โป๊ปร่วมฉลอง 170 ปีคาทอลิกในอิเควทอเรียลกินี เรียกร้องสร้างอนาคตแห่งความหวังและกระจายความมั่งคั่งให้ทุกคน

➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ถวายมิสซาฉลอง 170 ปีแห่งการประกาศข่าวดีในอิเควทอเรียลกินี ยกย่องความเสียสละของบรรดาธรรมทูตและฆราวาสที่อุทิศชีวิตเพื่อศาสนจักร


➡️ ทรงหยิบยกคำพูดของ โป๊ป เปาโล ที่ 6 ย้ำชาวแอฟริกันต้องเป็น “ธรรมทูตสำหรับตนเอง” เพราะแอฟริกาไม่ใช่ดินแดนชายขอบของวาติกันอีกต่อไป แต่เป็นเครื่องยนต์หลักและเป็นอนาคตของศาสนจักร


➡️ ทรงเรียกร้องให้คริสตชนลุกขึ้นมาสร้างอนาคตแห่งความหวังและความยุติธรรมด้วยมือตนเอง ไม่ใช่นั่งรอเฉยๆ


➡️ ทรงจี้จุดเรื่องความเหลื่อมล้ำทางสังคม เรียกร้องให้นำความมั่งคั่งทางธรรมชาติมาแบ่งปันเพื่อประโยชน์ส่วนรวม พร้อมห่วงใยชีวิตนักโทษที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ย่ำแย่



ช่วงสายวันพุธที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงเป็นประธานในพิธีมิสซา ณ อาสนวิหารแม่พระปฏิสนธินิรมล เมืองมอนโกโม่ ประเทศอิเควทอเรียลกินี โอกาสการฉลองครบรอบ 170 ปีแห่งการประกาศข่าวดีในประเทศแห่งนี้


สำหรับใจความสำคัญของบทเทศน์ประจำมิสซานี้ Pope Report สรุปประเด็นหลักมาให้ดังนี้


1. ชาวแอฟริกันคือธรรมทูตสำหรับตัวพวกท่านเอง


พระสันตะปาปาเริ่มต้นด้วยการแสดงความกตัญญูต่อบรรดานักบวชธรรมทูต สงฆ์คาทอลิกพื้นเมือง ครูคำสอน และฆราวาส ที่ได้อุทิศชีวิตรับใช้พระวรสาร พระองค์ทรงเน้นย้ำว่านี่คือประวัติศาสตร์ที่คริสตชนแอฟริกันต้องไม่ลืมเลือน เพราะสิ่งนี้ได้หล่อหลอมให้พวกเขาเติบโตขึ้นในการประกาศความเชื่อ


“นี่คือประวัติศาสตร์ที่พวกลูกต้องไม่ลืมเลือนเป็นอันขาด ในแง่หนึ่ง มันเชื่อมโยงพวกลูกเข้ากับศาสนจักรสากลและสืบเนื่องจากอัครสาวกที่มีมาก่อนพวกลูก ในอีกแง่หนึ่ง มันได้ทำให้พวกลูกกลายเป็นตัวเอกในการประกาศพระวรสารและเป็นประจักษ์พยานถึงความเชื่อ”


พร้อมกันนี้ พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงยกพระดำรัสของ พระสันตะปาปา เปาโล ที่ 6 ที่เคยตรัสบนแผ่นดินแอฟริกาใน ค.ศ. 1969 มากล่าวย้ำว่า “ชาวแอฟริกันทั้งหลาย นับจากนี้ไป พวกลูกคือธรรมทูตสำหรับตัวพวกลูกเอง ศาสนจักรของพระคริสต์ได้หยั่งรากลึกลงในผืนดินอันศักดิ์สิทธิ์นี้อย่างแท้จริงแล้ว”


2. ความเชื่อที่นำไปสู่กิจเมตตา


จากนั้น พระสันตะปาปาทรงเรียกร้องให้คริสตชนเจริญรอยตามธรรมทูตเหล่านั้น โดยให้ความเชื่อที่เฉลิมฉลองในพิธีกรรม นำไปสู่การปฏิบัติจริงในสังคม


“พวกลูกแต่ละคนและทุกคนได้รับเชิญให้ทำพันธสัญญาที่เป็นส่วนตัวซึ่งครอบคลุมทั้งชีวิตของพวกลูก เพื่อให้ความเชื่อ ซึ่งได้รับการเฉลิมฉลองอย่างชื่นชมยินดีในชุมชนและในพิธีกรรมของพวกลูก ได้หล่อเลี้ยงกิจเมตตาของพวกลูกและความรู้สึกรับผิดชอบต่อเพื่อนมนุษย์ เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์ความดีส่วนรวม”


3. สร้างอนาคตแห่งความหวังด้วยมือตนเอง


พระสันตะปาปายังชี้ว่า สิ่งที่ประเทศนี้หิวโหยที่สุดในปัจจุบันคืออนาคตแห่งความยุติธรรมและสันติภาพ ซึ่งคริสตชนทุกคนถูกเรียกให้มาเป็นผู้สร้าง


“มีความหิวโหยต่ออนาคตที่อบอวลไปด้วยความหวังซึ่งสามารถก่อให้เกิดความรู้สึกใหม่แห่งความยุติธรรมและบังเกิดผลเป็นสันติภาพและความเป็นพี่น้องกัน นี่ไม่ใช่อนาคตที่ไม่รู้จักที่เราต้องนั่งรออย่างเฉยเมย แต่เป็นสิ่งที่เราเองถูกเรียกให้สร้างขึ้นด้วยพระหรรษทานของพระเจ้า อนาคตของอิเควทอเรียลกินีขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเลือกของพวกลูก มันถูกฝากฝังไว้กับความรู้สึกรับผิดชอบของพวกลูกและความมุ่งมั่นร่วมกันของพวกลูกในการปกป้องชีวิตและศักดิ์ศรีของทุกคน”


4. ทรัพยากรธรรมชาติต้องเป็นไปเพื่อส่วนรวม


ในประเด็นทางสังคม พระสันตะปาปาทรงเน้นย้ำถึงการใช้ความมั่งคั่งทางธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทุกคน ไม่ใช่เพื่อคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง พร้อมทรงเรียกร้องให้ดูแลผู้ด้อยโอกาสในสังคม


“พระผู้สร้างได้ประทานความมั่งคั่งทางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ให้แก่พวกลูก ดังนั้น พ่อขอเรียกร้องให้พวกลูกทำงานร่วมกันเพื่อสิ่งนี้จะได้เป็นพระพรสำหรับทุกคน ขอพระเจ้าโปรดช่วยเหลือพวกลูกให้กลายเป็นสังคมที่ทุกคน ทำงานอย่างเต็มที่ยิ่งขึ้นเพื่อรับใช้ความดีส่วนรวมมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตน เพื่อเชื่อมช่องว่างระหว่างผู้มีสิทธิพิเศษและผู้ด้อยโอกาส”


พระสันตะปาปาชาวอเมริกันยังย้ำถึงกลุ่มคนที่มักถูกลืมขอบสังคม โดยตรัสว่า “ความคิดของพ่อมุ่งไปที่ผู้ที่ยากจนที่สุด ครอบครัวที่ประสบความยากลำบาก และนักโทษที่มักถูกบังคับให้ใช้ชีวิตในสภาพสุขอนามัยที่น่าเป็นห่วง”


ตอนท้าย พระสันตะปาปาทรงให้กำลังใจคริสตชนชาวอิเควทอเรียลกินีในการกำหนดชะตากรรมประเทศด้วยตนเอง โดยตรัสปิดท้ายว่า “มีความจำเป็นที่คริสตชนจะต้องกำหนดชะตากรรมของอิเควทอเรียลกินีไว้ในมือของตนเอง ... จงอย่ากลัวที่จะประกาศพระวรสารและเป็นประจักษ์พยานด้วยชีวิตของพวกลูก”


Source:


- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/homilies/2026/documents/20260422-guinea-equatoriale-messa-mongomo.html 


Comments