โป๊ปชี้ นักบวชคือ “ด่านหน้าของพระวรสาร” ต้องกล้าสวนกระแสและไม่ทิ้งประชาชนในยามขัดแย้ง

  • โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงย้ำ นักบวชคือ “ด่านหน้าของพระวรสาร” ในพื้นที่ขัดแย้งและยากจน เพราะการที่เรายืนหยัดอยู่ ไม่หนีไปไหนแม้ไร้ความปลอดภัย คือเสียงตะโกนก้องถึงความศักดิ์สิทธิ์ของชีวิตมนุษย์ที่ดังกว่าเสียงอาวุธสงคราม
  • ทรงเตือนสติ ชีวิตผู้ถวายตัวต้องหยั่งรากลึกในความจริงยุคปัจจุบันเพื่อรับใช้เพื่อนมนุษย์ แต่สายตายังคงจ้องมอง “สิ่งที่อยู่เบื้องบน” เหมือนท่านซีเมโอเน่ที่พร้อมจะจากโลกนี้ด้วยความชื่นชมยินดีเมื่อได้เห็นความรอด ซึ่งก็คือพระกุมารเยซู



ช่วงเย็นวันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงเป็นประธานในพิธีบูชาขอบพระคุณโอกาสวันฉลองการถวายพระกุมารในพระวิหาร ภายในมหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน ซึ่ง Pope Report สรุปใจความสำคัญของบทเทศน์ที่พระสันตะปาปาทรงแบ่งปันมาให้ ดังนี้


1. พระเจ้าทรงชนะใจด้วยความเอื้อเฟื้อ ไม่ใช่การบังคับ


พระสันตะปาปาทรงอธิบายถึงความหมายของวันฉลองนี้ว่า เป็นการมาบรรจบกันของ “ความรักสองแบบ” คือความรักของพระเจ้าที่ลงมาหามนุษย์ และความรักของมนุษย์ที่รอคอยพระเจ้าแบบท่านซีเมโอเน่ 


“แม้ฉากหลังของกรุงเยรูซาเล็มจะยิ่งใหญ่เพียงใด แต่พระเยซูกลับถูกนำมาถวายในฐานะบุตรของครอบครัวที่ยากจน สิ่งนี้แสดงให้เห็นวิธีการของพระเจ้าที่เลือกจะเข้าหามนุษย์ด้วยความถ่อมตนและเคารพในเสรีภาพของเราอย่างเต็มที่ ไม่ใช่วิธีการใช้อำนาจเหนือเรา พระเจ้าไม่มีบังคับขู่เข็ญใดๆ มีเพียงพลังที่ชนะใจด้วยความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ที่ปราศจากอาวุธของพระองค์เท่านั้น” พระสันตะปาปา ทรงอธิบาย


2. นักบวชคือ “เตาหลอม” ที่ให้ไฟความรักของพระเจ้าเผาผลาญในตัวเรา


จากนั้น พระสันตะปาปาเชื่อมโยงภาพการถวายพระกุมารเข้ากับพันธกิจของนักบวช โดยทรงย้ำว่าโลกต้องการ “ผู้เผยแพร่พระวาจาของพระเจ้า” ที่ไม่ได้ทำหน้าที่แค่แจ้งข่าว แต่ต้องยอมเป็นเครื่องมือที่พระเจ้าใช้ชำระโลกให้บริสุทธิ์


“ท่านได้รับเชิญให้กลายเป็นเตาหลอมสำหรับไฟของช่างหลอมทอง และเป็นอ่างสำหรับสบู่ของช่างซักฟอก ผ่านทางการ ‘เท’ ตัวเองออกอย่างใจกว้างเพื่อพระเจ้า ... ผ่านทางเครื่องบูชานี้ พระคริสต์จะสามารถหลอมละลายและชำระล้างดวงใจด้วยความรัก พระหรรษทาน และพระเมตตาของพระองค์”


พระสันตะปาปา เลโอ ยังทรงระลึกถึงคำสอนของ พระสันตะปาปา ฟรานซิส ที่เคยตรัสไว้ว่า “จงปลุกโลกให้ตื่น เพราะเครื่องหมายที่โดดเด่นของชีวิตผู้ถวายตัวคือการเผยแพร่พระวาจาของพระเจ้า นักบวชต้องพร้อมที่จะให้ความรักของพระเจ้าเผาผลาญจนหมดสิ้นในการรับใช้ผู้อื่น” 


3. นักบวชอยู่กับโลก แต่ใจจดจ่อสวรรค์


พระสันตะปาปาทรงชวนให้มองแบบอย่างของท่านซีเอโอเน่ ผู้เฒ่าที่พร้อมจะจากโลกนี้ไปอย่างเป็นสุขเมื่อได้เห็นพระกุมาร ทรงชี้ว่าชีวิตนักบวชต้องมีความ “ตึงเครียด” ที่งดงามระหว่างการทำงานหนักในโลก กับใจที่จดจ่ออยู่กับพระเจ้า


“นักบวชต้องเป็นชายและหญิงผู้หยั่งรากลึกอย่างมั่นคงในความเป็นจริงของปัจจุบัน แต่ใส่ใจในสิ่งที่อยู่เบื้องบนเสมอ เพราะการตัดใจจากสิ่งของทางโลกทำให้พวกเขามีอิสรภาพที่จะรักและให้อภัยอย่างไม่มีขอบเขต”


“ชีวิตผู้ถวายตัว ในการตัดใจอย่างสงบจากทุกสิ่งที่ผ่านพ้นไป ได้เผยให้เห็นสายสัมพันธ์ที่แยกไม่ออกระหว่างการเอาใจใส่ดูแลความเป็นจริงทางโลกอย่างแท้จริง กับความหวังที่เปี่ยมด้วยความรักต่อสิ่งที่เป็นนิรันดร” พระสันตะปาปา ตรัสสอน


4. จงเป็น “ด่านหน้าของพระวรสาร” ที่ไม่ทอดทิ้งประชาชน


ช่วงท้าย พระสันตะปาปาทรงกล่าวสดุดีนักบวชที่ทำงานในพื้นที่เสี่ยงภัย หรือ “ด่านหน้าของพระวรสาร” โดยชื่นชมความกล้าหาญของชุมชนนักบวชที่ยังคงปักหลักอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง


“ชุมชนเหล่านี้ไม่ทอดทิ้งประชาชนของตน และไม่หลบหนี พวกเขายังคงอยู่ มักจะถูกริบเอาความปลอดภัยทั้งหมดไป เป็นเครื่องเตือนใจที่มีชีวิตถึงความศักดิ์สิทธิ์ที่ล่วงละเมิดมิได้ของชีวิตในสภาวะที่เปราะบางที่สุด” พระสันตะปาปา ตรัสในตอนท้าย


Source:


- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/homilies/2026/documents/20260202-presentazione-delsignore.html 


Comments