โป๊ปสอน พระคัมภีร์และธรรมประเพณีคือ “แหล่งความจริงเดียวกัน” แยกจากกันไม่ได้

  • โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงชี้ พระคัมภีร์และธรรมประเพณี เปรียบเสมือนแม่น้ำสองสายที่ไหลมาจากต้นน้ำเดียวกันคือพระเจ้า และทั้งสองมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน
  • ทรงย้ำ พระวาจาของพระเจ้าไม่ใช่ “ฟอสซิล” ที่ตายไปแล้ว แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเราอ่านและนำไปปฏิบัติผ่านกาลเวลา
  • ทรงสอน คำว่า “คลังความเชื่อ” (Deposit) หมายถึงหน้าที่อันศักดิ์สิทธิ์ที่เราต้องรักษาความเชื่อให้ครบถ้วนและส่งต่อให้คนรุ่นหลังโดยไม่ผิดเพี้ยน



ช่วงสายวันพุธที่ 28 มกราคมที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงออกมาพบปะและสอนคำสอนในการเข้าเฝ้าทั่วไป ซึ่งจัดในหอประชุมเปาโล ที่ 6 นครรัฐวาติกัน วันนี้ พระสันตะปาปายังคงสอนเกี่ยวกับธรรมนูญเรื่องข้อความเชื่อว่าด้วยการเผยแสดงของพระเจ้า (Dei Verbum) ของสภาสังคายนาวาติกัน ที่ 2 โดยในครั้งนี้ทรงเน้นเรื่อง “ความสัมพันธ์ระหว่างพระคัมภีร์และธรรมประเพณี”


ในส่วนของใจความสำคัญสิ่งที่พระสันตะปาปาตรัสสอน Pope Report สรุปมาให้ดังนี้


1. พระคัมภีร์และธรรมประเพณี มาจากแหล่งเดียวกัน


พระสันตะปาปาทรงอธิบายว่า เราไม่สามารถแยกพระคัมภีร์ออกจากธรรมประเพณีปฏิบัติของพระศาสนจักรได้ เพราะทั้งสองอย่างสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง เหมือนกับคำสอนของพระเยซูที่ไม่เพียงแต่ถูกบันทึกไว้ แต่ถูกส่งต่อผ่านการใช้ชีวิตของบรรดาศิษย์


“มีความสัมพันธ์และการติดต่อกันอย่างใกล้ชิดระหว่างธรรมประเพณีศักดิ์สิทธิ์และพระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ เพราะทั้งสองมาจากบ่อเกิดอันศักดิ์สิทธิ์เดียวกัน รวมเข้าเป็นหนึ่งเดียวกันในทางใดทางหนึ่ง และมุ่งไปสู่จุดหมายปลายทางเดียวกัน” พระสันตะปาปาทรงยกข้อความจากสภาสังคายนามาตรัส


2. พระวาจาของพระเจ้าไม่ใช่ “ฟอสซิล” ที่ตายไปแล้ว


พระสันตะปาปาทรงเปรียบเทียบว่า ความเชื่อและคำสอนไม่ใช่ของที่สิ้นชีวิตไปแล้ว แต่มีชีวิตและพัฒนาได้ผ่านทางพระจิต โดยทรงยกคำกล่าวของนักบุญเกรโกรี่ ผู้ยิ่งใหญ่ ที่ว่า “พระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์เติบโตไปพร้อมกับผู้อ่าน”


“พระวาจาของพระเจ้าไม่ได้เป็นฟอสซิล แต่เป็นความจริงที่มีชีวิตและเป็นความจริงที่มีชีวิตซึ่งพัฒนาและเติบโตขึ้นในธรรมประเพณี ขอบคุณพระจิตที่ทำให้ธรรมประเพณีเข้าใจพระวาจานั้นในความสมบูรณ์แห่งความจริง และทำให้พระวาจานั้นเป็นรูปธรรมในบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปของประวัติศาสตร์” พระสันตะปาปาตรัสสอน


3. หน้าที่ในการรักษา “คลังศักดิ์สิทธิ์” 


พระสันตะปาปาทรงอธิบายคำศัพท์สำคัญคือ “คลังศักดิ์สิทธิ์” (Sacred Deposit) ว่าเป็นสิ่งที่พระเจ้าฝากไว้ให้เราดูแล ซึ่งประกอบด้วยทั้งพระคัมภีร์และธรรมประเพณี พระสันตะปาปาทรงอ้างถึงจดหมายของนักบุญเปาโลถึงทิโมธีที่กำชับให้ "รักษาธรรมล้ำค่าที่ทรงฝากไว้นั้นเถิด"

“‘คลัง’ เป็นคำที่มีความหมายดั้งเดิมในทางกฎหมาย และกำหนดหน้าที่แก่ผู้รับฝากให้ต้องรักษาเนื้อหา ซึ่งในกรณีนี้คือความเชื่อ และส่งต่อไปอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ คลังแห่งพระวาจาของพระเจ้ายังคงอยู่ในมือของศาสนจักร และเราทุกคนต้องรักษาคลังนี้ไว้ในความครบถ้วนสมบูรณ์ เพื่อเป็นดาวนำทางสำหรับการเดินทางของเรา” พระสันตะปาปาตรัสอธิบาย


4. ทั้งสองสิ่งต้องพึ่งพาอาศัยกัน


พระสันตะปาปาทรงเน้นย้ำในตอนท้ายว่า เราต้องฟังเสียงของเอกสารการเผยแสดงของพระเจ้า (Dei Verbum) อีกครั้งที่ยกย่องพระคัมภีร์และธรรมประเพณี โดยทั้งสองต้องเดินไปด้วยกัน


"ทั้งสองสิ่งนี้ เชื่อมโยงและสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดจนสิ่งหนึ่งจะขาดอีกสิ่งหนึ่งไม่ได้ และ... ทั้งสองสิ่งนี้ รวมทั้งแต่ละสิ่ง ต่างก็ช่วยเหลือกันอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อความรอดพ้นของวิญญาณ ภายใต้การทำงานของพระจิตเจ้าองค์เดียวกัน" พระสันตะปาปาตรัสในตอนท้าย


Source:


- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/audiences/2026/documents/20260128-udienza-generale.html


Comments