โป๊ปเยือนอัลจีเรียวันแรก ย้ำ สันติภาพแท้จริงต้องมาพร้อมความยุติธรรม ต้องเกิดจากการให้อภัย และอำนาจมีไว้รับใช้ ไม่ใช่ครอบงำ

➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 เริ่มต้นการเยือนอัลจีเรีย ด้วยการย้ำ สันติภาพไม่ใช่แค่การไม่มีสงคราม แต่ต้องมาพร้อมความยุติธรรม และการให้อภัยคือหนทางเดียวสู่อนาคต


➡️ ทรงเตือนสติผู้มีอำนาจ อำนาจมีไว้เพื่อรับใช้ ไม่ใช่ครอบงำ และการสะสมความมั่งคั่งโดยเมินเฉยต่อผู้อื่น คือความไม่ยุติธรรม


➡️ ทรงให้กำลังใจคริสตชนในอัลจีเรีย “ทะเลทรายสอนให้รู้ว่ามนุษย์อยู่รอดเพียงลำพังไม่ได้ เราทุกคนต้องการกันและกัน และต้องการพระเจ้า”



วันจันทร์ที่ 13 เมษายนที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ได้ประทับเครื่องบินออกจากสนามบินฟิวมิชิโน่ กรุงโรม ประเทศอิตาลี เพื่อเดินทางไปยังสนามบินฮูมาริ บูเมเดียน กรุงอัลเจียร์ ประเทศอัลจีเรีย เพื่อเริ่มต้นการเยือนทวีปแอฟริกาอย่างเป็นทางการ โดยจะเป็นการเยือน 4 ประเทศได้แก่ อัลจีเรีย แคเมอรูน แองโกลา และอิเควทอเรียลกินี ระหว่างวันที่ 13-23 เมษายน 2026


สำหรับรายละเอียดในวันแรก Pope Report เรียบเรียงมาให้ดังนี้


1. สันติภาพต้องเกิดจากการให้อภัย


ภารกิจแรกของพระสันตะปาปาคือการเสด็จไปยังอนุสาวรีย์วีรชน “มะกอม เอชะฮีด” (Maqam Echahid) ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตในสงครามประกาศเอกราชของแอลจีเรีย (ค.ศ.1954-1962)


พระสันตะปาปาเน้นย้ำถึงสันติภาพและความสงบสุขว่า “พระเจ้าอยากให้ทุกประชาชาติมีสันติภาพ สันติภาพที่ไม่ใช่เพียงการไม่มีความขัดแย้ง แต่เป็นสันติภาพที่เป็นการแสดงออกถึงความยุติธรรมและศักดิ์ศรี ... การต่อสู้ที่แท้จริงเพื่อการปลดปล่อยจะชนะได้อย่างเด็ดขาด ก็ต่อเมื่อสันติภาพในใจของเราเกิดขึ้นแล้วในที่สุด พ่อรู้ดีว่าการให้อภัยนั้นยากเพียงใด อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ความขัดแย้งยังคงเพิ่มจำนวนขึ้นทั่วโลก เราไม่อาจเพิ่มความคับแค้นใจซ้อนทับความคับแค้นใจ จากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง”


2. อำนาจมีไว้รับใช้ ไม่ใช่ครอบงำ


จากนั้น พระสันตะปาปาเสด็จไปพบประธานาธิบดี อับเดลมัดญิด เต็บบูน ก่อนจะทรงปราศรัยต่อผู้แทนคณะรัฐบาล ประชาชน และคณะทูตกว่า 1,400 คน ใจความสำคัญของที่นี่ พระสันตะปาปาตรัสถึง “ซอดะเกาะฮ์” (การให้ทานโดยไม่หวังผลตอบแทน” 


“คำว่า ซอดะเกาะฮ์ ยังอาจหมายถึงความยุติธรรมด้วย ในความหมายที่ว่า เราไม่เก็บสิ่งต่างๆ ไว้เพื่อตนเอง แต่แบ่งปันสิ่งที่เรามี เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องของความยุติธรรม คนที่สะสมความมั่งคั่งและยังคงเฉยเมยต่อผู้อื่น คือคนไม่ยุติธรรม ... แท้จริงแล้ว ศาสนาที่ปราศจากความเมตตา และสังคมที่ปราศจากความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เป็นเรื่องน่าอับอายในสายตาของพระเจ้า”


นอกจากนี้ พระสันตะปาปายังเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจตระหนักว่า อำนาจไม่ได้มีไว้เพื่อครอบงำ แต่เพื่อรับใช้ประชาชน โดยตรัสว่า “ผู้มีอำนาจได้รับการเรียกให้มาทำหน้าที่ ไม่ใช่เพื่อครอบงำ แต่เพื่อรับใช้ประชาชนและส่งเสริมการพัฒนาของพวกเขา ดังนั้น การกระทำทางการเมืองจึงมีเกณฑ์ชี้นำอยู่ที่ความยุติธรรม เพราะหากปราศจากความยุติธรรม ก็จะไม่มีสันติภาพแท้จริง”


พระสันตะปาปาชาวอเมริกันยังเตือนถึงการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและแนวโน้มแบบอาณานิคมใหม่ ว่า “ทุกวันนี้ เรื่องนี้ยิ่งเร่งด่วนมากขึ้นกว่าที่เคย เมื่อเผชิญกับการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง และแนวโน้มแบบอาณานิคมใหม่”


3. การเคารพศักดิ์ศรีมนุษย์คือการแสวงหาพระเจ้า


ช่วงบ่าย พระสันตะปาปาเสด็จเยือนมัสยิดใหญ่ในกรุงอัลเจียร์ พระองค์ชื่นชมสถานที่แห่งนี้ว่าเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนมาค้นหาการประทับอยู่ของพระเจ้า และเมื่อกล่าวถึงนักบุญออกัสติน พระองค์ตรัสว่า “การแสวงหาพระเจ้า ยังหมายถึงการยอมรับภาพลักษณ์ของพระเจ้าในสิ่งสร้างทุกคน ... การเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันด้วยความเคารพต่อศักดิ์ศรีของมนุษย์ทุกคนนั้นเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง”


4. รำลึกมรณสักขีกับซิสเตอร์คณะออกัสติเนี่ยน


ต่อมา พระสันตะปาปาเสด็จเป็นการส่วนพระองค์ไปยังศูนย์ของซิสเตอร์ธรรมทูตคณะออกัสติเนี่ยน เพื่อภาวนาและร่วมรำลึกถึงซิสเตอร์ เอสเตร์ ปาเนียกัว อลอนโซ่ และซิสเตอร์ การิดาด อัลบาเรซ มาร์ติน สองมรณสักขีที่ถูกลอบสังหารในค.ศ. 1994


5. ทะเลทรายสอนให้รู้ว่าเราขาดกันไม่ได้ และเราต้องการพระเจ้า


กิจกรรมสุดท้ายของวันแรก พระสันตะปาปาเสด็จไปพบกลุ่มคริสตชนที่มหาวิหารแม่พระแห่งแอฟริกา พระองค์ทรงสรุปหัวใจสำคัญ 3 ประการสำหรับชีวิตคริสตชนในอัลจีเรีย ได้แก่ การภาวนา ความรักความเมตตา และความเป็นหนึ่งเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ไฮไลท์ของบทเทศน์อยู่ในตอนที่พระสันตะปาปาเปรียบเทียบชีวิตมนุษย์กับภูมิประเทศของอัลจีเรีย


“ดินแดนส่วนใหญ่ของประเทศนี้คือทะเลทราย และในทะเลทราย ไม่มีใครอยู่รอดได้เพียงลำพัง สภาพแวดล้อมที่แข็งกระด้างทำลายความหลงผิดทุกอย่างเรื่องการพึ่งพาตนเองอย่างสมบูรณ์ และเตือนเราว่า เราต้องการกันและกัน และเราต้องการพระเจ้า เมื่อเรายอมรับความเปราะบางของตน หัวใจก็จะเปิดออกต่อการค้ำจุนซึ่งกันและกัน และต่อการวอนขอพระองค์ผู้ทรงประทานสิ่งที่ไม่มีอำนาจมนุษย์ใดรับรองได้ นั่นคือการคืนดีกันอย่างลึกซึ้งของหัวใจ และพร้อมกับสิ่งนั้น ก็คือสันติภาพแท้จริง” พระสันตะปาปาตรัสสอนทุกคน 


Sources:


1. https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/speeches/2026/april/documents/20260413-algeria-monumento-martiri.html


2. https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/speeches/2026/april/documents/20260413-algeria-autorita.html


3. https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/speeches/2026/april/documents/20260413-algeria-visita-moschea.html 


4. https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/speeches/2026/april/documents/20260413-algeria-comunita-algerina.html 


Comments