โป๊ปชี้สงครามคือผลจากการบูชาอำนาจและเงิน ย้ำ สันติภาพไม่ใช่การรักษาสมดุลอำนาจ แต่คือการมองคนอื่นเป็นพี่น้อง ไม่ใช่ศัตรู

➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงสอน สิ่งที่ยิ่งใหญ่ของโลกนี้สามารถกลายเป็น “รูปเคารพ” ที่หลอกลวงหัวใจเราได้ และผู้ที่ตกเป็นทาสของทางโลกก็คือคนใจแคบที่เห็นแก่ตัว ➡️ ทรงชี้ สงครามที่เกิดในตอนนี้คือผลจากการบูชาการมีอำนาจและเงินทอง ➡️ ทรงย้ำ สันติภาพไม่ใช่การรักษาสมดุลของอำนาจ แต่เป็นผลงานของหัวใจที่มองเห็นคนอื่นเป็นพี่น้องที่ต้องได้รับการปกป้อง ไม่ใช่ศัตรูที่ต้องเอาชนะให้ได้



ช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงเป็นประธานในมิสซาซึ่งจัดขึ้นที่สนาม หลุยส์ ที่ 2 ราชรัฐโมนาโก ท่ามกลางผู้มาร่วมพิธีจำนวนมาก ในส่วนของบทเทศน์ที่พระสันตะปาปาตรัสกับทุกคน Pope Report สรุปประเด็นสำคัญมาให้ดังนี้


1. พระเยซูทรงปลดปล่อยเราด้วยความเมตตา


พระสันตะปาปาเริ่มต้นด้วยการอธิบายพระวรสารที่บรรดาผู้นำศาสนาวางแผนประหารพระเยซูเพียงเพราะพระองค์ทำให้ลาซารัสฟื้นจากความตาย ซึ่งการตัดสินใจนั้นเกิดจากการคำนวณทางการเมืองที่ตั้งอยู่บนความหวาดกลัวการสูญเสียอำนาจ โดยที่พวกเขาแกล้งลืมพระบัญญัติที่ว่า “อย่าฆ่าคน”


พระสันตะปาปาตรัสว่า “ความยุติธรรมนิรันดร์ของพระเจ้ายังคงช่วยเหลือเราจากหลุมศพของเราเสมอ เช่นเดียวกับที่ทำกับลาซารัส และประทานชีวิตใหม่ให้เรา พระเจ้าปลดปล่อยเราจากความเจ็บปวดด้วยการปลูกฝังความหวัง พระองค์เปลี่ยนหัวใจที่แข็งกระด้างของเราด้วยการเปลี่ยนอำนาจเป็นการรับใช้ ทรงเปิดเผยชื่อที่แท้จริงของอำนาจอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ นั่นคือ ความเมตตา ดังที่พระสันตะปาปา ฟรานซิส ทรงสอนเราว่า วัฒนธรรมแห่งความเมตตาปฏิเสธวัฒนธรรมแห่งการทิ้งขว้าง”


2. สิ่งของทางโลกสามารถกลายเป็นรูปเคารพได้


จากนั้น บิช็อปแห่งกรุงโรม ทรงตั้งคำถามจากบทอ่านแรกของประกาศกเอเซเกียลเรื่องการบูชารูปเคารพ พระองค์ทรงอธิบายว่า “คำว่า ‘รูปเคารพ’ หมายถึง ความคิดเล็กๆ ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ที่คับแคบ สิ่งนี้คือสิ่งของทางโลกที่กักขังหัวใจของเรา หลอกลวง และทำให้มันเสื่อมทราม”


“ผู้ที่ตกเป็นทาสของสิ่งเหล่านี้จึงเป็นคนใจแคบที่มองดูแต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของพวกเขา ซึ่งท้ายที่สุดแล้วจะทำให้มันมืดบอดไป และด้วยเหตุนี้ สิ่งที่ยิ่งใหญ่และยอดเยี่ยมของโลกนี้จึงกลายเป็นรูปเคารพ และนำมาซึ่งรูปแบบของการเป็นทาส ไม่ใช่สำหรับผู้ที่ขาดแคลนสิ่งเหล่านี้ แต่สำหรับผู้ที่หมกมุ่นอยู่กับมัน ทิ้งเพื่อนมนุษย์ให้อยู่ในความทุกข์ยากและความโศกเศร้า การปลดปล่อยจากสิ่งเหล่านี้จึงเป็นการช่วยให้พ้นจากอำนาจที่เข้าใจกันว่าเป็นการครอบงำ จากความมั่งคั่งที่กลายเป็นความโลภ จากความหลงตัวเองที่ปลอมตัวเป็นความงาม” พระสันตะปาปาตรัสสอน


3. พระเจ้าทรงเปลี่ยนความไว้ทุกข์ให้เป็นความยินดี


พระสันตะปาปาทรงหยิบยกคำสอนของนักบุญออกัสติน มากล่าวย้ำว่า มนุษย์จะได้รับการปลดปล่อยจากการครอบงำของสิ่งเหล่านี้ เมื่อเขาเชื่อในพระเยซูผู้ทรงให้ตัวอย่างแห่งความสุภาพถ่อมตน


“พระเจ้าทรงเปลี่ยนเส้นทางของประวัติศาสตร์ด้วยการเรียกเราจากการบูชาสิ่งทางโลกไปสู่ความเชื่อที่แท้จริง จากความตายไปสู่ชีวิต... ดังที่ประกาศกเจเรมี่ย์กล่าวไว้ว่า ‘เราจะเปลี่ยนความไว้ทุกข์ของเขาให้เป็นความชื่นชมยินดี’”


4. สงครามคือผลจากการบูชาอำนาจและเงินทอง


พระสันตะปาปาชาวอเมริกัน ทรงชี้ให้เห็นถึงความโหดร้ายของสงครามในยุคปัจจุบัน ว่ามีรากฐานมาจากการตกเป็นทาสของอำนาจและเงินทอง


“การตกเป็นทาสเช่นนี้ทำให้ผู้คนตกเป็นทาสของกันและกัน... ของขวัญแห่งพระหรรษทานส่องสว่างให้กับปัจจุบันของเรา เพราะสงครามที่ทำให้โลกเปื้อนเลือดคือผลของการบูชาอำนาจและเงินทอง … ขอให้เราอย่าคุ้นเคยกับเสียงอาวุธและภาพของสงคราม สันติภาพไม่ใช่เพียงแค่ความสมดุลของอำนาจ แต่เป็นผลงานของหัวใจที่ได้รับการชำระให้บริสุทธิ์ ของผู้ที่มองเห็นผู้อื่นเป็นพี่น้องที่ต้องได้รับการปกป้อง ไม่ใช่ศัตรูที่ต้องถูกเอาชนะ” พระสันตะปาปา ตรัสย้ำในช่วงท้าย


Source:


- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/homilies/2026/documents/20260328-principato-dimonaco-messa.html 


Comments