โป๊ปย้ำการฟื้นจากความตายของลาซารัส ชวนเราออกจากหลุมศพแห่งความเห็นแก่ตัว พร้อมเรียกร้องยุติสงครามตะวันออกกลาง
➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงสอน การฟื้นจากความตายของลาซารัสคือการเชิญชวนให้เราปลดปล่อยหัวใจ และออกจากหลุมศพแห่งความเห็นแก่ตัว วัตถุนิยม และความรุนแรง
➡️ ทรงเตือน โลกที่แสวงหาแต่ชื่อเสียงเงินทอง ไม่สามารถเติมเต็มหัวใจเราได้ เพราะมนุษย์ถูกสร้างมาเพื่อพระเจ้า
➡️ ทรงเรียกร้องอย่างหนักแน่นให้ยุติสงครามในตะวันออกกลาง ชี้ความตายและความเจ็บปวดจากสงครามคือเรื่องน่าอัปยศของมวลมนุษยชาติ
ช่วงเที่ยงวันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงนำสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าว ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน โดยบทอ่านประจำอาทิตย์ที่ 5 เทศกาลมหาพรต เป็นเหตุการณ์ที่พระเยซูทรงปลุกลาซารัสให้กลับเป็นขึ้นมาจากความตาย ในส่วนของพระดำรัสที่พระสันตะปาปาตรัสกับทุกคน Pope Report สรุปประเด็นสำคัญมาให้ดังนี้
1. เตรียมพร้อมสู่สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์และชัยชนะเหนือความตาย
พระสันตะปาปาเริ่มต้นด้วยการกล่าวถึงการเดินทางในเทศกาลมหาพรตว่า เหตุการณ์ของลาซารัสเป็นเครื่องหมายที่บอกเล่าถึงชัยชนะของพระคริสต์เหนือความตาย และเป็นของประทานแห่งชีวิตนิรันดรที่เราได้รับผ่านทางศีลล้างบาป
“วันนี้พระเยซูตรัสกับเราเช่นเดียวกับที่ตรัสกับมาร์ธา น้องสาวของลาซารัสว่า ‘เราเป็นการกลับคืนชีพและเป็นชีวิต ผู้ที่เชื่อในเรา แม้ตายไปแล้ว ก็จะมีชีวิต และทุกคนที่มีชีวิตและเชื่อในเรา จะไม่มีวันตายเลย’ (จอห์น 11:25-26)”
“ดังนั้น พิธีกรรมจึงเชิญชวนเรา ในเวลาที่สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์กำลังใกล้เข้ามา ให้รื้อฟื้นเหตุการณ์พระทรมานของพระเจ้า … เพื่อที่เราจะเข้าใจความหมายที่แท้จริงที่สุด และเปิดรับของขวัญแห่งพระหรรษทานที่บรรจุอยู่ในนั้น เหตุการณ์เหล่านี้สำเร็จบริบูรณ์ในพระคริสต์ผู้ทรงกลับคืนชีพ ผู้เอาชนะความตายและมีชีวิตอยู่ในเราผ่านทางศีลล้างบาป เพื่อความรอดและความบริบูรณ์แห่งชีวิตของเรา” พระสันตะปาปา ตรัสแบ่งปัน
2. โลกแสวงหาสิ่งนอกกาย แต่เราถูกสร้างมาเพื่อพระเจ้า
จากนั้น บิช็อปแห่งกรุงโรม ทรงชี้ให้เห็นสภาพสังคมปัจจุบันที่ผู้คนมักวิ่งตามสิ่งใหม่ๆ และการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จนยอมแลกและสูญเสียสิ่งสำคัญในชีวิตไป ไม่ว่าจะเป็นเวลา พลังงาน คุณค่าที่แท้จริง หรือความผูกพัน แต่พระหรรษทานของพระคริสต์จะเป็นแสงสว่างที่ช่วยให้เรามองเห็นความจริง
พระสันตะปาปาอธิบายว่า “มนุษย์เรามักใช้ชีวิตราวกับว่า ชื่อเสียง วัตถุเงินทอง ความบันเทิง และความสัมพันธ์ที่ฉาบฉวย จะสามารถเติมเต็มหัวใจหรือทำให้เราอยู่ค้ำฟ้าได้ อาการแบบนี้สะท้อนให้เห็นว่า ลึกๆ แล้วในใจของทุกคนต่างโหยหาสิ่งที่ยั่งยืนถาวร ซึ่งเป็นความต้องการที่ของนอกกายชั่วคราวไม่มีวันตอบสนองได้”
“ไม่มีสิ่งใดบนโลกที่จะสามารถดับความกระหายในจิตใจของเราได้ เพราะเราถูกสร้างมาเพื่อพระเจ้า และเราจะไม่มีวันพบสันติสุขที่แท้จริง จนกว่าจะได้พักพิงในพระองค์”
3. จงออกมาจากหลุมศพแห่งความเห็นแก่ตัว
เรื่องราวการกลับคืนชีพของลาซารัส จึงเป็นเหมือนเสียงเรียกให้เรากลับมาฟังความต้องการลึกๆ ภายในจิตใจ พระสันตะปาปาทรงเชิญชวนให้เราพึ่งพาพลังของพระจิต เพื่อปลดปล่อยหัวใจออกจากความเคยชินเดิมๆ กรอบความคิด และเงื่อนไขต่างๆ ที่เปรียบเสมือน “ก้อนหินใหญ่” ซึ่งปิดทับและขังเราไว้ในหลุมศพแห่งความเห็นแก่ตัว วัตถุนิยม ความรุนแรง และการใช้ชีวิตแบบฉาบฉวย เพราะในหลุมศพเหล่านั้นไม่มีชีวิตอยู่จริง มีแต่ความสับสน ความไม่พอใจ และความโดดเดี่ยว
พระสันตะปาปาตรัสว่า “พระเยซูทรงร้องเรียกเราเช่นกันว่า ‘จงออกมาเถิด’ (จอห์น 11:43) พระองค์ทรงเร่งเร้าให้เราก้าวออกมาจากพื้นที่อันคับแคบเหล่านั้น เพื่อรับการรื้อฟื้นใหม่ด้วยพระหรรษทาน และก้าวเดินไปในแสงสว่างแห่งความรัก ในฐานะมนุษย์คนใหม่ที่มีความหวังและสามารถรักผู้อื่นได้โดยไม่หวังผลตอบแทนและไม่มีขีดจำกัด ตามแบบอย่างความรักอันไร้ขอบเขตของพระองค์”
4. ความตายจากสงครามคือเรื่องน่าอัปยศของมนุษยชาติ
หลังการสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าวจบลง พระสันตะปาปาชาวอเมริกัน ทรงแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและพื้นที่อื่นๆ ทั่วโลก
“พ่อยังคงติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางด้วยความสลดใจ ซึ่งก็เหมือนกับภูมิภาคอื่นๆ ของโลกที่ถูกฉีกทิ้งด้วยสงครามและความรุนแรง เราไม่สามารถนิ่งเงียบเมื่อเผชิญกับความทุกข์ทรมานของคนไร้ทางสู้จำนวนมากที่ตกเป็นเหยื่อของความขัดแย้งเหล่านี้ สิ่งที่ทำร้ายพวกเขาคือสิ่งที่ทำร้ายมนุษยชาติทั้งหมด ความตายและความเจ็บปวดที่เกิดจากสงครามเหล่านี้คือความอัปยศสำหรับครอบครัวมนุษยชาติทั้งมวล และเป็นเสียงร่ำไห้ที่ลอยไปถึงพระเจ้า”
ตอนท้าย พระสันตะปาปาทรงเรียกร้องอย่างหนักแน่นให้ทุกคนยืนหยัดในการสวดภาวนา เพื่อให้ความเป็นศัตรูยุติลง และเปิดเส้นทางสู่สันติภาพที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเสวนาอย่างจริงใจและการเคารพศักดิ์ศรีของมนุษย์ทุกคน
Source:

Comments
Post a Comment