โป๊ปเตือนสติวันพุธรับเถ้า “โลกกำลังกลายเป็นเถ้าถ่าน” กฎหมายระหว่างประเทศพังทลาย สอน “การยอมรับว่าตัวเองทำผิดไปคือความกล้าหาญที่สวนกระแสโลก”

  • โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงเปรียบเทียบ “เถ้า” บนศีรษะกับสถานการณ์โลกปัจจุบันที่กำลังลุกเป็นไฟ ทั้งจากสงคราม กฎหมายระหว่างประเทศ และวิกฤติสิ่งแวดล้อมที่กลายเป็นเถ้าถ่าน
  • ทรงชี้ การยอมรับความผิดของตนเองคือความกล้าหาญที่สวนกระแสโลก มันหาได้ยากมากที่จะเห็นผู้ใหญ่หรือภาคธุรกิจที่กล้าออกมายอมรับว่าตนเองทำผิด 
  • ทรงสอน การมารวมตัวกันของคริสตชนในช่วงมหาพรต ไม่ใช่การรวมตัวกันแบบชาตินิยมหรือก้าวร้าว แต่มารวมตัวกันเพื่อยอมรับความจริงว่า “เราทำบาป เราทำผิดไปจริงๆ” 
  • ทรงยกคำสอนนักบุญเปาโล ที่ 6 มาเตือนสติ มนุษย์ชอบหลอกตัวเอง และเถ้าคือเครื่องเตือนใจถึงความจริง



ช่วงเย็นวันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 เสด็จไปเป็นประธานในพิธีบูชาขอบพระคุณ เสกและโปรยเถ้า เนื่องในวันพุธรับเถ้า ณ มหาวิหารซานตา ซาบีน่า บนเนินเขาอเวนติโน่ กรุงโรม ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นเทศกาลมหาพรตอย่างเป็นทางการ


สำหรับใจความสำคัญที่พระสันตะปาปาเทศน์สอน Pope Report สรุปประเด็นสำคัญมาให้ดังนี้


1. บาปอยู่ใน “ใจเรา” และคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความรับผิดชอบ


พระสันตะปาปาเริ่มต้นด้วยการเน้นย้ำว่า เทศกาลมหาพรตคือช่วงเวลาของ “ชุมชน” ที่ต้องมารวมตัวกัน เพื่อยอมรับความจริง การรวมตัวกันนี้ไม่ใช่การแสดงออกถึงชาตินิยมหรือก้าวร้าว แต่เป็นการยอมรับว่าตนได้ทำบาปผิดต่างๆ 


“มันกลายเป็นเรื่องยากขึ้นเรื่อยๆ ที่จะรวบรวมผู้คนและทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนเป็นชุมชนเดียวกัน ไม่ใช่ในแบบชาตินิยมและก้าวร้าว แต่ในความเป็นหนึ่งเดียวที่ซึ่งเราแต่ละคนค้นพบที่ทางของตน


“ในช่วงมหาพรต ประชากรกลุ่มหนึ่งได้มารวมตัวกัน ยอมรับบาปของตน บาปเหล่านี้คือความชั่วร้ายที่ไม่ได้มาจากศัตรูที่ถูกสมมติขึ้น แต่เป็นสิ่งที่กัดกินหัวใจของเรา … เราจำเป็นต้องตอบสนองด้วยการยอมรับผิดชอบต่อบาปเหล่านั้นอย่างกล้าหาญ … เราต้องยอมรับว่าแม้การยอมรับว่าทำบาปจะเป็นการสวนกระแส แต่มันก็เป็นทางเลือกที่ซื่อสัตย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคสมัยของเรา”


“เราต้องตอบสนองด้วยการยอมรับผิดชอบต่อบาปเหล่านั้นอย่างกล้าหาญ … มันหาได้ยากเหลือเกินที่จะพบผู้ใหญ่ที่สำนึกผิด ไม่ว่าจะเป็นบุคคล ธุรกิจ หรือสถาบันที่ยอมรับว่าตนได้ทำผิด” 


อย่างไรก็ตาม พระสันตะปาปาทรงชื่นชมคนรุ่นใหม่ โดยตรัสว่า “ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่แม้แต่ในสภาะแวดล้อมฝ่ายโลก เราได้เห็นคนหนุ่มสาวจำนวนมาก ซึ่งมากกว่าในอดีต กำลังเปิดใจรับคำเชิญของวันพุธรับเถ้า คนหนุ่มสาวเข้าใจอย่างชัดเจนเป็นพิเศษว่าการดำเนินชีวิตที่ยุติธรรมนั้นเป็นไปได้ และควรมีความรับผิดชอบต่อการทำผิดในศาสนจักรและในโลก ดังนั้น เราต้องเริ่มต้นในจุดที่เราทำได้ กับผู้คนที่อยู่รอบตัวเรา”


2. ย้อนรอย 60 ปี “เปาโล ที่ 6” และ “เถ้าถ่าน” ของโลกยุคใหม่


พระสันตะปาปาทรงย้อนระลึกถึงคำสอนของนักบุญเปาโล ที่ 6 เมื่อ 60 ปีก่อน (ค.ศ.1966) ที่กล่าวว่ามนุษย์มีความสามารถมหาศาลในการ “หลอกตัวเอง” เกี่ยวกับความจริงของชีวิต พิธีโปรยเถ้าจึงเป็น “เครื่องเตือนใจที่เคร่งขรึม” ให้ตื่นจากภาพลวงตา


พระสันตะปาปาทรงขยายความถึงความหมายของ “เถ้า” ในบริบทปี 2026 อย่างเจ็บปวดว่า “วันนี้ เราสัมผัสได้ในเถ้าที่โปรยบนศีรษะถึงน้ำหนักของโลกที่กำลังลุกเป็นไฟ ของเมืองทั้งเมืองที่ถูกทำลายด้วยสงคราม สิ่งนี้ยังสะท้อนอยู่ในเถ้าถ่านของกฎหมายระหว่างประเทศและความยุติธรรมในหมู่ประชาชาติ เถ้าถ่านของระบบนิเวศทั้งหมด ... เถ้าถ่านของการคิดเชิงวิพากษ์ และเถ้าถ่านของสำนึกแห่งความศักดิ์สิทธิ์”


3. “พระเจ้าอยู่ที่ไหน” และการลุกขึ้นจากเถ้าถ่าน


พระสันตะปาปาทรงหยิบยกคำถามจากประกาศกโยเอลที่ว่า “พระเจ้าของพวกเขาอยู่ที่ไหน” ซึ่งเป็นคำถามที่คนภายนอกมักถามเมื่อเห็นความทุกข์ยากของประชากรพระเจ้า พระองค์ตรัสว่า เราต้องยอมรับความจริงนี้ และแบกร่องรอยของความตายไว้ เพื่อจะเป็นพยานถึงการกลับคืนชีพ


“เรายอมรับบาปที่ทำเพื่อที่เราจะได้รับการกลับใจ … มันหมายความว่า เราจะไม่คงอยู่ท่ามกลางเถ้าถ่าน แต่จะลุกขึ้นและสร้างใหม่ … สิ่งนี้จะเกิดขึ้นหากเรามีส่วนร่วมผ่านการใช้โทษบาป ในการผ่านพ้นจากความตายไปสู่ชีวิต จากความไร้พลังไปสู่ความเป็นไปได้ของพระเจ้า” พระสันตะปาปา ตรัสในตอนท้าย


Source:


- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/homilies/2026/documents/20260218-ceneri.html 


Comments