โป๊ปย้ำครูสอนวิชาคาทอลิก “เยาวชนไม่ได้ต้องการคำตอบสำเร็จรูป แต่ต้องการผู้ใหญ่ที่พร้อมรับฟังและเดินเคียงข้าง”
➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ย้ำกับครูสอนวิชาคาทอลิกในโรงเรียน ไม่ต้องทำตัวเด่นหรือเป็นนักศีลธรรม นักเรียนไม่ได้ต้องการคำตอบสำเร็จรูป แต่ต้องการผู้ใหญ่ที่ซื่อสัตย์ ใกล้ชิด และเป็นประจักษ์พยานที่มีชีวิต
➡️ ทรงสอน หน้าที่ครูคือช่วยเด็กรุ่นใหม่ค้นหาเสียงในใจของตัวเอง ท่ามกลางเสียงรบกวนของโลกยุคปัจจุบัน
➡️ ทรงชี้ การทำโรงเรียนหมายถึงการอบรมคนให้รู้จักฟังเสียงของหัวใจ เพื่อนำไปสู่เสรีภาพภายในและรู้จักตั้งคำถามกับสิ่งที่มีอยู่
ช่วงสายวันเสาร์ที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงให้การต้อนรับผู้เข้าร่วมการประชุมระดับชาติของครูสอนวิชาคาทอลิกที่มาเข้าเฝ้าในหอประชุมเปาโล ที่ 6 นครรัฐวาติกัน โดยหัวข้อการประชุมของพวกเขาคือ “ใจพูดกับใจ” ซึ่งจัดโดยสภาบิช็อปคาทอลิกแห่งอิตาลี
สำหรับใจความสำคัญของสิ่งที่พระสันตะปาปาตรัสกับพวกเขา Pope Report สรุปมาให้ดังนี้
1. มิติทางศาสนาคือสปริงค์บอร์ดกระโดดน้ำสู่การค้นหาความหมายชีวิต
พระสันตะปาปาเริ่มต้นด้วยการกล่าวทักทายและขอบคุณบรรดาครูสอนวิชาคาทอลิกสำหรับการรับใช้อันมีค่าในโรงเรียน
พระสันตะปาปาชาวอเมริกันตรัสชื่นชมว่า “งานของพวกท่านหนักหน่วง มันเป็นงานที่เงียบเชียบและไม่โดดเด่น และถึงกระนั้นก็มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเติบโตของเด็กและเยาวชนจำนวนมาก มิติทางศาสนาเป็นองค์ประกอบสำคัญของประสบการณ์มนุษย์ และไม่สามารถถูกละทิ้งได้ในกระบวนการอบรมคนรุ่นใหม่ … การรับใช้ของพวกลูกจึงเป็นเหมือนสปริงค์บอร์ดกระโดดน้ำ ที่เยาวชนสามารถเรียนรู้ที่จะกระโจนเข้าสู่การผจญภัยอันน่าหลงใหลของการเสวนาภายในจิตใจ” พระสันตะปาปา ตรัส
2. วิชาคาทอลิกมีคุณค่าทางวัฒนธรรมและช่วยเปิดใจรับผู้อื่น
นอกจากมิติทางจิตใจแล้ว บิช็อปแห่งกรุงโรมยังย้ำว่า การสอนวิชาคาทอลิกมีคุณค่าทางวัฒนธรรมอย่างมาก ช่วยให้เข้าใจความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ สังคม และศิลปะที่หล่อหลอมอิตาลี ยุโรป และหลายประเทศทั่วโลก
พระสันตะปาปาจากคณะออกัสติเนี่ยนตรัสว่า “การศึกษาพระคัมภีร์ที่เราได้รู้จักพระเยซู … ทำให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงสิ่งเหล่านี้ได้ด้วยความเคารพในเสรีภาพของแต่ละคน แสดงให้เห็นว่าความเป็นรัฐฆราวาสที่แท้จริงไม่ได้กีดกันเรื่องศาสนา แต่รู้ว่าต้องนำมาใช้เป็นทรัพยากรทางการศึกษาได้อย่างไร นี่คือส่วนหนึ่งของทัศนคติที่ขาดไม่ได้สำหรับการเสวนา นั่นคือการรู้จักและรักในสิ่งที่ตนเป็น เพื่อจะสามารถพบปะผู้อื่นด้วยความเคารพและเปิดกว้าง”
3. สอนให้เด็กฟังเสียงของหัวใจ ท่ามกลางเสียงรบกวน
จากนั้น พระสันตะปาปาทรงกล่าวถึงหัวข้อของการประชุมที่ได้แรงบันดาลใจจาก นักบุญจอห์น เฮนรี่ นิวแมน คือ “ใจพูดกับใจ” โดยชี้ว่าความจริงคือเป้าหมาย และความสัมพันธ์ส่วนบุคคลคือหนทาง
พระสันตะปาปาเลโอ ตรัสว่า “พวกท่านมีหน้าที่ช่วยเหลือเด็กๆ ผ่านการสอน ให้พวกเขารู้จักเสียงที่ดังก้องอยู่ในตัวพวกเขาอยู่แล้ว ไม่ฝังมันไว้ หรือปล่อยให้มันสับสนกับเสียงรบกวนรอบตัว ในยุคที่เราถูกปิดล้อมด้วยสิ่งเร้าทุกรูปแบบ การทำให้เสียงนั้นเงียบลงเป็นเรื่องง่ายมาก มนุษย์ไม่สามารถอยู่ได้โดยปราศจากความจริง”
“แม้บางครั้ง เยาวชนจะดูเหมือนเฉยชา ภายใต้ฉากหน้าของความไม่แยแส แท้จริงแล้วพวกเขามักซ่อนความกระวนกระวายและความเจ็บปวดของคนที่ ‘รู้สึกมากเกินไป’ อย่างรุนแรง โดยไม่สามารถเรียกชื่อสิ่งที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่ได้”
“การทำโรงเรียนจึงหมายถึงการอบรมคนให้รู้จักฟังเสียงของหัวใจ นำไปสู่เสรีภาพภายในและการคิดเชิงวิพากษ์ ที่ซึ่งความเชื่อและเหตุผลไม่เพิกเฉยต่อกัน แต่เป็นเพื่อนร่วมทางในการค้นหาความจริง การศึกษาเรียกร้องความอดทนในการหว่านโดยไม่หวังผลลัพธ์ทันที เคารพเวลาการเติบโตของแต่ละคน และเหนือสิ่งอื่นใด ดังที่นักบุญนิวแมนสอนไว้ มันเรียกร้องความรัก” พระสันตะปาปา ตรัส
4. นักเรียนไม่ต้องการคำตอบสำเร็จรูป แต่ต้องการผู้ใหญ่ที่ซื่อสัตย์
ตอนท้าย พระสันตะปาปาทรงให้กำลังใจบรรดาครูสอนวิชาคาทอลิกให้เป็นแบบอย่างที่น่าเชื่อถือ พร้อมเตือนว่าความรักและความใกล้ชิดต้องมาพร้อมกับความรู้ความสามารถที่แท้จริง
พระสันตะปาปาชาวอเมริกันตรัสว่า “ความจริงส่งผ่านบุคคล และสำหรับนักเรียน บุคคลเหล่านั้นก็คือพวกท่านคุณครูสอนวิชาคาทอลิก พวกท่านถูกเรียกให้เป็นครูที่น่าเชื่อถือ ถ่ายทอดคุณค่าโดยไม่ต้องทำตัวเด่นหรือทำตัวเป็นนักศีลธรรม นักเรียนของพวกท่านไม่ต้องการคำตอบสำเร็จรูป แต่ต้องการความใกล้ชิดและความซื่อสัตย์จากผู้ใหญ่ที่ยืนเคียงข้างพวกเขาด้วยความน่าเชื่อถือและความรับผิดชอบ พวกเขาจะจดจำดวงตาและคำพูดของคนที่รับฟังพวกเขาอย่างจริงจัง คนที่ไม่กลัวที่จะร่วมเดินทางไปกับพวกเขา และแสดงให้เห็นว่าตนเองก็กำลังแสวงหา คิด ดำเนินชีวิต และมีความเชื่อเช่นกัน”
“การสอนวิชาคาทอลิกต้องการการปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอ วันนี้ศาสนจักรส่งพวกท่านไปเป็นผู้รับใช้ในโลกการศึกษา เป็นผู้ออกแบบท่วงทำนองแห่งความหวัง เป็นผู้แสวงหาภูมิปัญญาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และเป็นผู้สร้างการแสดงออกแห่งความงามที่น่าเชื่อถือ” พระสันตะปาปาตรัสปิดท้าย
Source:
- https://press.vatican.va/content/salastampa/it/bollettino/pubblico/2026/04/25/0333/00674.html

Comments
Post a Comment