โป๊ปเยี่ยมผู้ต้องขัง ย้ำไม่มีใครถูกกีดกันจากความรักพระเจ้า ให้กำลังใจ “คนที่ลุกขึ้นยืนได้อีกครั้งหลังจากหกล้ม เขาจะแข็งแกร่งกว่าเดิม”
➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 เยือนเรือนจำท่ามกลางสายฝนที่อิเควทอเรียลกินี เพื่อให้กำลังใจผู้ต้องขัง ย้ำชัด ไม่มีใครถูกกีดกันจากความรักของพระเจ้า
➡️ ทรงย้ำเตือน “พระเจ้าไม่เคยเหน็ดเหนื่อยที่จะให้อภัย” และคนที่ลุกขึ้นได้อีกครั้งหลังจากหกล้ม ย่อมแข็งแกร่งกว่าเดิม
➡️ ทรงชี้ความยุติธรรมที่แท้จริงไม่ใช่แค่การจ้องจะลงโทษ แต่คือการมุ่งคืนดีและช่วยฟื้นฟูชีวิตของทุกคนที่ได้รับบาดแผล
➡️ ทรงเรียกร้องให้เปลี่ยนเรือนจำเป็นพื้นที่แห่งการเติบโต ผู้ต้องขังต้องได้รับโอกาสศึกษาและทำงานอย่างมีศักดิ์ศรี เพราะความผิดพลาดในอดีตไม่ได้กำหนดคุณค่าของคนทั้งชีวิต
ช่วงเย็นวันพุธที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 เสด็จเยือนเรือนจำเมืองบาตา ประเทศอิเควทอเรียลกินี เพื่อพบปะและให้กำลังใจผู้ต้องขังท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างต่อเนื่อง โดยพระองค์เปรียบฝนที่ตกลงมาว่าเป็นเครื่องหมายแห่งพระพรและความใกล้ชิดของพระเจ้าที่ไม่เคยทอดทิ้งเรา
สำหรับใจความสำคัญจากพระดำรัสของพระสันตะปาปา Pope Report สรุปประเด็นหลักมาให้ดังนี้
1. ไม่มีใครถูกกีดกันจากความรักของพระเจ้า
พระสันตะปาปาเริ่มต้นด้วยการรับฟังและขอบคุณผู้ต้องขังที่แสดงให้เห็นว่าศักดิ์ศรีและความหวังของมนุษย์ไม่เคยสูญหายไปแม้อยู่ในความยากลำบาก โดยทรงยืนยันว่าทุกคนยังมีคุณค่าเสมอ
พระสันตะปาปาชาวอเมริกันตรัสว่า “วันนี้ พ่อมาที่นี่เพื่อบอกพวกลูกในสิ่งง่ายๆ สิ่งหนึ่ง นั่นคือ ไม่มีใครถูกกีดกันจากความรักของพระเจ้า เราแต่ละคน พร้อมด้วยเรื่องราว ความผิดพลาด และความทุกข์ทรมานอันเป็นเอกลักษณ์ของเรา ยังคงมีคุณค่าในสายตาของพระเจ้า”
พร้อมกันนี้ บิช็อปแห่งกรุงโรมยังชี้ว่า พระเยซูทรงเป็นแบบอย่างแห่งการรักจนถึงที่สุด “แม้ในยามที่พระเยซูทรงถูกจับกุม ถูกตัดสินลงโทษ และถูกประหารชีวิตโดยที่ไม่มีความผิดใดๆ พระองค์ก็ยังทรงรักเราจวบจนวาระสุดท้าย”
2. ความยุติธรรมที่แท้จริงคือการคืนดี
ในเรื่องกระบวนการยุติธรรม พระสันตะปาปาย้ำว่าแม้การลงโทษจะมีเพื่อปกป้องสังคม แต่กระบวนการต้องไม่ลืมที่จะส่งเสริมศักดิ์ศรีของมนุษย์
พระสันตะปาปาจากคณะออกัสติเนี่ยนตรัสว่า “ความยุติธรรมที่แท้จริงไม่ได้แสวงหาการลงโทษมากไปกว่าการช่วยเหลือในการสร้างชีวิตใหม่ของเหยื่อ ผู้กระทำผิด และชุมชนที่ได้รับบาดแผลจากความชั่วร้าย ไม่มีความยุติธรรมใดที่ปราศจากการคืนดี กระบวนการป้องกันและเยียวยาบาดแผลนี้ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากชุมชนระดับชาติทั้งหมด ไม่ใช่แค่เฉพาะภายในเรือนจำ”
3. เรือนจำต้องเป็นพื้นที่แห่งการเริ่มต้นใหม่
พระสันตะปาปาทรงเรียกร้องให้เรือนจำไม่ใช่แค่สถานที่คุมขัง แต่ต้องเป็นพื้นที่แห่งการเติบโต โดยตรัสว่า “แม้เรือนจำอาจดูเหมือนเป็นสถานที่ที่โดดเดี่ยวและอ้างว้าง แต่มันก็สามารถกลายเป็นพื้นที่สำหรับการทบทวนตัวเอง การคืนดี และการเติบโตส่วนบุคคลได้เช่นกัน”
“ควรมีความพยายามในทุกวิถีทางเพื่อให้แน่ใจว่าพวกลูกจะได้รับโอกาสในการศึกษาและทำงานอย่างมีศักดิ์ศรีขณะอยู่ในเรือนจำ ชีวิตไม่ได้ถูกกำหนดโดยความผิดพลาดเพียงอย่างเดียว ซึ่งบ่อยครั้งมักเป็นผลมาจากสถานการณ์ที่ยากลำบากและซับซ้อน มีความเป็นไปได้เสมอที่จะเริ่มต้นใหม่ เรียนรู้ และกลายเป็นคนใหม่” พระสันตะปาปา ตรัส
4. พระเจ้าและศาสนจักรไม่เคยทอดทิ้ง
พระสันตะปาปาทรงโยนผู้ต้องขังว่าพวกเขาไม่ได้อยู่ลำพัง มีครอบครัวและผู้คนมากมายที่อยู่ภายนอกกำลังสวดภาวนาให้
พระสันตะปาปาตรัสว่า “หากใครในหมู่พวกลูกกลัวว่าจะถูกทุกคนทอดทิ้ง จงรู้ไว้ว่าพระเจ้าจะไม่ทรงทอดทิ้งพวกลูกเป็นอันขาด และศาสนจักรจะยืนหยัดเคียงข้างพวกลูก”
ตอนท้าย พระสันตะปาปาทรงฝากทุกคนไว้ในความดูแลของแม่พระ พร้อมตรัสให้กำลังใจและฝากข้อคิดที่ทรงพลังไว้เป็นประโยคปิดท้าย
“พระเจ้าไม่เคยเหน็ดเหนื่อยที่จะให้อภัย พระองค์เปิดประตูบานใหม่เสมอสำหรับผู้ที่ตระหนักถึงความผิดพลาดของตนและปรารถนาที่จะเปลี่ยนแปลง อย่าปล่อยให้อดีตมาขโมยความหวังสำหรับอนาคตไปจากพวกลูก ทุกๆ วันสามารถเป็นการเริ่มต้นใหม่ได้ จงจำไว้เสมอว่า คนที่ลุกขึ้นยืนได้อีกครั้งหลังจากหกล้ม เขาจะแข็งแกร่งกว่าเดิม” พระสันตะปาปาตรัสท่ามกลางความประทับใจของทุกคน
Source:

Comments
Post a Comment