โป๊ปเปรียบคนเมินเฉยความยุติธรรมเป็น “เกลือหมดความเค็ม” ชีวิตภายนอกดูปกติแต่ข้างใน “จืดชืด”
- โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงสอน คนที่ปฏิเสธความยากจนฝ่ายจิต ขาดความอ่อนโยน และเมินเฉยต่อความยุติธรรม ไม่สนใจความทุกข์ยากของเพื่อนมนุษย์ คนเหล่านี้เป็นเหมือน “เกลือที่หมดรสเค็ม” ชีวิตภายนอกอาจดูปกติ แต่ข้างในดูจืดชืดและหม่นหมอง
- อย่างไรก็ตาม ใครที่ทำตัวเหมือน “เกลือหมดรสเค็ม” พระเจ้าไม่ได้ทอดทิ้งคนเหล่านี้ พระองค์พร้อมรักษาเราเสมอ ขอแค่เราเปิดใจรับฟังพระวาจาของพระองค์และนำไปปฏิบัติตาม
- ทรงเตือนสติผู้นำโลก อนาคตไม่ได้อยู่ที่ “อำนาจทางเศรษฐกิจและการทหาร” แต่อยู่ที่ความเคารพที่มีให้กันและความเป็นพี่น้องกันอย่างแท้จริง
ช่วงเที่ยงวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงเป็นประธานในการสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าว ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน วันนี้ พระสันตะปาปาแบ่งปันพระวรสารตอนที่พระเยซูทรงสอนเรื่อง “เกลือดองแผ่นดินและแสงสว่างส่องโลก” ซึ่ง Pope Report เรียบเรียงใจความสำคัญของบทเทศน์สอน มาให้ดังนี้
1. “ท่านทั้งหลายเป็นเกลือของแผ่นดิน... เป็นแสงสว่างของโลก”
พระสันตะปาปาเริ่มต้นด้วยการย้ำพระวาจาของพระเยซูเรื่องความสุขแท้ว่า “ท่านทั้งหลายเป็นเกลือดองแผ่นดิน... ท่านทั้งหลายเป็นแสงสว่างของโลก” (แม็ทธิว 5:13-14) โดยอธิบายว่า เมื่อความสุขแท้ถูกรับและถูกปฏิบัติ โลก “ไม่เหมือนเดิม” และ “ไม่อยู่ในความมืดอีกต่อไป”
พระสันตะปาปา ตรัสว่า “ความชื่นชมยินดีแท้จริงทำให้ชีวิตมีรสชาติ และนำสิ่งที่เคยไม่มีอยู่มาก่อนให้ปรากฏออกมาในแสงสว่าง ความยินดีนี้เกิดจากวิถีการดำเนินชีวิตและการอยู่ร่วมกันในโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องปรารถนาและเลือกด้วยตนเอง นี่คือชีวิตที่ส่องประกายอยู่ในพระเยซู และเป็นรสชาติใหม่ที่สัมผัสได้จากพระวาจาและกิจการของพระองค์”
“หลังจากได้พบกับพระเยซูในความยากจนด้านจิตใจ ความอ่อนโยนและความเรียบง่ายของหัวใจ ความหิวกระหายต่อความยุติธรรม ซึ่งปลดปล่อยความเมตตาและสันติภาพให้เป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงและการคืนดี คนที่ตีตัวออกห่างจากสิ่งเหล่านี้ย่อมดูจืดชืดและหม่นหมอง” พระสันตะปาปาตรัสสอน
2. การแบ่งปันที่เป็นรูปธรรม ทำให้ความสว่างฉายแสงและบาดแผลเริ่มหาย
จากนั้น พระสันตะปาปานำบทอ่านจากประกาศกอิสยาห์มาอธิบาย โดยกล่าวถึง “ท่าทีที่เป็นรูปธรรม” ที่เอาชนะความอยุติธรรม มันคือการแบ่งปันอาหารกับผู้หิวโหย พาผู้ยากจนและผู้ไร้บ้านเข้ามาในบ้านของเรา ให้เสื้อผ้าแก่ผู้ที่เราเห็นว่าเปลือยกาย โดยไม่ละเลยเพื่อนบ้านและคนในบ้านของเราเอง” (อิสยาห์ 58:7)
พระสันตะปาปาขยายความต่อว่า “แล้วแสงสว่างของท่านจะพุ่งออกมาเหมือนรุ่งอรุณ และบาดแผลของท่านจะรักษาหายเร็วพลัน” พระองค์ชี้ให้เห็นความแตกต่างของสองสิ่งว่า “ในด้านหนึ่ง มีแสงสว่างที่ไม่อาจปกปิดได้เพราะมันยิ่งใหญ่เหมือนดวงอาทิตย์ที่ขับไล่ความมืดมิดไปในทุกเช้า ในอีกด้านหนึ่ง มีบาดแผลที่เคยปวดแสบปวดร้อนและบัดนี้กำลังได้รับการรักษา”
3. พระเจ้าไม่เคยทอดทิ้ง “เกลือที่หมดรส”
พระสันตะปาปาทรงกล่าวถึงความเจ็บปวดของการสูญเสียรสชาติและละทิ้งความชื่นชมยินดี โดยยกคำเตือนของพระเยซูที่ว่า เกลือที่หมดรสเค็มแล้ว “ก็ไม่มีประโยชน์อะไรอีกต่อไป มีแต่จะถูกทิ้งให้คนเหยียบย่ำ” (แม็ทธิว 5:13)
พระสันตะปาปาให้กำลังใจคนที่รู้สึกท้อแท้ว่า “มีกี่คนที่รู้สึกว่าตนเองไร้ค่าหรือแตกสลาย ซึ่งบางทีอาจเป็นตัวเราเองด้วยซ้ำ ราวกับว่าแสงสว่างของพวกเขาถูกซ่อนไว้ อย่างไรก็ตาม พระเยซูประกาศถึงพระเจ้าผู้ไม่ทอดทิ้งเรา พระบิดาผู้ทรงใส่ใจชื่อของเราและความเป็นเอกลักษณ์ของเรา บาดแผลทุกแห่ง แม้แต่แผลที่ลึกที่สุด จะได้รับการรักษาให้หายโดยการน้อมรับพระวาจาเรื่องความสุขแท้จริงและนำเรากลับสู่หนทางแห่งพระวรสาร”
4. ท่าทีที่เรียบง่าย ซึ่งขัดแย้งกับโลก
พระสันตะปาปาชี้ว่า กิจการแห่งการเปิดใจและความเอาใจใส่ต่อผู้อื่นจะจุดไฟแห่งความยินดีให้ลุกโชติช่วง แต่ความเรียบง่ายนั้นอาจทำให้เรา “ขัดแย้งกับโลก”
“พระเยซูเองก็ทรงถูกทดลองในถิ่นทุรกันดารให้เดินตามเส้นทางอื่น เพื่อยืนยันตัวตนของพระองค์ เพื่อยกย่องตนเองและให้โลกมาสยบแทบเท้า แต่พระองค์ทรงปฏิเสธเส้นทางที่จะทำให้พระองค์สูญเสียรสชาติที่แท้จริง รสชาติที่เราพบในทุกวันอาทิตย์ในแผ่นปังที่ถูกบิออก ซึ่งคือชีวิตที่ถูกมอบให้และความรักที่เงียบงัน” พระสันตะปาปา ตรัสสอน
5. อนาคตไม่ได้อยู่ที่ “อำนาจทางเศรษฐกิจและการทหาร”
ช่วงท้ายหลังการสวดทูตสวรรค์ พระสันตะปาปาทรงกล่าวถึงสถานการณ์ความรุนแรงในโลก โดยทรงเตือนสติผู้นำและประชาคมโลกเกี่ยวกับหนทางสู่สันติภาพที่แท้จริง
“ให้เราภาวนาเพื่อสันติภาพกันต่อไป ประวัติศาสตร์สอนเราว่า กลยุทธ์ด้านอำนาจทางเศรษฐกิจและการทหาร ไม่ได้มอบอนาคตให้แก่มนุษยชาติ อนาคตอยู่ที่ความเคารพและความเป็นพี่น้องกันระหว่างประชาชาติทั้งหลาย” พระสันตะปาปาทรงกล่าวทิ้งท้าย
Source:
- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/angelus/2026/documents/20260208-angelus.html

Comments
Post a Comment