โป๊ปฟรังซิส: "เวลาที่ประชุมสหประชาชาติลงมติ ต้องให้ทุกประเทศมีส่วนร่วมเท่าเทียมกัน"
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงกล่าวกับที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ เวลาลงมติตัดสินใจเรื่องต่างๆ อาทิ สภาความมั่นคงหรือการช่วยเหลือทางการเงิน เราต้องให้ทุกประเทศมีส่วนร่วมเท่ากัน ไม่ใช่ให้ความสำคัญกับประเทศที่พัฒนาแล้วเท่านั้น ทรงชี้ ยุคนี้มีสิทธิจอมปลอมเกิดขึ้นมากมาย ขณะเดียวกัน คนที่ได้รับผลกระทบเต็มๆ คือคนยากจนที่ตกเป็นเหยื่อของการใช้สิทธิและอำนาจแบบผิดๆ ทรงย้ำ การกีดกันทางเศรษฐกิจและสังคมคือการปฏิเสธความเป็นพี่น้องกันของมนุษยชาติ ทรงหวังเห็นนานาชาติร่วมกันยับยั้งอาวุธนิวเคลียร์ เพราะสิ่งนี้ทำให้ทุกชาติไม่ไว้ใจกันและอยู่ร่วมกันด้วยความกลัว ทางด้าน "พัน กี-มุน" เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวกับที่ประชุมว่า "พระสันตะปาปาเป็นกันเองกับทุกคน เฉพาะอย่างยิ่งเวลาถ่ายรูป พระองค์ไม่เคยถือตัวว่าต้องถ่ายรูปแบบทางการ แต่ทรงเลือกวิธีการเซลฟี่กับเยาวชน เพื่อใกล้ชิดกับพวกเขา"





ช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส เสด็จไปยัง "สหประชาชาติ" เพื่อกล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ท่ามกลางผู้นำ 193 ประเทศที่รับฟังพระดำรัสของพระองค์ ทั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่สหประชาชาติเชิญพระสันตะปาปามากล่าวเปิดการประชุมสมัชชา ซึ่งก่อนหน้านี้ พระสันตะปาปาองค์ก่อนๆ มาตรัสสุนทรพจน์ก็จริง แต่ไม่ได้มากล่าวเปิดการประชุม
ก่อนพระสันตะปาปาตรัสเปิดการประชุม พัน กี-มุน เลขาธิการสหประชาชาติ ได้กล่าวกับที่ประชุมว่า "สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส เป็นคนที่ไม่ถือตัว พระองค์เป็นกันเองกับทุกคน เฉพาะอย่างยิ่งเวลาถ่ายรูป พระองค์ไม่เคยถือตัวว่าต้องถ่ายรูปแบบทางการ แต่ทรงเลือกวิธีการเซลฟี่กับเยาวชน เพื่อใกล้ชิดกับพวกเขา" (ที่ประชุมปรบมือกันอย่างพร้อมเพรียง)
ในส่วนของพระดำรัสที่พระสันตะปาปาตรัสกับที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ มีดังนี้
- พระสันตะปาปาทุกพระองค์ให้ความเคารพต่อสหประชาชาติ เพราะสหประชาชาติได้ทำการสนองตอบด้วยท่าทีที่ดีงามต่อการเมืองและกฏเกณฑ์ตามยุคสมัยต่างๆ และยังเผชิญหน้ากับอุดมการณ์ที่ผิดๆ ข้าพเจ้าขอสดุดีเจ้าหน้าที่สหประชาชาติที่ทำงานอย่างหนัก และบางคนได้เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้อื่นด้วย
- การปฏิรูปสำคัญเสมอ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความเท่าเทียมกันให้มากยิ่งขึ้นในสหประชาชาติ เมื่อมาถึงจุดที่ต้องมีการลงมติตัดสินใจ เช่น สภาความมั่นคงและหน่วยงานช่วยเหลือทางการเงิน
- มันต้องมีส่วนร่วมจากทุกชาติโดยปราศจากการแบ่งแยก สิ่งนี้จะช่วยจำกัดการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมทุกรูปแบบหรือการให้กู้ยืมที่คิดดอกเบี้ยสูงเกินกำหนด เฉพาะอย่างยิ่งเมื่อประเทศกำลังพัฒนาเข้ามาเกี่ยวข้อง
- หน่วยงานให้ความช่วยเหลือทางการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ควรเอาใจใส่ต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศต่างๆ และควรทำให้เกิดความมั่นใจว่า ประเทศเหล่านั้นจะไม่ตกอยู่ใต้ระบบการกู้ยืมที่กดขี่ข่มเหง ซึ่งก่อให้เกิดความยากจนแร้นแค้น การกีดกัน และการตกเป็นทาส
- การจำกัดการใช้อำนาจคือส่วนหนึ่งของความยุติธรรม ไม่มีใครหรือกลุ่มใดที่มีอำนาจแบบเบ็ดเสร็จ โดยไม่สนใจศักดิ์ศรีและสิทธิของคนอื่น
- ทุกวันนี้ มีสิทธิจอมปลอมมากมาย ขณะเดียวกัน ก็มีคนจำนวนมากที่ตกเป็นเหยื่อของการใช้อำนาจในทางที่ผิด เช่น ธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและคนที่ถูกแบ่งแยกออกไปอันเป็นผลมาจากการเมืองและเศรษฐกิจ ระบบนิเวศน์และสิทธิของคนที่ถูกกีดกันนั้น ต้องได้รับการปกป้อง
- สิทธิที่แท้จริงของสิ่งแวดล้อมต้องดำรงอยู่ เพราะมนุษย์ดำเนินชีวิตโดยพึ่งพาธรรมชาติสิ่งแวดล้อม พวกเราต้องปกป้องสิ่งแวดล้อม การกระทำใดที่ทำร้ายสิ่งแวดล้อม ก็ทำร้ายมนุษยชาติด้วย
- ธรรมชาติสิ่งแวดล้อมมีสิทธิของตัวมันเอง เพราะพระเจ้าสร้างมันขึ้นมา พระองค์ทรงให้เราใช้มันเพื่อความดีและเพื่อพระเกียรติของพระองค์
- มนุษย์ไม่มีสิทธิจะไปทำลายสิ่งสร้างของพระเจ้า สำหรับทุกศาสนา ธรรมชาติสิ่งแวดล้อมคือคุณงามความดีขั้นพื้นฐาน
- ความเห็นแก่ตัว การกระหายอำนาจอย่างไม่รู้จักพอ และความเจริญรุ่งเรืองทางวัตถุ ทำให้เราใช้ทรัพยากรธรรมชาติในทางที่ผิด และกีดกันผู้อ่อนแอและผู้ด้อยโอกาส
- การกีดกันทางเศรษฐกิจและสังคมคือการปฏิเสธความเป็นพี่น้องกันของมนุษยชาติอย่างแท้จริง และยังเป็นการคุกคามอย่างรุนแรงต่อสิทธิมนุษยชนและธรรมชาติสิ่งแวดล้อม
- คนยากจนคือคนที่ต้องทนทุกข์มากที่สุดจากภัยคุกคามนี้
- การประชุมสมัชชาครั้งนี้จัดภายใต้หัวข้อการพัฒนาอย่างยั่งยืน นี่คือเครื่องหมายแห่งความหวัง อย่างไรก็ตาม คำมั่นสัญญาไม่เพียงพอหรอก ผู้นำต้องทำให้เกิดผล ทำอย่างต่อเนื่อง และทำอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อปกป้องโลกและผู้คน
- เราต้องช่วยกันหยุดการแบ่งแยก การกีดกัน การค้ามนุษย์และค้าอวัยวะ หยุดการขายบริการทางเพศ โสเภณี ยาเสพติด การค้าอาวุธ การก่อการร้าย และอาชญากรรม
- การล่าอาณานิคมทางความคิดคือการยัดเยียดวิถีการดำเนินชีวิตที่ผิดปกติ ซึ่งมันทำให้อัตลักษณ์ของคนผิดเพี้ยนไปและขาดความรับผิดชอบ
- สงครามคือการปฏิเสธสิทธิทุกรูปแบบ ถ้าเราต้องการการพัฒนาความเป็นมนุษย์ที่ครบครัน เราต้องทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อหลีกหนีสงครามระหว่างชนชาติและระหว่างประชาชน
- ถ้าหากบรรทัดฐานของสหประชาชาติถูกใช้เพียงเพื่อสนองความต้องการของใครคนใดคนหนึ่ง กล่องแห่งความชั่วร้ายก็จะถูกเปิดออก มันจะปลดปล่อยพลังที่ไม่สามารถควบคุมได้ออกมาทำร้ายทุกคน
- เราต้องทำงานอย่างหนักเพื่อให้โลกนี้ปราศจากอาวุธนิวเคลียร์ เพราะโลกที่ตั้งอยู่บนภัยคุกคามที่จะทำลายล้างแบบนี้ จะทำให้ชาติต่างๆ หวาดกลัวและไม่วางใจกัน
- ข้อตกลงล่าสุดเกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์ที่ประเทศอิหร่านมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยนั้น เป็นเครื่องพิสูจน์ชั้นดีว่า ความตั้งใจดีทางการเมืองและกฏหมายก็ทำให้เรื่องนี้ลุล่วงไปได้ ถ้าหากเราทำด้วยใจจริง อดทน และมั่นคง
- ข้าพเจ้าขอวิงวอนทุกฝ่ายเกี่ยวกับการเข่นฆ่าชาวคริสต์ ทั้งในยูเครน ซีเรีย อิรัก ลิเบีย ซูดานใต้ และในทวีปแอฟริกา นานาชาติต้องทำทุกทางที่สามารถ เพื่อหยุดและปกป้องไม่ให้เกิดความรุนแรงแบบนี้ต่อชนกลุ่มน้อยและผู้บริสุทธิ์ทุกคน
- การสู้กับยาเสพติดคือการต่อสู้ที่เลวร้ายมากๆ ยาเสพติดฆ่าคนนับล้านแบบเงียบๆ และยังทำให้เกิดอาชญากรรมด้วย
- สุดท้ายนี้ ข้าพเจ้าขอเรียกร้องทุกฝ่ายได้โปรดวางความเป็นพวกพ้องและความต้องการส่วนตนไว้ข้างหลัง และขอให้ทุกฝ่ายมุ่งมั่นอย่างจริงใจที่จะทำงานรับใช้คุณความดีด้วย





ช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส เสด็จไปยัง "สหประชาชาติ" เพื่อกล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ท่ามกลางผู้นำ 193 ประเทศที่รับฟังพระดำรัสของพระองค์ ทั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่สหประชาชาติเชิญพระสันตะปาปามากล่าวเปิดการประชุมสมัชชา ซึ่งก่อนหน้านี้ พระสันตะปาปาองค์ก่อนๆ มาตรัสสุนทรพจน์ก็จริง แต่ไม่ได้มากล่าวเปิดการประชุม
ก่อนพระสันตะปาปาตรัสเปิดการประชุม พัน กี-มุน เลขาธิการสหประชาชาติ ได้กล่าวกับที่ประชุมว่า "สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส เป็นคนที่ไม่ถือตัว พระองค์เป็นกันเองกับทุกคน เฉพาะอย่างยิ่งเวลาถ่ายรูป พระองค์ไม่เคยถือตัวว่าต้องถ่ายรูปแบบทางการ แต่ทรงเลือกวิธีการเซลฟี่กับเยาวชน เพื่อใกล้ชิดกับพวกเขา" (ที่ประชุมปรบมือกันอย่างพร้อมเพรียง)
ในส่วนของพระดำรัสที่พระสันตะปาปาตรัสกับที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ มีดังนี้
ชื่นชมและเสนอแนะสหประชาชาติ เรื่องการปฏิรูปและปรับตัว
- พระสันตะปาปาทุกพระองค์ให้ความเคารพต่อสหประชาชาติ เพราะสหประชาชาติได้ทำการสนองตอบด้วยท่าทีที่ดีงามต่อการเมืองและกฏเกณฑ์ตามยุคสมัยต่างๆ และยังเผชิญหน้ากับอุดมการณ์ที่ผิดๆ ข้าพเจ้าขอสดุดีเจ้าหน้าที่สหประชาชาติที่ทำงานอย่างหนัก และบางคนได้เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้อื่นด้วย
- การปฏิรูปสำคัญเสมอ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความเท่าเทียมกันให้มากยิ่งขึ้นในสหประชาชาติ เมื่อมาถึงจุดที่ต้องมีการลงมติตัดสินใจ เช่น สภาความมั่นคงและหน่วยงานช่วยเหลือทางการเงิน
- มันต้องมีส่วนร่วมจากทุกชาติโดยปราศจากการแบ่งแยก สิ่งนี้จะช่วยจำกัดการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมทุกรูปแบบหรือการให้กู้ยืมที่คิดดอกเบี้ยสูงเกินกำหนด เฉพาะอย่างยิ่งเมื่อประเทศกำลังพัฒนาเข้ามาเกี่ยวข้อง
- หน่วยงานให้ความช่วยเหลือทางการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ควรเอาใจใส่ต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศต่างๆ และควรทำให้เกิดความมั่นใจว่า ประเทศเหล่านั้นจะไม่ตกอยู่ใต้ระบบการกู้ยืมที่กดขี่ข่มเหง ซึ่งก่อให้เกิดความยากจนแร้นแค้น การกีดกัน และการตกเป็นทาส
ปกป้องผู้ที่ถูกกีดกันและปกป้องสิ่งแวดล้อม
- การจำกัดการใช้อำนาจคือส่วนหนึ่งของความยุติธรรม ไม่มีใครหรือกลุ่มใดที่มีอำนาจแบบเบ็ดเสร็จ โดยไม่สนใจศักดิ์ศรีและสิทธิของคนอื่น
- ทุกวันนี้ มีสิทธิจอมปลอมมากมาย ขณะเดียวกัน ก็มีคนจำนวนมากที่ตกเป็นเหยื่อของการใช้อำนาจในทางที่ผิด เช่น ธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและคนที่ถูกแบ่งแยกออกไปอันเป็นผลมาจากการเมืองและเศรษฐกิจ ระบบนิเวศน์และสิทธิของคนที่ถูกกีดกันนั้น ต้องได้รับการปกป้อง
- สิทธิที่แท้จริงของสิ่งแวดล้อมต้องดำรงอยู่ เพราะมนุษย์ดำเนินชีวิตโดยพึ่งพาธรรมชาติสิ่งแวดล้อม พวกเราต้องปกป้องสิ่งแวดล้อม การกระทำใดที่ทำร้ายสิ่งแวดล้อม ก็ทำร้ายมนุษยชาติด้วย
- ธรรมชาติสิ่งแวดล้อมมีสิทธิของตัวมันเอง เพราะพระเจ้าสร้างมันขึ้นมา พระองค์ทรงให้เราใช้มันเพื่อความดีและเพื่อพระเกียรติของพระองค์
- มนุษย์ไม่มีสิทธิจะไปทำลายสิ่งสร้างของพระเจ้า สำหรับทุกศาสนา ธรรมชาติสิ่งแวดล้อมคือคุณงามความดีขั้นพื้นฐาน
- ความเห็นแก่ตัว การกระหายอำนาจอย่างไม่รู้จักพอ และความเจริญรุ่งเรืองทางวัตถุ ทำให้เราใช้ทรัพยากรธรรมชาติในทางที่ผิด และกีดกันผู้อ่อนแอและผู้ด้อยโอกาส
- การกีดกันทางเศรษฐกิจและสังคมคือการปฏิเสธความเป็นพี่น้องกันของมนุษยชาติอย่างแท้จริง และยังเป็นการคุกคามอย่างรุนแรงต่อสิทธิมนุษยชนและธรรมชาติสิ่งแวดล้อม
- คนยากจนคือคนที่ต้องทนทุกข์มากที่สุดจากภัยคุกคามนี้
การพัฒนาอย่างยั่งยืน
- การประชุมสมัชชาครั้งนี้จัดภายใต้หัวข้อการพัฒนาอย่างยั่งยืน นี่คือเครื่องหมายแห่งความหวัง อย่างไรก็ตาม คำมั่นสัญญาไม่เพียงพอหรอก ผู้นำต้องทำให้เกิดผล ทำอย่างต่อเนื่อง และทำอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อปกป้องโลกและผู้คน
- เราต้องช่วยกันหยุดการแบ่งแยก การกีดกัน การค้ามนุษย์และค้าอวัยวะ หยุดการขายบริการทางเพศ โสเภณี ยาเสพติด การค้าอาวุธ การก่อการร้าย และอาชญากรรม
การล่าอาณานิคมทางความคิด ภัยยุคใหม่
- การล่าอาณานิคมทางความคิดคือการยัดเยียดวิถีการดำเนินชีวิตที่ผิดปกติ ซึ่งมันทำให้อัตลักษณ์ของคนผิดเพี้ยนไปและขาดความรับผิดชอบ
จงปฏิเสธสงคราม
- สงครามคือการปฏิเสธสิทธิทุกรูปแบบ ถ้าเราต้องการการพัฒนาความเป็นมนุษย์ที่ครบครัน เราต้องทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อหลีกหนีสงครามระหว่างชนชาติและระหว่างประชาชน
- ถ้าหากบรรทัดฐานของสหประชาชาติถูกใช้เพียงเพื่อสนองความต้องการของใครคนใดคนหนึ่ง กล่องแห่งความชั่วร้ายก็จะถูกเปิดออก มันจะปลดปล่อยพลังที่ไม่สามารถควบคุมได้ออกมาทำร้ายทุกคน
อาวุธนิวเคลียร์จะทำให้เกิดความไม่ไว้ใจกัน
- เราต้องทำงานอย่างหนักเพื่อให้โลกนี้ปราศจากอาวุธนิวเคลียร์ เพราะโลกที่ตั้งอยู่บนภัยคุกคามที่จะทำลายล้างแบบนี้ จะทำให้ชาติต่างๆ หวาดกลัวและไม่วางใจกัน
- ข้อตกลงล่าสุดเกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์ที่ประเทศอิหร่านมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยนั้น เป็นเครื่องพิสูจน์ชั้นดีว่า ความตั้งใจดีทางการเมืองและกฏหมายก็ทำให้เรื่องนี้ลุล่วงไปได้ ถ้าหากเราทำด้วยใจจริง อดทน และมั่นคง
หยุดยั้งการเข่นฆ่าชาวคริสต์
- ข้าพเจ้าขอวิงวอนทุกฝ่ายเกี่ยวกับการเข่นฆ่าชาวคริสต์ ทั้งในยูเครน ซีเรีย อิรัก ลิเบีย ซูดานใต้ และในทวีปแอฟริกา นานาชาติต้องทำทุกทางที่สามารถ เพื่อหยุดและปกป้องไม่ให้เกิดความรุนแรงแบบนี้ต่อชนกลุ่มน้อยและผู้บริสุทธิ์ทุกคน
การค้ายาเสพติด
- การสู้กับยาเสพติดคือการต่อสู้ที่เลวร้ายมากๆ ยาเสพติดฆ่าคนนับล้านแบบเงียบๆ และยังทำให้เกิดอาชญากรรมด้วย
- สุดท้ายนี้ ข้าพเจ้าขอเรียกร้องทุกฝ่ายได้โปรดวางความเป็นพวกพ้องและความต้องการส่วนตนไว้ข้างหลัง และขอให้ทุกฝ่ายมุ่งมั่นอย่างจริงใจที่จะทำงานรับใช้คุณความดีด้วย
Comments
Post a Comment