โป๊ปย้ำ ศาสนจักรต้องประกาศพระวรสารผ่านแรงดึงดูดของพระเยซู ไม่ใช่โปรโมตตัวเอง

  • โป๊ป เลโอ ที่ 14 ย้ำ ศาสนจักรต้องประกาศพระวรสารผ่านแรงดึงดูดของพระเยซู เพื่อให้คนมาติดตามพระองค์ ไม่ใช่มาโปรโมตตัวเองและให้คนมาติดตามเรา
  • ทรงเตือนสติ อย่าเป็นศาสนจักรที่โปรโมทพวกพ้อง และทุกคนต้องเตือนตัวเองเสมอว่า “เราเป็นคนงานผู้ต่ำต้อยในสวนองุ่นของพระเจ้า”
  • ทรงยอมรับ หลายทศวรรษที่ผ่านมา การถ่ายทอดความเชื่อจากรุ่นสู่รุ่น “สะดุดและหยุดชะงักลง” ทำให้คนหนุ่มสาวจำนวนมาก ดำเนินชีวิตโดยไม่สนใจพระเจ้า



ช่วงสายวันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงต้อนรับคาร์ดินัล บิคตอร์ มานูเอล เฟร์นานเดซ ประธานสมณกระทรวงว่าด้วยหลักความเชื่อ หน่วยงานสำคัญสุดของสันตะสำนัก และบรรดาบิช็อป รวมถึงผู้ร่วมงานของสมณกระทรวงแห่งนี้ที่มาประชุมประจำปีและมาเข้าเฝ้าพระองค์ในวาติกัน 


ในส่วนของใจความสำคัญสิ่งที่พระสันตะปาปาตรัสกับพวกเขา Pope Report สรุปมาให้ดังนี้


1. วิกฤติการถ่ายทอดความเชื่อ และการกลับคืนสู่ความยินดีในการแพร่ธรรม


พระสันตะปาปาทรงชื่นชมที่การประชุมครั้งนี้เลือกหัวข้อ “การถ่ายทอดความเชื่อ” มาพูดคุย โดยเรียกหัวข้อนี้ว่า “ประเด็นเร่งด่วนอย่างยิ่งในกาลเวลาของเรา”


พระสันตะปาปาเตือนว่า “เราไม่สามารถมองข้ามข้อเท็จจริงที่ว่า ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา เกิดการสะดุดและหยุดชะงักในวิถีที่ชาวคาทอลิกถ่ายทอดความเชื่อคริสตชนไปยังคนหนุ่มสาว โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการประกาศพระวรสารมายาวนาน จำนวนผู้คนที่ไม่มองพระวรสารว่าเป็นทรัพยากรพื้นฐานสำหรับการดำเนินชีวิตของตนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในหมู่คนรุ่นใหม่”


“มีชายหนุ่มหญิงสาวจำนวนมากที่ใช้ชีวิต โดยไม่อ้างอิงถึงพระเจ้าและศาสนจักร และแม้สิ่งนี้จะทำให้เราในฐานะผู้มีความเชื่อรู้สึกเจ็บปวด แต่มันต้องทำให้เรากลับค้นหาความชื่นชมยินดีในการแพร่ธรรมให้ได้”


2. ศาสนจักรต้องประกาศพระวรสารผ่านแรงดึงดูดของพระคริสต์ มากกว่าโปรโมตตัวเอง


พระสันตะปาปาย้ำว่า “เราต้องการเป็นศาสนจักรที่ไม่มองแต่ตนเอง เป็นศาสนจักรที่ออกไปประกาศข่าวดี เราต้องมองไปไกลกว่าตัวเอง มองไปยังผู้อื่น ศาสนจักรที่พ่อปรารถนาคือศาสนจักรที่ประกาศพระวรสารผ่านแรงดึงดูดของพระคริสต์ มากกว่าการโปรโมตตัวเอง ดังที่พระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 และ พระสันตะปาปา ฟรานซิส ผู้นำก่อนหน้าของพ่อได้ย้ำหลายครั้ง”


“มันไม่ใช่ศาสนจักรที่เป็นผู้ดึงดูด แต่เป็นพระคริสต์ที่ดึงดูดให้คนติดตามพระองค์ และถ้าคริสตชนหรือชุมชนศาสนจักรใดดึงดูดให้คนมาติดตามพระเยซู นั่นเป็นเพราะพวกเขาคือ ‘ช่องทาง’ ของพระเจ้า”


“ศาสนจักรประกาศพระคริสต์ โดยไม่โปรโมตตนเองหรือส่งเสริมพวกพ้อง และภายในศาสนจักร ทุกคนเป็นและต้องยอมรับตัวเองเสมอเพียงว่าเป็น ‘คนงานผู้ต่ำต้อยในสวนองุ่นของพระเจ้า’” พระสันตะปาปาตรัสย้ำอีกครั้ง


3. งานด้านคดีต้องสะท้อนความยุติธรรม ความจริง และความรัก


ตอนท้าย พระสันตะปาปากล่าวถึงภารกิจอีกด้านหนึ่งของสมณกระทรวงว่าด้วยหลักความเชื่อที่มีความละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง นั่นคือ การช่วยบิช็อปและผู้อธิการเจ้าคณะจัดการคดีอาชญากรรมที่สงวนไว้ในอำนาจของสมณกระทรวงนี้


“ขอให้ทำงานด้านนี้ด้วยความอ่อนโยนและด้วยดุลยพินิจอย่างรอบคอบ นี่คืองานรับใช้ที่ละเอียดอ่อนยิ่ง ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องดูแลให้ข้อกำหนดด้านความยุติธรรม ความจริง และความรัก ได้รับการเคารพและปฏิบัติเสมอ” พระสันตะปาปา ตรัสในตอนท้าย


Source:


- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/speeches/2026/january/documents/20260129-plenaria-ddf.html 


Comments