โป๊ปเผยแอฟริกาคือจุดหมายแรกที่ตั้งใจเยือน สะท้อนตัวตน “พระสันตะปาปาที่มาจากนักบวชสายธรรมทูต” ย้ำทำหน้าที่ผู้อภิบาลไม่ใช่นักการเมือง

➡️ อันเดรอา ตอร์นิเอลลี่ บรรณาธิการบริหารของสมณกระทรวงเพื่อการสื่อสาร มอง การเยือนแอฟริกาของโป๊ป เลโอ ที่ 14 เผยตัวตนของการเป็น “พระสันตะปาปาสายงานธรรมทูต” เพราะภูมิหลังเป็นนักบวชสายธรรมทูต ซึ้งหาได้ยากในประวัติศาสตร์ศาสนจักรยุคใหม่


➡️ การที่ โป๊ป เลโอ ที่ 14 เผยความในใจบนเที่ยวบินสู่อัลจีเรียว่าแอฟริกาคือทวีปแรกที่ตั้งใจจะไปเยือนตั้งแต่รับตำแหน่ง สะท้อนจิตวิญญาณของพระสันตะปาปาสายธรรมทูตอย่างแท้จริง


➡️ ย้ำจุดยืนพระสันตะปาปาทำหน้าที่ในฐานะ “ผู้อภิบาล” ที่โฟกัสเรื่องการส่งเสริมสันติภาพและความยุติธรรม ไม่ใช่ “นักการเมือง”



การเดินทางเยือนทวีปแอฟริกาของ พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ในช่วงสามวันแรก ถูกสื่อมวลชนจับตามองและเชื่อมโยงไปถึงถ้อยแถลงของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ซึ่งพระสันตะปาปาทรงพยายามลดทอนประเด็นนี้ลง เพื่อป้องกันไม่ให้ทุกพูดของพระองค์ถูกตีความผ่านมุมมองความสัมพันธ์ระหว่างวาติกันกับทำเนียบขาว


จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้มีคำพูดสำคัญเรื่องหนึ่งที่แทบจะถูกมองข้ามไป สำหรับใจความสำคัญและประเด็นที่น่าสนใจจากการเดินทางครั้งนี้ Pope Report สรุปมาให้ดังนี้


1. ความตั้งใจแรกของพระสันตะปาปาธรรมทูต


เช้าวันจันทร์ที่ 13 เมษายนที่ผ่านมา ระหว่างทักทายนักข่าวบนเที่ยวบินที่มุ่งหน้าไปยังกรุงอัลเจียร์ พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ตรัสว่า แอฟริกาควรจะเป็นสถานที่แรกในสมณสมัยของพระองค์


พระสันตะปาปา ตรัสว่า “ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว พ่อได้บอกไว้ว่าในการเดินทางครั้งแรกของพ่อ พ่ออยากจะไปเยือนแอฟริกา”


ความตั้งใจนี้สะท้อนให้เห็นถึงตัวตนของ โรเบิร์ต ฟรานซิส เพรโวสท์ (พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14) พระสันตะปาปาชาวอเมริกันองค์แรก ซึ่งมีภูมิหลังเป็นนักบวชธรรมทูตที่หาได้ยากในประวัติศาสตร์ศาสนจักรยุคใหม่ พระองค์เคยใช้เวลาหลายปีในฐานะธรรมทูตและการเป็นคุณพ่อเจ้าวัดในประเทศเปรู ก่อนจะกลับไปรับตำแหน่งบิช็อปที่นั่นตามคำขอของ พระสันตะปาปา ฟรานซิส


2. พระวรสารที่หลอมรวมกับวัฒนธรรม


ด้วยจิตวิญญาณธรรมทูตนี้เอง ทำให้เราได้เห็นภาพความผ่อนคลายของพระสันตะปาปาในแอฟริกา พระองค์ทรงยิ้มอย่างอารมณ์ดีขณะชมการเต้นรำและบทเพลงพื้นเมืองในมิสซา ทรงสวมกอดเด็กๆ และทักทายผู้คนอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งย้ำว่าพระวรสารที่ผสานเข้ากับวัฒนธรรมสามารถเป็นพลังขับเคลื่อนสันติภาพได้


สิ่งนี้ประจักษ์ชัดเมื่อพระองค์เสด็จเยือนเมืองบาเมนด้า ประเทศแคเมอรูน เพื่อสนับสนุนการสร้างสันติภาพในพื้นที่ที่บอบช้ำจากสงครามกลางเมือง และที่กรุงยาอุนเด้ เมื่อทรงพบปะกับแวดวงวิชาการ พระองค์ทรงเรียกร้องให้มีการสร้างมโนธรรมที่เป็นอิสระ เพื่อให้ความเชื่อของคริสตชนสามารถเปลี่ยนแปลงสังคมและเป็นแรงบันดาลใจเชิงประกาศกท่ามกลางความยากจนในยุคปัจจุบัน


3. สานต่อมรดกของ พระสันตะปาปา ฟรานซิส


เนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปีแห่งการสิ้นพระชนม์ของ พระสันตะปาปา ฟรานซิส พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ได้ทรงกำหนดให้สมณสาส์นเตือนใจ “Evangelii Gaudium” (ความชื่นชมยินดีแห่งพระวรสาร) ของพระสันตะปาปาผู้ล่วงลับ เป็นแผนงานสำหรับการประชุมคาร์ดินัลที่กำลังจะมาถึง เพื่อย้ำเตือนศาสนจักรถึงการประกาศแก่นแท้ของความเชื่อ การใกล้ชิดผู้ทนทุกข์ และการเปลี่ยนแปลงสังคมให้ยุติธรรมขึ้น


นอกจากนี้ ในสมณสาส์นเตือนใจ “Dilexi te” (เราได้รักท่านแล้ว) ของ พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 เอง พระองค์ก็ทรงย้ำว่า ความรักต่อคนยากจนเป็นส่วนสำคัญของการประกาศข่าวดี เพราะการได้สัมผัสกับผู้ที่ต่ำต้อยคือหนทางพื้นฐานในการได้พบกับพระเจ้า


4. ศาสนจักรคือผู้อภิบาล ไม่ใช่นักการเมือง


ท่าทีของพระสันตะปาปาในการเรียกร้องสันติภาพ การกลับสู่โต๊ะเจรจา และการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ ช่วยอธิบายธรรมชาติการทำงานของศาสนจักรได้อย่างชัดเจนว่า พระสันตะปาปาทำหน้าที่ในฐานะ “ผู้อภิบาล” ไม่ใช่ “นักการเมือง”


อย่างไรก็ตาม การเป็นผู้อภิบาลไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องจิตวิญญาณที่จับต้องไม่ได้ แต่หมายถึงความห่วงใยต่อสันติภาพ ความยุติธรรม การเสวนา การยืนหยัดเคียงข้างผู้ถูกเบียดเบียน และการเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับเหยื่อผู้บริสุทธิ์จากสงคราม ท่ามกลางช่วงเวลาแห่งโศกนาฏกรรมของประวัติศาสตร์มนุษยชาติ


Source:


- https://www.vaticannews.va/en/pope/news/2026-04/pope-leo-xiv-apostolic-journey-africa-peace-pontificate-meaning.html 


Comments