โป๊ปเตือนสติ แค่โกรธเกลียดใคร มันเหมือนฆ่าเขาในใจแล้ว ชี้ ความชั่วที่เกิดในสังคม เกิดจาก “หัวใจที่เย็นชาและขาดความเมตตา”
- โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงชี้ การที่เราไม่ได้ลงมือทำร้ายร่างกายใคร ไม่ได้แปลว่าเราเป็นผู้บริสุทธิ์เสมอไป เพราะ “หัวใจ” คือจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง ถ้าเราโกรธเกลียด มันคือการ “ฆ่า” ในใจแล้ว
- ทรงย้ำ ความชั่วร้ายที่เราเห็นในโลกภายนอก ไม่ว่าจะเป็นสงครามหรือความรุนแรง ล้วนเกิดจากจุดเล็กๆ ภายในใจคน นั่นคือ “หัวใจที่เย็นชา แข็งกระด้าง และขาดความเมตตา”
- ทรงสอน บัญญัติของพระเจ้าไม่ใช่กฎที่กดขี่ แต่เป็นหนทางสู่เสรีภาพที่แท้จริง
ช่วงเย็นวันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 เสด็จเยี่ยมอภิบาลวัดแม่พระราชินีแห่งสันติภาพ (Santa Maria Regina Pacis) ย่านออสตีอา ลีโด้ (Ostia Lido) กรุงโรม ซึ่งถือเป็นการเยี่ยมวัดครั้งแรกในฐานะบิช็อปแห่งกรุงโรม หลังการพบปะและพูดคุยกับคริสตชนแล้ว พระสันตะปาปาทรงถวายมิสซาร่วมกับพวกเขาด้วย
ในส่วนของใจความสำคัญของบทเทศน์ในมิสซา Pope Report สรุปประเด็นสำคัญมาให้ดังนี้
1. บัญญัติคือ “หนทางสู่เสรีภาพ” ไม่ใช่ “ภาระ”
พระสันตะปาปาเริ่มต้นด้วยการอธิบายถึงธรรมบัญญัติที่พระเจ้าประทานให้หลังการอพยพจากอียิปต์ ว่าไม่ใช่กฎข้อบังคับที่กดขี่ แต่เป็นแผนการดำเนินชีวิตและหนทางสู่ความรอด
“บัญญัติ 10 ประการ เปรียบเสมือนแสงสว่างที่ชี้ทางในการเดินทางไกลผ่านถิ่นทุรกันดาร กฎที่พระเจ้าประทานให้ประชากรของพระองค์นั้นไม่ขัดแย้งกับเสรีภาพของพวกเขา แต่ในทางตรงกันข้าม มันคือเงื่อนไขที่จะทำให้เสรีภาพนั้นงอกงาม” พระสันตะปาปาตรัส
2. ความโกรธเกลียด คือการ “ฆ่า” ในใจ
จากนั้น พระสันตะปาปาอธิบายพระวรสารตอนที่พระเยซูเทศน์สอนบนภูเขา ซึ่งพระองค์สอนเรื่อง “บทบัญญัติใหม่” ที่ไม่ได้ต้องการแค่การทำตามกฎระเบียบภายนอก แต่ต้องการเปลี่ยนท่าทีภายในจิตใจ พระสันตะปาปาเน้นย้ำว่า การที่เราไม่ได้ลงมือทำร้ายร่างกายใคร ไม่ได้แปลว่าเราเป็นผู้บริสุทธิ์เสมอไป เพราะ “หัวใจ” คือจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง
“ในใจของเรานี่แหละที่เป็นจุดกำเนิดของความรู้สึกที่สูงส่งที่สุด แต่ขณะเดียวกันก็เป็นที่เกิดของการลบหลู่ที่เจ็บปวดที่สุดด้วย ไม่ว่าจะเป็นความใจแคบ ความอิจฉา หรือความริษยา ดังนั้น คนที่คิดร้ายต่อพี่น้อง คนที่เก็บความรู้สึกชั่วร้ายไว้กับเขา ก็เปรียบเสมือนว่าได้ฆ่าคนอื่นในใจแล้ว”
พระสันตะปาปาทรงเตือนสติว่า เมื่อใดก็ตามที่เราตัดสินผู้อื่นหรือมองพวกเขาด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม ให้ระลึกไว้เสมอว่า ความชั่วร้ายที่เราเห็นในโลกภายนอก ไม่ว่าจะเป็นสงครามหรือความรุนแรง ล้วนมีรากเหง้ามาจากจุดเล็กๆ ภายในใจคน นั่นคือ “หัวใจที่เย็นชา แข็งกระด้าง และขาดความเมตตา” นั่นเอง
3. เผชิญหน้าความจริง ซึ่งก็คือ ยาเสพติดและองค์กรอาชญากรรม
พระสันตะปาปาทรงกล่าวถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ออสเตียอย่างตรงไปตรงมา โดยตรัสถึงความรุนแรงในกลุ่มเยาวชนที่ถูกกระตุ้นโดยการใช้สารเสพติด และการแสวงหาผลประโยชน์ของกลุ่มอิทธิพล
“น่าเสียดายที่ความรุนแรงยังคงมีอยู่ หรือถูกกระทำโดยองค์กรอาชญากรรมที่แสวงหาผลประโยชน์ด้วยวิธีการที่ผิดกฎหมายและผิดศีลธรรม”
“เมื่อเผชิญกับปรากฏการณ์เหล่านี้ พ่อขอเชิญชวนพวกท่าน... อย่ายอมจำนนต่อวัฒนธรรมแห่งการข่มเหงและความอยุติธรรม ในทางตรงกันข้าม จงเผยแพร่ความเคารพและความสามัคคี โดยเริ่มจากการปลดอาวุธทางภาษา และทุ่มเทพลังและทรัพยากรให้กับการศึกษา โดยเฉพาะสำหรับเด็กและเยาวชน”
4. สันติภาพคือพระคริสต์ ไม่ใช่ชัยชนะของผู้ที่แข็งแกร่งกว่า
พระสันตะปาปาทรงย้อนระลึกถึงประวัติศาสตร์ของวัดแห่งนี้ ซึ่งพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 15 ทรงตั้งชื่อให้ว่า “แม่พระราชินีแห่งสันติภาพ” เมื่อ 110 ปีก่อน ท่ามกลางสงครามโลกครั้งที่ 1 พร้อมวิจารณ์โลกปัจจุบันที่ยังคงยกย่อง “ความเหนือกว่าของผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด”
พระสันตะปาปาทรงปิดบทเทศน์ ด้วยคำสอนของนักบุญออกัสตินที่ว่า “การสรรเสริญสันติภาพนั้นยากกว่าการครอบครองสันติภาพ... หากเราปรารถนาจะครอบครองสันติภาพ เราก็ทำได้โดยไม่ต้องใช้ความพยายามแม้แต่น้อย เพราะสันติภาพของเราคือพระคริสต์ เราเพียงแค่เปิดใจให้พระองค์เข้ามาเปลี่ยนแปลงเรา” พระสันตะปาปา ตรัสปิดท้าย
Source:

Comments
Post a Comment