คือการที่ พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงยกย่องความสามารถของ พระสันตะปาปา ฟรานซิส ในการทำให้คำสอนของศาสนจักรเป็นสิ่งที่สัมผัสและเข้าใจได้ง่ายสำหรับคนในยุคปัจจุบัน


พระสันตะปาปาชาวอเมริกันร่วมรำลึกถึงคำสอนอันเป็นเอกลักษณ์ของ พระสันตะปาปา ฟรานซิส ที่ถ่ายทอดด้วยถ้อยคำสละสลวย เพื่อทำให้ข่าวดีเป็นที่เข้าใจง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคำว่า “ความเมตตา”, “สันติภาพ”, “ความเป็นพี่น้องกัน”, “กลิ่นของฝูงแกะ” และ “โรงพยาบาลสนาม”


พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 เน้นย้ำว่า “ถ้อยคำใหม่ๆแต่ละคำเหล่านี้ นำเรากลับไปสู่พระวรสารที่พระสันตะปาปานำมาปฏิบัติในชีวิต นี่คือพระวรสารเดียวกันกับที่เราใช้เสมอมา”


2. ประจักษ์พยานในฐานะ “ศิษย์-ธรรมทูต”


นอกจากเรื่องภาษาแล้ว พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงยกย่อง พระสันตะปาปา ฟรานซิส ว่าเป็นผู้สืบตำแหน่งของเปโตรในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ พระองค์ทรงตระหนักถึงสิ่งนี้เป็นอย่างดี และได้มอบประจักษ์พยานแห่งความกล้าหาญไว้ให้ศาสนจักร


พระสันตะปาปา ฟรานซิส ทรงดำเนินชีวิตตามคำสอนในฐานะ “ศิษย์-ธรรมทูต” อย่างแท้จริง โดยประกาศพระวรสารแห่งความเมตตา “แก่ทุกคน ทุกคน ทุกคน” ซึ่งผลดีจากความเอาใจใส่ของพระองค์ได้ส่งผ่านไปยังหัวใจของผู้คนมากมายจนสุดปลายแผ่นดินโลก แม้กระทั่ง “การเดินทาง” ครั้งสุดท้ายผ่านความเจ็บป่วยและการสิ้นพระชนม์ ก็ยังเป็นประจักษ์พยานที่ยิ่งใหญ่


3. ความตายคือประตูสู่ความเมตตา


ในส่วนของการรำลึกถึงการจากไป พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงเน้นย้ำว่า ความตายไม่ใช่กำแพงขนาดใหญ่ที่ปิดกั้นเรา แต่เป็นประตูที่เปิดกว้างสู่ความเมตตาของพระเจ้า ซึ่ง พระสันตะปาปา ฟรานซิส ทรงประกาศอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย


พระเจ้าทรงเรียกพระสันตะปาปา ฟรานซิส กลับไปหาพระองค์ท่ามกลางแสงสว่างแห่งปาสกา ซึ่งเป็นการสิ้นสุดการแสวงบุญบนโลกนี้ในอ้อมกอดของพระคริสต์ผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพ ในบริบทแห่ง “ความชื่นชมยินดีแห่งพระวรสาร” (Evangelii Gaudium) อันเป็นสมณสาส์นเตือนใจที่ทรงพลังที่สุดของพระองค์


4. แบบอย่างความศรัทธาต่อแม่พระ


ในตอนท้ายของสาร พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงรำลึกถึงความศรัทธาอย่างลึกซึ้งที่ พระสันตะปาปา ฟรานซิส ทรงมีต่อแม่พระตลอดชีวิตของพระองค์ โดยเฉพาะการเสด็จไปภาวนาที่มหาวิหารซานตา มารีอา มาจโจเร่ (สถานที่ฝังศพของพระองค์ในปัจจุบัน) อยู่เสมอ


“ขอแม่พระมารดาของศาสนจักร โปรดช่วยเหลือเราให้เป็นอัครสาวกที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยของพระบุตรศักดิ์สิทธิ์ของแม่ในทุกสถานการณ์ และเป็นประกาศกแห่งความรักอันเมตตาของพระองค์ด้วยเทอญ” พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ตรัสปิดท้าย


Source:


- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/it/messages/pont-messages/2026/documents/20260412-messaggio-anniversario-papafrancesco.html 


Comments