โป๊ปย้ำ พระเจ้าไม่ฟังคำภาวนาของคนก่อสงคราม เพราะมือของพวกเขาเปื้อนเลือด

➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงย้ำ พระเจ้าไม่ฟังคำภาวนาของผู้ที่ก่อสงคราม เพราะพระองค์ปฏิเสธคำภาวนาจากมือที่เปื้อนเลือด ➡️ ทรงชี้ พระเยซูคือ “กษัตริย์แห่งสันติภาพ” ผู้ปฏิเสธความรุนแรง และไม่มีใครสามารถอ้างชื่อพระองค์เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการทำสงครามได้ ➡️ ทรงภาวนาเป็นพิเศษเพื่อคริสตชนในตะวันออกกลางที่กำลังทนทุกข์จากสงคราม และไม่สามารถร่วมพิธีกรรมในสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างเต็มที่



ช่วงสายวันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงเป็นประธานในพิธีเสกและแห่ใบลาน และมิสซาวันอาทิตย์พระมหาทรมาน ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน ท่ามกลางผู้มาร่วมพิธีจำนวนมาก 


ในส่วนของบทเทศน์ที่พระสันตะปาปาตรัสกับทุกคน Pope Report สรุปประเด็นสำคัญมาให้ดังนี้


1. พระเยซูคือความสว่างท่ามกลางความมืดมิด


พระสันตะปาปาเริ่มต้นด้วยการชวนคริสตชนรำพึงถึงความรักและการเสียสละของพระเยซูบนทางกางเขน โดยเน้นย้ำถึงความขัดแย้งระหว่างท่าทีของพระเยซูกับความโหดร้ายของโลก


“เรามองจ้องไปที่พระเยซู ผู้เปิดเผยพระองค์เองว่าเป็นกษัตริย์แห่งสันติภาพ ในขณะที่สงครามกำลังก่อตัวอยู่รอบพระองค์ พระองค์ทรงยืนหยัดในความสุภาพอ่อนโยน ขณะที่คนอื่นกำลังปลุกปั่นความรุนแรง พระองค์ทรงมอบพระองค์เองเพื่อโอบกอดมนุษยชาติ ในขณะที่คนอื่นกำลังเงื้อดาบและกระบอง พระองค์ทรงเป็นความสว่างของโลก แม้ความมืดมิดกำลังจะกลืนกินแผ่นดิน พระองค์เสด็จมาเพื่อนำชีวิต แม้ในขณะที่แผนการต่างๆ กำลังเปิดเผยออกมาเพื่อตัดสินประหารชีวิตพระองค์” พระสันตะปาปาตรัส


2. กษัตริย์แห่งสันติภาพผู้ปฏิเสธการใช้อาวุธ


จากนั้น บิช็อปแห่งกรุงโรม ทรงอธิบายความหมายของคำว่า “กษัตริย์แห่งสันติภาพ” ผ่านเหตุการณ์ในพระวรสาร ไม่ว่าจะเป็นการเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มบนหลังลาอย่างถ่อมตน หรือการห้ามศิษย์ไม่ให้หยิบดาบออกมาทำร้ายคนอื่นเพื่อปกป้องพระองค์


พระสันตะปาปาตรัสว่า “กษัตริย์แห่งสันติภาพ … พระเยซูไม่ได้ติดอาวุธให้พระองค์เอง หรือปกป้องพระองค์เอง หรือต่อสู้ในสงครามใดๆ พระองค์เปิดเผยใบหน้าอันอ่อนโยนของพระเจ้า ผู้ปฏิเสธความรุนแรงเสมอ แทนที่จะช่วยตัวเองให้รอด พระองค์กลับยอมให้ตัวเองถูกตรึงบนกางเขน”


3. พระเจ้าไม่ฟังคำภาวนาของคนก่อสงคราม


พระสันตะปาปาชาวอเมริกัน ยังเตือนสติสังคมโลกปัจจุบันอย่างหนักแน่นว่า พระเจ้าไม่ทรงยอมรับการภาวนาที่เกิดจากการทำร้ายคนอื่น


“นี่คือพระเจ้าของเรา พระเยซู กษัตริย์แห่งสันติภาพ ผู้ปฏิเสธสงคราม ผู้ซึ่งไม่มีใครสามารถนำไปใช้อ้างความชอบธรรมในการทำสงครามได้ พระองค์ไม่ฟังคำภาวนาของคนที่ก่อสงคราม พระองค์ปฏิเสธพวกเขา ตรัสว่า ‘แม้ท่านจะอธิษฐานภาวนามากมาย เราก็จะไม่ฟัง เพราะมือของท่านเปื้อนเลือด’ (อิสยาห์ 1:15)” พระสันตะปาปา ตรัสย้ำชัดเจน


4. เสียงร้องของผู้บริสุทธิ์บนไม้กางเขนแห่งยุคสมัย


ตอนท้าย พระสันตะปาปาทรงชี้ให้เห็นว่าบาดแผลของพระเยซูคือบาดแผลเดียวกับมนุษยชาติในปัจจุบัน


“ในบาดแผลของพระองค์ เราเห็นความเจ็บปวดของชายหญิงจำนวนมากในปัจจุบัน ในเสียงร้องครั้งสุดท้ายของพระองค์ต่อพระบิดา เราได้ยินเสียงร้องไห้ของผู้ที่ถูกบดขยี้ ผู้ที่ไม่มีความหวัง ผู้ที่เจ็บป่วย และผู้ที่โดดเดี่ยว เหนือสิ่งอื่นใด เราได้ยินเสียงครางอันเจ็บปวดของทุกคนที่ถูกกดขี่ด้วยความรุนแรงและตกเป็นเหยื่อของสงคราม พระคริสต์ กษัตริย์แห่งสันติภาพ ทรงร้องตะโกนอีกครั้งจากกางเขนของพระองค์ว่า ‘พระเจ้าคือความรัก จงมีความเมตตา จงวางอาวุธของท่านลง จำไว้ว่าพวกท่านคือพี่น้องกัน”


5. ภาวนาเพื่อคริสตชนในตะวันออกกลาง


หลังมิสซาจบลง พระสันตะปาปาทรงนำสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าว พร้อมเรียกร้องให้คริสตชนทั่วโลกจดจำและภาวนาเพื่อพี่น้องคริสตชนที่กำลังเผชิญกับสงคราม


“ในตอนเริ่มต้นของสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ คำภาวนาของเราอยู่กับบรรดาคริสตชนในตะวันออกกลางมากยิ่งกว่าที่เคย ซึ่งกำลังทนทุกข์ทรมานจากผลพวงของความขัดแย้งอันโหดร้าย และในหลายๆ กรณี พวกเขาไม่สามารถร่วมพิธีกรรมในวันศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ได้อย่างเต็มที่ ขอให้เรายกคำภาวนาของเราขึ้นถวายแด่กษัตริย์แห่งสันติภาพ เพื่อพระองค์จะได้ค้ำจุนประชาชนที่บาดเจ็บจากสงคราม และทรงเปิดเส้นทางที่เป็นรูปธรรมไปสู่การคืนดีและสันติภาพ” พระสันตะปาปา ตรัสในตอนท้าย


Sources:


1. https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/homilies/2026/documents/20260329-palme.html


2. https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/angelus/2026/documents/20260329-angelus.html 


Comments