โป๊ปย้ำ “ศาสนจักรต้องเปิดกว้างและมีที่ว่างสำหรับทุกคน”

  • โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงย้ำ ศาสนจักรไม่ใช่ประชากรที่รวมตัวกันด้วยเชื้อชาติหรือภาษา แต่รวมกันด้วยความเชื่อในพระคริสต์ ดังนั้น ศาสนจักรต้องเปิดกว้างและมีที่ว่างสำหรับทุกคน เพราะความหลากหลายคือเครื่องหมายแห่งความหวังท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยสงคราม
  • ทรงร่วมอาลัยกับการเสียชีวิตของ “คุณพ่อปิแอร์ เอล ราฮี” คุณพ่อเจ้าวัดคาทอลิกแมโรไนท์ในเลบานอนที่เสียชีวิตขณะไปช่วยสัตบุรุษที่ถูกระเบิด พร้อมทรงวอนขอสันติภาพในอิหร่านและตะวันออกกลางด้วย



ช่วงสายวันพุธที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงเป็นประธานในการเข้าเฝ้าทั่วไป ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน วันนี้ พระสันตะปาปาทรงแบ่งปันคำสอนจากธรรมนูญ “แสงสว่างแห่งนานาชาติ” (Lumen Gentium) ซึ่งเป็นเอกสารจากสังคายนาวาติกัน ที่ 2 เพื่ออธิบายถึงธรรมชาติที่แท้จริงของศาสนจักร ซึ่ง Pope Report สรุปประเด็นสำคัญมาให้ดังนี้


1. ศาสนจักรคือประชากรที่รวมกันด้วยความเชื่อ ไม่ใช่เชื้อชาติ


พระสันตะปาปาทรงเริ่มต้นด้วยการอธิบายว่า พระเจ้าทรงช่วยมนุษย์ให้รอดพ้นในฐานะประชากรกลุ่มหนึ่ง โดยประชากรนี้ไม่ได้รวมตัวกันด้วยสายเลือด แต่ด้วยความเชื่อ


“ศาสนจักรไม่ใช่ประชากรเหมือนกลุ่มอื่นๆ แต่เป็นประชากรของพระเจ้าที่ถูกเรียกมารวมกันโดยพระองค์ ศาสนจักรประกอบด้วยชายหญิงจากทุกชาติบนโลก หลักการที่ทำให้เป็นหนึ่งเดียวกันไม่ใช่ภาษา วัฒนธรรม หรือชาติพันธุ์ แต่คือความเชื่อในพระคริสต์ ศาสนจักรจึงเป็นการชุมนุมของทุกคนที่มองดูพระเยซูด้วยความเชื่อ”


“สิ่งที่สำคัญสุดในศาสนจักรไม่ใช่ตำแหน่งหน้าที่ ประชากรของพระเจ้าไม่ได้โอ้อวดตนเองด้วยผลงานหรือตำแหน่ง แต่พวกเขาภูมิใจที่ได้รับพระพรให้เป็นบุตรของพระเจ้า ดังนั้น เหนือกว่าหน้าที่การงานใดๆ สิ่งที่สำคัญที่สุดในศาสนจักรคือ การหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพระคริสต์” พระสันตะปาปา ตรัสสอน


2. ศาสนจักรต้องเปิดกว้างและมีที่ว่างสำหรับทุกคน


พระสันตะปาปาทรงอธิบายต่อไปว่า ศาสนจักรที่มีพระคริสต์เป็นศูนย์กลาง ไม่อาจเป็นสถานที่ปิดตาย “ศาสนจักรไม่อาจปิดกั้นตัวเองได้ แต่ต้องเปิดกว้างสำหรับทุกคนและมีไว้เพื่อทุกคน นี่หมายความว่าในศาสนจักรมีและต้องมีที่ทางสำหรับทุกคน และคริสตชนทุกคนถูกเรียกให้ประกาศพระวรสารและเป็นประจักษ์พยานในทุกสภาพแวดล้อมที่พวกเขาอาศัยและทำงาน”


“นี่คือเครื่องหมายแห่งความหวังอันยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะในยุคสมัยของเราที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและสงครามมากมาย ที่ได้รู้ว่าศาสนจักรคือประชากรที่ชายและหญิงจากต่างสัญชาติ ภาษา และวัฒนธรรม ดำเนินชีวิตร่วมกันในความเชื่อ” พระสันตะปาปา ทรงย้ำ


3. ภาวนาให้ “คุณพ่อปิแอร์” สงฆ์คาทอลิกที่เสียชีวิตในเลบานอน และวิงวอนขอสันติภาพตะวันออกกลาง


ช่วงท้าย พระสันตะปาปาทรงกล่าวเรียกร้องถึงสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง เฉพาะอย่างยิ่งมิสซาปลงศพของ “คุณพ่อปิแอร์ เอล ราฮี” คุณพ่อเจ้าวัดประจำหมู่บ้านคริสตชนแมโรไนท์ ทางภาคใต้ของเลบานอน 


พระสันตะปาปาทรงยกย่องความเสียสละของคุณพ่อปิแอร์ โดยเชื่อมโยงกับความหมายของชื่อท่านว่า “ในภาษาอาหรับ ‘เอล ราฮี’ แปลว่า ‘ผู้เลี้ยงแกะ’ คุณพ่อปิแอร์เป็นนายชุมพาบาลที่แท้จริง ผู้ที่อยู่เคียงข้างประชาชนของท่านเสมอ ด้วยความรักและความเสียสละของพระเยซูนายชุมพาบาลผู้แสนดี”


“ทันทีที่คุณพ่อปิแอร์ได้ยินว่า มีสัตบุรุษบาดเจ็บจากการทิ้งระเบิด ท่านก็รีบเข้าไปช่วยเหลือพวกเขาโดยไม่ลังเล ขอพระเจ้าโปรดประทานให้เลือดที่ท่านหลั่งออกมา เป็นเมล็ดพันธุ์แห่งสันติภาพสำหรับเลบานอนอันเป็นที่รักด้วย” พระสันตะปาปาตรัส


พระสันตะปาปาปิดท้ายด้วยการวิงวอนว่า “ขอให้เราสวดภาวนาเพื่อสันติภาพในอิหร่านและทั่วทั้งตะวันออกกลางต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับพลเรือนที่ตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก รวมถึงเด็กบริสุทธิ์อีกมากมาย ขอให้คำภาวนาของเราเป็นความบรรเทาใจแก่ผู้ที่ทนทุกข์และเป็นเมล็ดพันธุ์แห่งความหวังสำหรับอนาคต”


Source:


- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/audiences/2026/documents/20260311-udienza-generale.html 


Comments