เสียงของพระจิต กับ เสียงของปีศาจ

ตอนแรกจะเขียนเรื่อง คาร์ดินัลมัตเตโอ​ ซุปปิ ประธานคนใหม่ของสภาบิช็อปคาทอลิกแห่งอิตาลี แต่คิดไปคิดมา ขอหลีกทางให้กับบทเทศน์ของโป๊ปฟรานซิส โอกาสวันสมโภชพระจิต เพราะนี่คือบทเทศน์ที่ทรงพลัง และน่าจะให้กำลังใจใครหลายคนได้เป็นอย่างดี


Photo: Vatican Media



มิสซานี้ โป๊ปฟรานซิสนั่งรถเข็นมาร่วมพิธี ภาพนี้หลายคนเริ่มชิน แต่มันไม่ใช่ภาพที่สร้างความสบายใจ เพราะถ้าโป๊ปต้องนั่งรถเข็นต่อไปเรื่อยๆ เรื่องการเลือกตั้งพระสันตะปาปาองค์ต่อไปก็จะถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน


กลับมาต่อที่บทเทศน์ โป๊ปย้ำว่า พระจิตทำให้เรามองทุกอย่างด้วยสายตาแบบพระเยซู

มองทุกอย่างด้วยสายตาแบบพระเยซู เริ่มที่ตรงไหน มันเริ่มที่ “ความรัก” พระเยซูสอนว่า “ถ้าท่านรักเรา ท่านก็ปฏิบัติตามบทบัญญัติของเรา” แต่พวกเรานี่แหละชอบทำตรงกันข้าม เราดันไปรักษาบทบัญญัติก่อน แล้วค่อยคิดว่าเรารักพระเยซู แต่ไม่เลย พระจิตเตือนสติเราว่า ถ้าปราศจากความรักเป็นพื้นฐาน ทุกอย่างก็ไร้ค่าสิ้นดี


หากใครติดตามและรู้จักโป๊ปฟรานซิสเป็นอย่างดี ย่อมจะรู้ว่าพระองค์ให้ความสำคัญกับเรื่อง “การแยกแยะ” เสียงของพระจิตออกจากเสียงของปีศาจ 


โป๊ปตรัสว่า พระจิตจะไม่มีทางบอกเราว่าบนหนทางนี้ ทุกสิ่งราบรื่น แต่พระจิตจะช่วยแก้ไขเรา พระจิตจะทำให้เราเสียน้ำตาต่อบาปที่เราทำ พระจิตจะผลักดันเราให้เปลี่ยนแปลง พระจิตจะช่วยเราให้ลุกขึ้นสู้กับการโกหกและการหลอกลวง


แต่ในทางตรงกันข้าม “จิตชั่ว” หรือเสียงปีศาจจะกระตุ้นเราให้ทำตามที่เราคิดอยู่เสมอ มันทำให้เราพบความพึงพอใจสิ่งที่เป็น มันทำให้เราคิดว่าเรามีสิทธิที่จะใช้เสรีภาพตามที่เราต้องการ และเมื่อเรารู้สึกว่างเปล่าภายในใจ มันจะต่อว่าเราและทำให้เรารู้สึกแย่ลงไปอีก เมื่อเรารู้สึกขมขื่น มองโลกแง่ร้าย และมีความรู้สึกเชิงลบ จำไว้ว่า เรื่องพวกนี้ไม่ได้มาจากพระจิต แต่มาจากปีศาจ กลยุทธ์ของปีศาจคือคอยปลุกระดมความไม่อดทน กระวนกระวาย เวทนาตัวเอง โทษไปเรื่อย วิจารณ์ไม่หยุด และตำหนิคนอื่นต่อปัญหาทุกอย่างที่เกิด นอกจากนี้ มันยังทำให้เราหงุดหงิด สงสัย และขี้บ่นอีกด้วย

ตรงกันข้ามกับเสียงของพระจิตที่เรียกร้องเราว่าอย่าสูญเสียหัวใจของตนเอง และอย่ากลัวการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เสียงของพระจิตจะแผ่ความหวังและความชื่นชมยินดี เสียงของพระจิตบอกเราว่า จงอย่าอิจฉาคนอื่น แต่จงเลือกยินดีในความสำเร็จของเขา

พระจิตจะทำให้เราอยู่กับ “ปัจจุบัน” ขณะที่ปีศาจจะพาเราไปไหนก็ไม่รู้ แต่บ่อยครั้งมันพาเราไปรำลึกอดีต คิดถึงความเศร้าและความผิดหวัง แน่นอน ปีศาจก็ทำให้เรามองอนาคต แต่มองด้วยความกลัวและความหวังแบบผิดๆ ปีศาจสร้างเรื่องซุบซิบนินทาและพูดพล่อยๆ การนินทาเป็นนิสัยที่น่ารังเกียจ มันทำลายเอกลักษณ์ของตัวบุคคล


ช่วงท้าย โป๊ปฟรานซิสแบ่งปันว่า พระจิตสอนให้เราเดินไปข้างหน้า พระจิตสอนเราให้เปิดบ้าน เปิดใจต้อนรับทุกคนโดยไม่มีกำแพงของการแบ่งแยก แต่จิตชั่วหรือเสียงปีศาจผลักดันเราให้สนใจแต่ปัญหาและความต้องการของตนเอง 


พระจิตทำให้ศาสนจักรเจริญเติบโตเป็นหนุ่มสาวหรือเป็นวัยรุ่น เราต้องระลึกว่าพระจิตช่วยให้ศาสนจักรสดใสมีชีวิตชีวา ศาสนจักรไม่สามารถ “ถูกตั้งโปรแกรม” และการพยายามทำให้ทุกอย่างดู “ทันสมัย” ก็ไม่เพียงพอ 


สุดท้าย พระจิตคือผู้สร้างความแตกต่าง ลองคิดถึงเช้าวันที่พระจิตเสด็จลงมา พระจิตคือผู้สร้างอย่างแท้จริง สร้างความแตกต่างของภาษาและความคิดเห็น แต่ในเวลาเดียวกัน พระจิตก็สร้างความเป็นหนึ่งเดียวกัน พระจิตแบ่งแยกกลุ่มคริสตชนด้วยพระพรที่แต่ละคนได้รับ และสร้างความเป็นหนึ่งเดียวในหมู่พวกเขาด้วยการแบ่งแยกนี้ นี่คือความอุดมสมบูรณ์ของศาสนจักร


Comments