โป๊ปชี้ “ศาสนจักรต้องเลิกแบ่งฝักแบ่งฝ่าย” เพราะคนที่รักพระจริงๆ จะไม่สร้างความแตกแยก
➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ชี้ ศาสนจักรคาทอลิกต้องไม่แบ่งพรรคแบ่งพวกแบบ “พวกเรา” กับ “พวกเขา” เพราะคนที่รักพระเจ้าอย่างแท้จริง ต้องเป็นผู้สร้างสันติภาพ ไม่ใช่คนสร้างความแตกแยก
➡️ ทรงยกเรื่องพระเยซูคุยกับหญิงชาวสะมาเรียเป็นตัวอย่าง ชี้ พระเยซูไม่สนใจธรรมเนียมที่สั่งให้รังเกียจคนต่างความเชื่อ แต่ยอมให้เวลาพูดคุยและให้เกียรติเธอโดยไม่มีวาระแอบแฝง
➡️ ทรงภาวนาให้อิหร่านและตะวันออกกลางที่กำลังลุกเป็นไฟ ขอให้เสียงระเบิดยุติลง ขอให้ทุกฝ่ายหยุดใช้อาวุธห้ำหั่นกัน และขอให้เปิดพื้นที่เจรจา เพื่อให้เสียงของประชาชนได้รับการรับฟังจริงๆ พร้อมรำลึก “วันสตรีสากล” วอนหยุดใช้ความรุนแรงและเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิงด้วย
ช่วงเที่ยงวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงนำสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าว ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน พระวรสารวันนี้เป็นเหตุการณ์ที่พระเยซูทรงสนทนากับหญิงชาวสะมาเรียที่บ่อน้ำ ซึ่ง Pope Report สรุปประเด็นสำคัญที่พระสันตะปาปาแบ่งปันมาให้ดังนี้
1. พระเยซูไม่สนใจธรรมเนียมที่ชวนให้รังเกียจคนต่างความเชื่อ
พระสันตะปาปาทรงยกเหตุการณ์ที่บรรดาศิษย์ประหลาดใจที่เห็นพระเยซูคุยกับหญิงชาวสะมาเรีย ซึ่งในยุคนั้นถือเป็นกลุ่มคนที่ชาวยิวดูหมิ่นและไม่คบค้าสมาคมด้วย พระสันตะปาปาทรงชี้ให้เห็นว่า หลายครั้งเรามักหาข้ออ้างและมองข้ามคนที่ต้องการเราจริงๆ
“พระเจ้ายังคงตรัสกับศาสนจักรของพระองค์ว่า ‘จงเงยหน้าขึ้น และจดจำความประหลาดใจที่พระเจ้าทรงเตรียมไว้’ การเก็บเกี่ยวนั้นมีมากมาย แต่คนงานมีน้อย เพราะพวกเขามัวแต่ไขว้เขวไปกับกิจกรรมอื่นๆ”
“ตามธรรมเนียมปฏิบัติ พระเยซูควรจะเพิกเฉยต่อหญิงชาวสะมาเรียคนนั้น แต่พระเยซูกลับสนทนากับเธอ รับฟัง และให้เกียรติ โดยไม่มีวาระแอบแฝงและปราศจากการดูถูกเหยียดหยาม” พระสันตะปาปาทรงอธิบาย
2. ศาสนจักรต้องมีพื้นที่ให้คนชายขอบ
พระสันตะปาปาทรงเน้นย้ำว่า ศาสนจักรคาทอลิกยุคนี้ต้องมีความเข้าอกเข้าใจและต้อนรับผู้คนเหมือนที่พระเยซูทรงทำ
“ทุกวันนี้ มีผู้คนมากมายเหลือเกินที่กำลังมองหาความเข้าอกเข้าใจและการต้อนรับแบบนี้จากศาสนจักรคาทอลิก ลองคิดดูสิว่ามันจะงดงามแค่ไหน ถ้าเรายอมเสียสละเวลาของตัวเองเพื่อใส่ใจคนที่อยู่ตรงหน้าจริงๆ เหมือนที่เราเห็นในพระวรสารตอนนี้ พระเยซูมีความสุขที่ได้ทำตามความตั้งใจของพระเจ้า นั่นคือการสัมผัสจิตใจผู้คนให้ลึกซึ้งที่สุด จนพระองค์ลืมความหิวไปเลย”
“และเพราะความใส่ใจนี้เอง หญิงชาวสะมาเรียจึงกลายเป็นสตรีคนแรกที่ออกไปประกาศข่าวดี การเป็นประจักษ์พยานของเธอทำให้ผู้คนในหมู่บ้าน ซึ่งปกติแล้วเป็นพวกที่ถูกสังคมรังเกียจและทอดทิ้ง พากันออกมาหาพระเยซู และความเชื่อก็พุ่งขึ้นในใจของพวกเขาเหมือนกับน้ำที่ใสสะอาดเช่นกัน”
“ดังนั้น นี่ไม่ใช่เวลาสำหรับการต่อต้านกันระหว่างกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ระหว่าง ‘พวกเรา’ กับ ‘พวกเขา’ บรรดาผู้ที่รักและเคารพพระเจ้าล้วนแสวงหาที่จะเป็นชายและหญิงแห่งสันติภาพ” พระสันตะปาปาตรัสย้ำ
3. ห่วงใยอิหร่านและตะวันออกกลาง พร้อมรำลึกวันสตรีสากล
หลังการสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าวจบลง พระสันตะปาปาทรงแสดงความห่วงใยอย่างสุดซึ้งต่อสถานการณ์ในอิหร่านและตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น
พระสันตะปาปาตรัสว่า “พ่อขอวิงวอนต่อพระเจ้าด้วยความถ่อมตน ขอให้เสียงระเบิดยุติลง ขอให้ทุกฝ่ายหยุดใช้อาวุธเข้าห้ำหั่นกัน และขอให้เปิดพื้นที่เจรจา เพื่อให้เสียงของประชาชนได้รับการรับฟังจริงๆ พ่อขอมอบความตั้งใจนี้ไว้ในพระหัตถ์ของแม่พระราชินีแห่งสันติภาพ เพื่อให้แม่พระช่วยวิงวอนแทนผู้ที่ต้องทนทุกข์จากสงคราม”
และเนื่องในโอกาสที่วันที่ 8 มีนาคม เป็น “วันสตรีสากล” พระสันตะปาปาทรงเรียกร้องให้สังคมตระหนักถึงความเท่าเทียมของมนุษย์ทุกคนด้วย
“พ่อขอรื้อฟื้นความมุ่งมั่นของเราทุกคนต่อการตระหนักถึงศักดิ์ศรีที่เท่าเทียมกันของชายและหญิง น่าเศร้าที่สตรีจำนวนมาก ตั้งแต่เยาว์วัยเป็นต้นมา ยังคงถูกเลือกปฏิบัติและต้องเผชิญกับความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ พ่อขอมอบความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและคำภาวนาของพ่อให้แก่พวกเธอเป็นพิเศษด้วย” พระสันตะปาปา ตรัสปิดท้าย
Source:
- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/angelus/2026/documents/20260308-angelus.html

Comments
Post a Comment