โป๊ปชี้ ลำดับชั้นการปกครองศาสนจักรไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น แต่เป็นสิ่งที่พระเจ้าสถาปนาขึ้นเพื่อรับใช้ประชากรของพระองค์

➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงสอน โครงสร้างลำดับชั้นการปกครองของศาสนจักร ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อจัดการองค์กร แต่เป็นสิ่งที่พระเจ้าสถาปนาขึ้นเพื่อสานต่อพันธกิจของพระเยซู


➡️ ทรงชี้ ตำแหน่งบิช็อป สงฆ์ และสังฆานุกร คือการรับใช้อย่างแท้จริง ซึ่งเกิดจากความรักของพระเยซู เพื่อส่งต่อความเชื่อให้กับคริสตชนทุกคน


➡️ ทรงย้ำ เอกสารสภาสังคายนาสอนว่า “ความเป็นสงฆ์แบบศาสนบริกร” แตกต่างในสาระสำคัญจาก “ความเป็นสงฆ์ทั่วไป” ของคริสตชน แม้ทั้งสองจะมีความเกี่ยวข้องกันก็ตาม



ช่วงสายวันพุธที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงเป็นประธานในการเข้าเฝ้าทั่วไป ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน โดยพระองค์ทรงสอนคำสอนต่อเนื่องเกี่ยวกับเอกสารของสภาสังคายนาวาติกัน ครั้งที่ 2 ว่าด้วยธรรมนูญคำสอนเรื่อง “แสงสว่างแห่งนานาชาติ” (Lumen Gentium) โดยครั้งนี้เป็นตอนที่ 5 เรื่อง “ลำดับขั้นการปกครองในศาสนจักร” ซึ่ง Pope Report สรุปประเด็นสำคัญมาให้ดังนี้


1. โครงสร้างศาสนจักรเป็นสิ่งที่พระเจ้าสถาปนาขึ้น ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ตั้งขึ้นเอง


พระสันตะปาปาเริ่มต้นด้วยการอธิบายว่า ศาสนจักรคาทอลิกตั้งอยู่บนรากฐานของบรรดาอัครสาวก ซึ่งพระเยซูทรงแต่งตั้งให้เป็นเสาหลักที่มีชีวิต โครงสร้างนี้มีไว้เพื่อรับใช้ความเป็นหนึ่งเดียวกันและสานต่อพันธกิจ


พระสันตะปาปาตรัสว่า “สภาสังคายนาสอนว่า โครงสร้างลำดับชั้นการปกครองไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น เพื่อทำหน้าที่จัดการภายในของศาสนจักรในฐานะองค์กรทางสังคม แต่เป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงสถาปนาขึ้น ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อสานต่อพันธกิจที่พระคริสต์ทรงมอบให้กับบรรดาอัครสาวกไปจนสิ้นยุค … ดังที่เอกสารระบุว่า บรรดาอัครสาวกคือเมล็ดพันธุ์แรกของอิสราเอลใหม่ และในขณะเดียวกันก็เป็นจุดเริ่มต้นของลำดับชั้นการปกครองอันศักดิ์สิทธิ์”


2. ความเป็นสงฆ์เพื่อรับใช้ประชากรของพระเจ้า


จากนั้น บิช็อปแห่งกรุงโรม อธิบายถึงความตั้งใจของบรรดาบิช็อปในสภาสังคายนาว่า ไม่ได้ต้องการนำเสนอเพียงแค่องค์ประกอบเชิงสถาบัน แต่เอกสารมุ่งเน้นไปที่ “ความเป็นสงฆ์แบบศาสนบริกร” ซึ่งมีความแตกต่างในสาระสำคัญจาก “ความเป็นสงฆ์ทั่วไป” ของคริสตชน แม้ทั้งสองจะมีความเกี่ยวข้องกันและมีส่วนร่วมในความเป็นสงฆ์หนึ่งเดียวของพระคริสต์ก็ตาม


“สภาสังคายนาจึงกล่าวถึงพันธกิจที่มอบให้กับบรรดาผู้ได้รับอำนาจศักดิ์สิทธิ์ สำหรับการรับใช้ในศาสนจักร ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งบิช็อป ตำแหน่งสงฆ์ และตำแหน่งสังฆานุกร ... คำว่า ‘ตามลำดับชั้นการปกครอง’ จึงตั้งใจสื่อถึงจุดกำเนิดศักดิ์สิทธิ์ที่มาจากพระเยซู ผู้เป็นชุมพาบาลที่ดี บรรดาบิช็อปเป็นอันดับแรก และผ่านทางพวกเขา บรรดาสงฆ์และสังฆานุกร ได้รับมอบหมายงานซึ่งนำพวกเขาไปสู่การรับใช้ประชากรของพระเจ้าทุกคน เพื่อให้ทุกคนสามารถบรรลุถึงความรอดได้” พระสันตะปาปา อธิบาย


3. อำนาจในศาสนจักรคือการรับใช้อย่างแท้จริง


พระสันตะปาปาชาวอเมริกัน ทรงเตือนใจว่า ธรรมชาติของพันธกิจนี้คือการทำงานร่วมกันเป็นหมู่คณะ และอำนาจที่แท้จริงคือการรับใช้ พร้อมหยิบยกคำสอนของนักบุญเปาโล ที่ 6 มากล่าวย้ำว่า “หน้าที่ซึ่งพระเยซูทรงมอบหมายให้กับบรรดาผู้เลี้ยงดูประชากรของพระองค์คือการรับใช้อย่างแท้จริง ลำดับชั้นการปกครองจึงเป็นความจริงที่เกิดจากความรักของพระคริสต์ เพื่อทำให้สมบูรณ์ เผยแพร่ และรับประกันการถ่ายทอดความมั่งคั่งแห่งความเชื่อ แบบอย่าง และพระพรพิเศษที่พระคริสต์ทรงทิ้งไว้ให้กับศาสนจักร”


ตอนท้าย พระสันตะปาปาทรงเชิญชวนทุกคนสวดภาวนา ขอพระเจ้าทรงส่งศาสนบริกรที่เปี่ยมด้วยความรักแห่งพระวรสาร อุทิศตนเพื่อประโยชน์ของผู้ที่รับศีลล้างบาปทุกคน และเป็นธรรมทูตที่กล้าหาญในทุกมุมโลก มายังศาสนจักรของพระองค์


Source:


- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/audiences/2026/documents/20260325-udienza-generale.html 


Comments