โป๊ปย้ำการบริจาคอวัยวะคือการกระทำอันสูงส่ง พร้อมขอให้วงการปลูกถ่ายอวัยวะยึดประโยชน์ของผู้ป่วยเป็นหลัก

➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงย้ำ การบริจาคอวัยวะหลังความตายเป็นการกระทำที่สูงส่งและควรได้รับการส่งเสริม ในฐานะการแสดงออกถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอย่างใจกว้าง  ➡️ ทรงเตือน การปลูกถ่ายอวัยวะต้องตั้งอยู่บนความยินยอม การเคารพศักดิ์ศรีของมนุษย์ และต้องระวังไม่ให้ร่างกายมนุษย์กลายเป็นสินค้า  ➡️ ทรงขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ และอาสาสมัคร พร้อมขอให้ทุกคนทำงานต่อไปโดยยึดประโยชน์ของผู้ป่วยเป็นหลักนำเสมอ



ช่วงสายวันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงต้อนรับผู้เข้าร่วมการประชุมซึ่งจัดขึ้นโดยศูนย์ปลูกถ่ายอวัยวะแห่งชาติ ที่มาเข้าเฝ้าในวาติกัน โอกาสนี้ พระสันตะปาปาทรงขอบคุณสมณสถาบันเพื่อชีวิตสำหรับการทำงานในสาขานี้ โดยวันนี้ พระสันตะปาปาทรงชี้ว่าการปรากฏตัวของบุคลากรทางการแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ และอาสาสมัครในที่ประชุมครั้งนี้ เป็นพยานถึงการรับใช้ชีวิตมนุษย์ในช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุดด้วยความสามารถและความเสียสละ


ในส่วนของพระดำรัสที่พระสันตะปาปาตรัสกับทุกคน Pope Report สรุปประเด็นสำคัญมาให้ดังนี้


1. รำลึก 70 ปี การบริจาคอวัยวะครั้งแรกในอิตาลี


พระสันตะปาปาทรงรำลึกถึงเหตุการณ์เมื่อ 70 ปีที่แล้ว ที่บุญราศี คุณพ่อ คาร์โล ญ็อคคี่ ได้ขอให้นำกระจกตาของตนออกหลังเสียชีวิต เพื่อนำไปปลูกถ่ายให้กับผู้ป่วยเด็ก 2 คนจนทั้งสองกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง การกระทำดังกล่าวได้จุดประกายการไตร่ตรองในสังคมและขับเคลื่อนให้เกิดกฎหมายที่ชัดเจนขึ้น


“เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากการกระทำของคุณพ่อญ็อคคี่ พระสันตะปาปา ปีโอ ที่ 12 ได้ทรงประทานแนวทางด้านศีลธรรมเบื้องต้น โดยทรงยอมรับถึงความชอบธรรมของการนำอวัยวะออกเพื่อการรักษา โดยเคารพต่อศักดิ์ศรีของร่างกายมนุษย์และสิทธิของผู้ที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่จุดเริ่มต้น การไตร่ตรองของศาสนจักรได้อยู่เคียงข้างการพัฒนาของการแพทย์ด้านการปลูกถ่ายอวัยวะ โดยยอมรับคุณค่าของมัน และในเวลาเดียวกันก็กำหนดเกณฑ์ทางจริยธรรมที่จำเป็น”


2. การบริจาคอวัยวะคือการกระทำที่ประเสริฐ


พระสันตะปาปาทรงอ้างอิงถึงสมณสาส์น “พระวรสารแห่งชีวิต” (Evangelium Vitae) ของนักบุญจอห์น พอล ที่ 2 ที่ระบุว่าการบริจาคอวัยวะเป็นตัวอย่างที่น่ายกย่องในการส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งชีวิต 


“ในบรรดาการกระทำที่ส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งชีวิต ตัวอย่างที่ควรได้รับการยกย่องเป็นพิเศษ คือการบริจาคอวัยวะ ที่กระทำอย่างสอดคล้องกับหลักจริยธรรม (ข้อ 86) นอกจากนี้ หนังสือคำสอนของศาสนจักรคาทอลิกก็ระบุชัดเจนว่า การบริจาคอวัยวะหลังความตายเป็นการกระทำที่สูงส่งและน่ายกย่อง และควรได้รับการส่งเสริมในฐานะการแสดงออกถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอย่างใจกว้าง (ข้อ 2296)”


อย่างไรก็ตาม พระสันตะปาปาชาวอเมริกันทรงเตือนว่า “จำเป็นต้องมีความระมัดระวังอยู่เสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงรูปแบบใดๆ ของการนำร่างกายมนุษย์ไปเป็นสินค้า และต้องทำให้แน่ใจว่าการปลูกถ่ายอวัยวะถูกควบคุมด้วยเกณฑ์ที่ยุติธรรมและโปร่งใส”


3. การปลูกถ่ายอวัยวะตั้งอยู่บนความไว้วางใจและการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน


พระสันตะปาปาทรงชี้ว่า “การแพทย์ด้านการปลูกถ่ายอวัยวะเตือนเราว่า ความสัมพันธ์แห่งการดูแล ความไว้วางใจ และความรับผิดชอบต่อกัน เป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะทำให้การปลูกถ่ายอวัยวะเกิดขึ้นได้ ความเป็นไปได้ที่จะช่วยชีวิตคนผ่านการปลูกถ่ายอวัยวะนั้น ขึ้นอยู่กับความเอื้อเฟื้อของผู้บริจาค”


พระสันตะปาปายังทรงหยิบยกคำสอนของพระสันตะปาปา ฟรานซิส มาย้ำว่า “การบริจาคไม่ได้จำกัดอยู่เพียงประโยชน์ทางสังคม แต่เป็นการแสดงออกถึงความเป็นพี่น้องกันของมนุษยชาติ และจะต้องคงไว้ซึ่งการเป็นการกระทำที่ให้เปล่า สามารถเป็นพยานถึงวัฒนธรรมแห่งการช่วยเหลือ การให้ ความหวัง และชีวิต” 


“นี่เป็นข้อเตือนใจที่มีคุณค่ายิ่งกว่าที่เคย ในยุคสมัยที่สังคมเสี่ยงจะตัดสินทุกสิ่งด้วยตรรกะของราคา ประสิทธิภาพ หรือผลประโยชน์ส่วนตน” บิช็อปแห่งกรุงโรม ตรัสย้ำ


4. ส่งเสริมการวิจัย แต่ต้องเคารพศักดิ์ศรีมนุษย์


จากนั้น พระสันตะปาปายังยืนยันว่า ศาสนจักรคาทอลิกส่งเสริมวิทยาศาสตร์ที่มุ่งช่วยเหลือมนุษยชาติ “พ่อขอถือโอกาสนี้ส่งเสริมการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งยังคงเปิดโอกาสที่สำคัญสำหรับการแพทย์ด้านการปลูกถ่ายอวัยวะ การวิจัยนี้ถูกเรียกร้องให้พัฒนาทางออกที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการอวัยวะและความจำเป็นของผู้ป่วย ในบริบทที่ความต้องการยังคงสูงกว่าจำนวนอวัยวะที่มีอยู่มาก”


“สิ่งสำคัญคือความมุ่งมั่นนี้ต้องดำเนินควบคู่ไปกับการไตร่ตรองอย่างมีความรับผิดชอบเสมอ เพื่อให้ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ยังคงมุ่งไปสู่ประโยชน์อย่างรอบด้านของมนุษย์และการเคารพศักดิ์ศรีของมนุษย์” พระสันตะปาปาตรัส


5. ยึดผลประโยชน์ของผู้ป่วยเป็นหลักนำทางเสมอ 


ตอนท้าย พระสันตะปาปาทรงขอบคุณบุคลากรทุกคน โดยตรัสว่า “พ่อขอแสดงความขอบคุณต่อพวกท่านทุกคน งานของพวกท่านนั้นหนักหนาและมักจะไม่มีใครเห็น... งานนี้เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบทางคลินิก การตัดสินใจที่ละเอียดอ่อน และความสัมพันธ์ที่สัมผัสกับชีวิตของผู้คนในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด ขอให้ทำหน้าที่นี้ต่อไปด้วยความซื่อสัตย์และความทุ่มเท โดยยึดถือความเป็นอยู่ที่ดีของผู้ป่วยเป็นหลักการชี้นำของพวกท่านเสมอ”


Source:


- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/speeches/2026/march/documents/20260326-cnt.html


Comments