โป๊ปแบกกางเขนเดินรูป 14 ภาควันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ ด้านนักเทศน์ประจำสันตะสำนัก ย้ำ โลกไม่ได้รอดพ้นด้วยอำนาจรัฐ แต่รอดด้วยคนธรรมดาที่ทำดี

➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงแบกกางเขนด้วยพระองค์เองตลอดการเดินรูป 14 ภาค ณ โคลอสเซโอ ซึ่งถือเป็นพระสันตะปาปาองค์ที่สองที่ทำเช่นนี้นับตั้งแต่นักบุญ จอห์น พอล ที่ 2 ➡️ คุณพ่อฟรานเชสโก้ ปัตตอน ผู้เขียนบทรำพึงในการเดินรูป 14 ภาพ ชี้ คริสตชนต้องนำความเชื่อและความรักมาทำให้เกิดขึ้นจริงในโลก ไม่ใช่การแสวงหาความสงบเพียงนามธรรม พร้อมเตือนสติการใช้อำนาจเผด็จการที่ทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ➡️ ขณะที่ในพิธีระลึกถึงพระมหาทรมาน คุณพ่อโรแบร์โต้ ปาโซลินี่ นักเทศน์ประจำสันตะสำนัก ย้ำ โลกไม่ได้รอดพ้นด้วยอำนาจรัฐ แต่รอดด้วยคนธรรมดาที่ทำดี 



ช่วงบ่ายและค่ำของวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงเป็นประธานในพิธีสำคัญ 2 ส่วน ได้แก่ พิธีระลึกถึงพระมหาทรมานองพระเยซู ซึ่งจัดขึ้นในมหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน และการเดินรูป 14 ภาค ณ โคลอสเซโอ กรุงโรม 


สำหรับรายละเอียดต่างๆของทั้งสองพิธี Pope Report สรุปประเด็นสำคัญจากบทรำพึงและบทเทศน์มาให้ดังนี้


1. โป๊ปเลโอแบกกางเขนเดินรูปทั้ง 14 ภาค ตามรอยนักบุญ จอห์น พอล ที่ 2 


ในค่ำคืนวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงนำสัตบุรุษกว่า 30,000 คนในการเดินรูป 14 ภาค ผ่านซากปรักหักพังที่สว่างไสวด้วยแสงเทียนของโคลอสเซโอ ความพิเศษในปีนี้คือ พระสันตะปาปาทรงแบกกางเขนด้วยพระองค์เองตลอดทั้ง 14 ภาค


การกระทำนี้ทำให้พระองค์ทรงเป็นพระสันตะปาปาองค์ที่สองในประวัติศาสตร์ที่แบกกางเขนด้วยพระองค์เองตลอดพิธี นับตั้งแต่พระสันตะปาปา นักบุญจอห์น พอล ที่ 2 ซึ่งเคยทรงทำเช่นนี้ในช่วงปี ค.ศ. 1980 ถึง 1994 (พระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 และพระสันตะปาปา ฟรานซิส เคยเดินแบกกางเขนด้วยเช่นกัน แต่ไม่ได้ทั้ง 14 ภาค)


2. ความเชื่อต้องสัมผัสได้ในโลกความจริง ไม่ใช่แค่พูดแล้วจับต้องไม่ได้


สำหรับบทรำพึงประจำปีนี้ เขียนโดยคุณพ่อฟรานเชสโก้ ปัตตอน นักบวชคณะฟรานซิสกัน อดีตผู้ดูแลแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเนื้อหาได้สะท้อนให้เห็นถึงการนำความเชื่อ ความหวัง และความรักมาปฏิบัติจริงในสังคมปัจจุบันที่วุ่นวาย


คุณพ่อปัตตอน อธิบายว่า “การเดินรูป 14 ภาค ไม่ได้มีไว้สำหรับผู้ที่มีชีวิตเคร่งศาสนาหรือผู้ที่แสวงหาความสงบในเชิงนามธรรม ในทางกลับกัน มันคือการฝึกฝนของผู้ที่รู้ว่าความเชื่อ ความหวัง และความรัก ต้องถูกทำให้เป็นจริงในโลกแห่งความเป็นจริง”


ในแต่ละภาคของบทรำพึง คุณพ่อปัตตอนยังได้ตำหนิความอวดดีของมนุษย์ และการใช้อำนาจในทางที่ผิดของระบอบเผด็จการ รวมถึงสื่อที่เฉยเมย ซึ่งทำให้ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เสื่อมเสียไป พร้อมย้ำว่าน้ำตาแห่งความเห็นอกเห็นใจนั้นสอนให้เรายังคงเป็นมนุษย์


3. พระเยซูทรงสยบความรุนแรงด้วยการไม่ตอบโต้


ย้อนกลับไปในช่วงบ่าย ในพิธีระลึกถึงพระมหาทรมานและความตายของพระเยซู ณ มหาวิหารนักบุญเปโตร คุณพ่อโรแบร์โต้ ปาโซลินี่ นักบวชคณะคาปูชิน นักเทศน์ประจำสันตะสำนักเป็นผู้รับหน้าที่เทศน์ โดยท่านได้เชื่อมโยงการน้อมรับไม้กางเขนของพระเยซูเข้ากับประกาศกอิสยาห์


คุณพ่อปาโซลินี่ ชี้ให้เห็นว่า เมื่อโลกเผชิญกับความชั่วร้าย มักจะเลือกแค่สองทางคือ ยอมจำนนหรือตอบโต้ด้วยความรุนแรง ซึ่งเห็นได้ตลอดเวลาในสงครามและความแตกแยก


“พระเยซูทรงทำลายโซ่ตรวนนี้ ไม่ใช่ด้วยการยัดเยียดพระองค์เองด้วยกำลังที่มากกว่า แต่ด้วยการน้อมรับสิ่งที่เกิดขึ้นกับพระองค์... ดังนั้น โดยการเดินตามหนทางแห่งไม้กางเขน พระคริสต์ทรงเรียนรู้ความนอบน้อมที่ยากที่สุด นั่นคือความรักต่อผู้อื่น แม้เมื่อผู้อื่นนั้นจะปรากฏตัวในฐานะศัตรู” คุณพ่อปาโซลินี่เทศน์สอน


4. โลกต้องการผู้รับใช้เพื่อนำความรอดพ้น


ตอนท้าย คุณพ่อปาโซลินี่ ได้ให้กำลังใจคริสตชนทุกคนที่รู้สึกท้อแท้เวลาทำดีแล้วไม่ได้ดีว่า อย่าเพิ่งยอมแพ้ เพราะคนธรรมดาเหล่านี้แหละคือผู้ที่ช่วยโลกไว้


นักเทศน์ประจำสมณสำนัก ย้ำว่า “ความรอดพ้นจะไม่ตกลงมาจากเบื้องบน และไม่สามารถรับประกันได้ด้วยการตัดสินใจทางการเมือง เศรษฐกิจ หรือการทหาร แต่โลกได้รับการช่วยให้รอดพ้นอยู่ตลอดเวลาโดยผู้คนที่น้อมรับวิถีของพระเจ้ามาใช้ในชีวิต ... พวกเขาคือผู้ชายและผู้หญิงธรรมดาๆ ที่ไม่ได้ทำวีรกรรมยิ่งใหญ่อะไร พวกเขาเพียงแค่ตื่นขึ้นมาในแต่ละวัน และพยายามทำให้ชีวิตมีประโยชน์ต่อผู้อื่น”


Sources:


1. https://www.vatican.va/news_services/liturgy/2026/documents/ns_lit_doc_20260403_via-crucis-meditazioni_en.html 


2. https://www.vaticannews.va/it/papa/news/2026-04/venerdi-santo-impariamo-da-cristo-a-non-restituire-il-male.html 


Comments