โป๊ปย้ำ “ในฐานะผู้อภิบาล ไม่สามารถสนับสนุนสงครามได้” ชี้การทูตเบื้องหลังสำคัญกว่าการประณามต่อหน้าคนทั้งโลก
➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงย้ำ ในฐานะผู้อภิบาล ไม่สามารถสนับสนุนสงครามได้ เพราะพันธกิจหลักของการเยือนแอฟริกาคือการประกาศพระวรสาร ไม่ใช่เรื่องการเมือง
➡️ ทรงเผย พกรูปถ่ายเด็กชาวมุสลิมคนหนึ่งติดตัว เพราะตอนไปเยือนเลบานอน เด็กคนนี้ถือป้าย “ยินดีต้อนรับ พระสันตะปาปา เลโอ” แต่ตอนนี้ เขาถูกสังหารจากสงครามในเลบานอนไปแล้ว
➡️ ทรงชี้ การทูตเบื้องหลังสำคัญกว่าการออกแถลงการณ์ประณาม เพราะสามารถช่วยนักโทษการเมืองและส่งเสริมความยุติธรรมได้จริง มันขึ้นกับการตีความของแต่ละคน หลังจากนักข่าวถามพระองค์ว่า ทริปนี้ ผู้นำเผด็จการบางคนได้พบพระสันตะปาปา เขาจะใช้โอกาสนี้ฟอกตัวให้สะอาดหรือไม่
➡️ ทรงตอบประเด็นผู้อพยพ รัฐมีสิทธิ์ควบคุมพรมแดนของตน แต่เมื่อผู้อพยพมาถึง พวกเขาคือมนุษย์และสมควรได้รับการเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นคน เราต้องไม่ปฏิบัติต่อพวกเขาเยี่ยงสัตว์
➡️ ทรงยืนยัน ศาสนจักรไม่เห็นด้วยกับการอวยพรคู่รักเพศเดียวกันแบบประกอบพิธีศีลศักดิ์สิทธิ์แบบเป็นทางการ (Liturgical/ Ritual Blessing) แต่พวกเขาสามารถได้รับการอวยพรได้ (Pastoral Blessing)
บนเที่ยวบินขากลับจากกรุงมาลาโบ ประเทศอิเควทอเรียลกินี มุ่งหน้าสู่กรุงโรม ประเทศอิตาลี พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ได้ประทานสัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนที่ร่วมเดินทาง โดยตอบคำถามครอบคลุมทั้งเรื่องสงคราม การทูต ผู้อพยพ โทษประหารชีวิต การอวยพรคู่รักเพศเดียวกัน และแผนการเดินทางในอนาคต
สำหรับใจความสำคัญของการแถลงข่าว Pope Report สรุปประเด็นมาให้ดังนี้
1. จุดประสงค์แรกของการเสด็จเยือนคือประกาศข่าวดี ไม่ใช่การเมือง
พระสันตะปาปาเริ่มด้วยการตอบคำถามเรื่องจุดประสงค์ของการเดินทาง โดยยอมรับว่าสื่อมักสนใจมิติการเมืองมากกว่า
“บ่อยครั้งที่ความสนใจที่แสดงออกมาเป็นเรื่องการเมืองมากกว่า ‘พระสันตะปาปาพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนั้นเรื่องนี้ ทำไมพระองค์ไม่ตัดสินรัฐบาลในประเทศนั้นประเทศนี้’ แต่นั่นไม่ใช่เลย การเดินทางควรถูกเข้าใจเป็นอันดับแรกว่าเป็นการแสดงออกถึงความปรารถนาที่จะประกาศข่าวดี ประกาศสารของพระเยซูคริสต์ ซึ่งเป็นหนทางในการเข้าใกล้ผู้คนในความสุข ในความลึกซึ้งของความเชื่อ แต่ยังรวมถึงในความทุกข์ของพวกเขาด้วย” พระสันตะปาปาตรัส
2. ในฐานะผู้อภิบาล ไม่สามารถสนับสนุนสงครามได้
เมื่อถูกถามถึงความขัดแย้งในอิหร่านและการเจรจาที่อยู่ในสภาวะโกลาหล พระสันตะปาปาชาวอเมริกันทรงย้ำว่าประเด็นไม่ใช่เรื่องการเปลี่ยนแปลงระบอบ แต่คือจะส่งเสริมค่านิยมที่ดีได้อย่างไรโดยไม่ต้องให้ผู้บริสุทธิ์ต้องตายไป
“สิ่งที่เราเห็นคือผู้บริสุทธิ์จำนวนมากต้องตายไป พ่อเพิ่งเห็นจดหมายจากครอบครัวของเด็กที่ถูกฆ่าในวันแรกของการโจมตี พวกเขาเล่าถึงการสูญเสียลูกๆ ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์นั้น” พระสันตะปาปาตรัส
พระสันตะปาปาชาวอเมริกันยังเปิดเผยว่า พระองค์พกรูปถ่ายของเด็กมุสลิมคนหนึ่งติดตัวไปด้วย ซึ่งระหว่างการเยือนเลบานอน เขายืนรออยู่พร้อมป้ายที่เขียนว่า “ยินดีต้อนรับพระสันตะปาปา เลโอ” แต่ต่อมาถูกสังหารในช่วงสุดท้ายของสงคราม
“พ่อพกภาพถ่ายของเด็กชาวมุสลิมคนหนึ่งติดตัวไว้ ตอนที่ไปเยือนเลบานอน เขามารออยู่ที่นั่นพร้อมกับถือป้ายเขียนว่า ‘ยินดีต้อนรับ พระสันตะปาปา เลโอ’ แต่เขาถูกสังหารในช่วงท้ายของสงครามนี้ มีสถานการณ์ของเพื่อนมนุษย์มากมาย และพ่อคิดว่าเราต้องสามารถคิดไตร่ตรองในมุมมองเหล่านี้ได้”
“ในฐานะศาสนจักร พ่อขอย้ำว่า ในฐานะผู้อภิบาล พ่อไม่สามารถสนับสนุนสงครามได้ และพ่ออยากให้กำลังใจทุกคนให้พยายามหาคำตอบที่มาจากวัฒนธรรมแห่งสันติภาพ ไม่ใช่ความเกลียดชังและการแบ่งแยก” พระสันตะปาปา กล่าวย้ำ
3. การทูตเบื้องหลังสำคัญกว่าการประณามต่อหน้าสาธารณะ
นักข่าวจากฝรั่งเศสถามพระสันตะปาปาแบบตรงๆว่า “ระหว่างการเดินทางครั้งนี้ พระองค์ได้พบกับผู้นำที่เผด็จการที่สุดในโลกบางคน พระองค์จะป้องกันไม่ให้การปรากฏตัวของพระองค์มอบอำนาจทางศีลธรรมแก่ระบอบเหล่านี้ได้อย่างไร มันจะเป็นการ ‘ฟอกตัวด้วยการได้พบพระสันตะปาปา’ ไหม”
พระสันตะปาปาตอบว่า ““การพบปะอาจถูกตีความได้หลายแบบ แต่สันตะสำนักพยายามรักษาสายสัมพันธ์ทางการทูตแม้จะต้องเสียสละอย่างมาก เรามีโอกาสพูดคุยในระดับการทูต ซึ่งเราไม่ได้ออกแถลงการณ์ประณามหรือตัดสินอยู่เสมอไป แต่มีงานเบื้องหลังมากมายเพื่อส่งเสริมความยุติธรรม มนุษยธรรม การช่วยเหลือนักโทษการเมือง หรือผู้ที่หิวโหย สันตะสำนักพยายามรักษาสายสัมพันธ์เชิงบวกเพื่อนำพระวรสารไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริง เพื่อยกระดับชีวิตของประชาชน”
4. ปัญหาผู้อพยพต้องแก้ที่ต้นเหตุ และปฏิบัติต่อผู้อพยพอย่างมีศักดิ์ศรี
เมื่อถูกถามถึงประเด็นผู้อพยพในสเปนและยุโรป พระสันตะปาปาทรงย้อนถามว่าซีกโลกเหนือกำลังทำอะไรเพื่อช่วยซีกโลกใต้บ้าง พร้อมชี้ว่าแอฟริกามักถูกมองเป็นแหล่งขุดทรัพยากรเพื่อประโยชน์ของประเทศอื่น
“ส่วนตัว พ่อเชื่อว่ารัฐมีสิทธิ์ควบคุมพรมแดนของตน แต่เมื่อผู้คนมาถึง พวกเขาคือมนุษย์และสมควรได้รับการเคารพที่เป็นของมนุษย์ทุกคนเพราะศักดิ์ศรีของพวกเขา เราต้องปฏิบัติต่อมนุษย์อย่างมีมนุษยธรรม ไม่ปฏิบัติต่อพวกเขาแย่กว่าสัตว์ อย่างที่มักเกิดขึ้น” พระสันตะปาปาตรัส
5. การอวยพรคู่รักเพศเดียวกัน และความเป็นหนึ่งเดียวไม่ควรหมุนรอบแค่เรื่องเพศ
ผู้สื่อข่าวถามถึงความเห็นต่อ คาร์ดินัล ไรน์ฮาร์ด มาร์กซ์ อาร์คบิช็อปแห่งมิวนิค ที่อนุญาตให้อวยพรคู่รักเพศเดียวกัน พระสันตะปาปาทรงตอบอย่างชัดเจนถึงจุดยืนของวาติกัน
“ความเป็นหนึ่งเดียวกันหรือการแตกแยกของศาสนจักรไม่ควรวนเวียนอยู่แค่เรื่องเพศ ศีลธรรมไม่ได้มีแค่เรื่องเพศ แต่ยังมีเรื่องความยุติธรรม ความเท่าเทียม เสรีภาพของมนุษย์ และเสรีภาพในการนับถือศาสนา ซึ่งควรมีความสำคัญเป็นอันดับแรก”
“สันตะสำนักไม่เห็นด้วยกับการอวยพรคู่รักเพศเดียวกันอย่างเป็นทางการ หรือคู่รักในสถานการณ์ที่ไม่ถูกต้องตามกฎเกณฑ์ นอกเหนือไปจากการอวยพรที่ พระสันตะปาปา ฟรานซิส ทรงอนุญาตไว้ว่าทุกคนสามารถรับการอวยพรได้ คำว่า ‘Tutti, tutti, tutti’ (ทุกคน ทุกคน ทุกคน) หมายถึงศาสนจักรต้อนรับทุกคน เชิญทุกคนให้ติดตามพระเยซู และเชิญทุกคนให้กลับใจ การทำอะไรที่มากไปกว่านั้นในปัจจุบันจะสร้างความแตกแยกมากกว่าความเป็นเอกภาพ เราควรมองหาวิธีสร้างความเป็นเอกภาพบนรากฐานของพระเยซูคริสต์และคำสอนของพระองค์” พระสันตะปาปา ตรัสอย่างจริงจัง
6. ประณามโทษประหารชีวิตและการพรากชีวิตอย่างอยุติธรรมทุกรูปแบบ
เมื่อถูกถามถึงการประหารชีวิตสมาชิกฝ่ายค้านในอิหร่าน พระสันตะปาปาชาวอเมริกันทรงตอบชัดเจนว่า
“พ่อประณามการกระทำทั้งหมดที่ไม่ยุติธรรม พ่อประณามการพรากชีวิตผู้คน พ่อประณามโทษประหารชีวิต พ่อเชื่อว่าชีวิตมนุษย์ต้องได้รับการเคารพ และทุกคน ตั้งแต่การปฏิสนธิจนถึงการตายตามธรรมชาติ ชีวิตของพวกเขาควรได้รับการเคารพและปกป้อง ดังนั้น เมื่อระบอบใดระบอบหนึ่งตัดสินใจพรากชีวิตผู้คนอย่างอยุติธรรม นั่นแน่นอนว่าเป็นสิ่งที่ควรถูกประณาม” พระสันตะปาปาตรัสปิดท้าย
Source:

Comments
Post a Comment