โป๊ปสอน “ความเชื่อไม่ใช่การหลับหูหลับตาเชื่อ” แต่ต้องเปิดตาเพื่อมองเห็นความทุกข์ของคนอื่น พร้อมวิงวอนขอให้หยุดยิงในตะวันออกกลาง
- โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงชี้ ความเชื่อไม่ใช่การหลับหูหลับตาเชื่อ แต่คือการเปิดตารับรู้ความทุกข์ยากของเพื่อนมนุษย์
- ทรงเตือนคริสตชน อย่าใช้ความเชื่อศาสนาเป็นเกราะกำบังเพื่อหันหน้าหนีจากโลก แต่ต้องเป็นแสงสว่างแห่งสันติภาพและความยุติธรรม
- ทรงแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อสงครามในตะวันออกกลางและเลบานอน พร้อมร้องขอดังๆ “จงหยุดยิง เพราะความรุนแรงไม่มีวันนำไปสู่สันติภาพ”
ช่วงเที่ยงวันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงนำสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าว ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน พระวรสารประจำวันอาทิตย์ที่สี่ของเทศกาลมหาพรต เป็นเหตุการณ์ที่พระเยซูทรงรักษาชายที่ตาบอดแต่กำเนิด ซึ่ง Pope Report สรุปประเด็นสำคัญที่พระสันตะปาปาแบ่งปันมาให้ดังนี้
1. ความเชื่อไม่ใช่การหลับหูหลับตาเชื่อ
พระสันตะปาปาทรงเริ่มต้นด้วยการอธิบายสัญลักษณ์ในพระวรสารว่า ขณะที่มนุษยชาติตกอยู่ในความมืดมิด พระเจ้าทรงส่งพระเยซูมาเป็นความสว่างของโลก เพื่อเปิดตาคนตาบอดและส่องสว่างให้กับชีวิตของเรา เราทุกคนล้วนตาบอดแต่กำเนิด เพราะโดยลำพังแล้ว เราไม่อาจมองเห็นธรรมล้ำลึกของชีวิตได้อย่างถ่องแท้
“เป็นเรื่องน่าประหลาดใจที่ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา มีความคิดเห็นแพร่หลายและยังคงอยู่จนถึงทุกวันนี้ว่า ความเชื่อคือการกระโจนลงไปในความมืด เป็นการละทิ้งความคิด ถึงขนาดที่ว่าการมีความเชื่อหมายถึงการหลับหูหลับตาเชื่อ”
“อย่างไรก็ตาม พระวรสารแสดงให้เราเห็นว่า ผ่านทางการสัมผัสกับพระคริสต์ ดวงตาของเราจะถูกเปิดออก บรรดาผู้นำศาสนาต่างตั้งคำถามกับชายตาบอดที่ได้รับการรักษาอย่างไม่ลดละว่า พระเยซูทำอย่างไรจึงเปิดตาที่บอดของเขาได้ พวกเราเองก็ได้รับการรักษาโดยความรักของพระคริสต์ และถูกเรียกให้ดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อแบบที่เปิดตาเช่นกัน” พระสันตะปาปา ตรัสสอน
2. ต้องเปิดตาเพื่อมองเห็นความทุกข์ของเพื่อนมนุษย์
พระสันตะปาปาทรงย้ำว่า คริสตชนต้องดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อแบบเปิดตา ความเชื่อไม่ใช่การละทิ้งเหตุผล หรือการหนีโลกไปซ่อนตัวอยู่กับความเชื่อทางศาสนาจนทำให้เราเบือนหน้าหนีจากความเป็นจริงของโลก
“ในทางตรงกันข้าม ความเชื่อช่วยให้เรามองเห็นสิ่งต่างๆ อย่างที่พระเยซูเห็นด้วยสายตาของพระองค์ ความเชื่อจึงเป็นคำเชื้อเชิญให้เปิดตาของเรา เหมือนที่องค์พระเจ้าทรงทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อความทุกข์ทรมานของผู้อื่นและความยากลำบากของโลก”
“เมื่อเผชิญกับสถานการณ์อันน่าเศร้าสลดของความอยุติธรรม ความรุนแรง และความทุกข์ทรมานที่เป็นเครื่องหมายของยุคสมัยเรา สิ่งสำคัญอย่างยิ่งคือความเชื่อของเราต้องตื่นตัว เอาใจใส่ และมีลักษณะของประกาศก ความเชื่อควรเปิดตาของเราให้เห็นความมืดมิดของโลก และนำความสว่างของพระวรสารไปสู่ผู้อื่นผ่านความมุ่งมั่นของเราที่มีต่อสันติภาพ ความยุติธรรม และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน” พระสันตะปาปา ทรงย้ำ
3. วิงวอนยุติสงครามตะวันออกกลางและเลบานอน
หลังการสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าว พระสันตะปาปาทรงแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อสงครามในตะวันออกกลางที่ดำเนินมาเป็นเวลาสองสัปดาห์แล้ว
“ผู้บริสุทธิ์หลายพันคนถูกสังหาร และคนอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วนถูกบังคับให้ต้องละทิ้งบ้านเรือนของตน พ่อขอส่งความใกล้ชิดผ่านการสวดภาวนาอีกครั้งไปยังทุกคนที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักในการโจมตี ซึ่งได้ทำลายโรงเรียน โรงพยาบาล และพื้นที่อยู่อาศัย”
“สถานการณ์ในเลบานอนน่ากังวลอย่างยิ่ง พ่อหวังว่าจะมีการเปิดการเจรจาเกิดขึ้น เพื่อช่วยให้รัฐบาลสามารถหาทางออกที่ยั่งยืนแก่วิกฤตการณ์ร้ายแรงในครั้งนี้ และเพื่อความสงบสุขของชาวเลบานอนทุกคน”
ช่วงท้าย พระสันตะปาปาทรงเรียกร้องอย่างหนักแน่นว่า “ในนามของคริสตชนในตะวันออกกลาง และของผู้มีน้ำใจดีทุกคน พ่อขอเรียกร้องต่อผู้ที่รับผิดชอบต่อความขัดแย้งนี้ จงหยุดยิง ขอให้เส้นทางแห่งการเจรจาถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง ความรุนแรงไม่สามารถนำไปสู่ความยุติธรรม ความมั่นคง และสันติภาพที่ประชาชนกำลังรอคอยได้อย่างแน่นอน”
Source:
- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/angelus/2026/documents/20260315-angelus.html

Comments
Post a Comment