โป๊ปฟรังซิส: "ชาติที่ร่ำรวยจากการผลาญทรัพยากรโลก ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้โลกของเรา"

สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงย้ำในสมณสาส์นฉบับใหม่ "บทเพลงสรรเสริญพระเจ้า" ชาติที่ร่ำรวยจากการ "ผลาญ" ทรัพยากรโลกไปสร้างความมั่งคั่งให้ตนเอง ต้องชดใช้ค่าเสียหายนี้ให้กับโลกของเรา ทรงชี้ มนุษย์ไม่สามารถอ้างว่าตัวเองเคารพธรรมชาติ ถ้าหากคนนั้นส่งเสริมการทำแท้ง ทรงสอน รัฐบาลชาติต่างๆ ต้องเข้มงวดกับการแก้ปัญหาโลกร้อน สิ่งนี้เรียกร้อง "ความกล้า" เพราะระยะสั้น มันอาจทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว แต่ระยะยาวมันคือการวางรากฐานให้กับลูกหลานของตน ทรงเรียกร้องทุกฝ่ายช่วยกันปกป้องสิทธิการทำกินของเกษตรกรรายย่อย ทรงหวังเห็นคาทอลิกรื้อฟื้นการสวดก่อนอาหาร เพราะนี่คือนิสัยที่เตือนใจว่า อาหารที่เราจะทานคือของขวัญที่พระเจ้ามอบให้เรา เช่นเดียวกัน หวังเห็นคาทอลิกร่วมลดโลกร้อนด้วยการลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว แล้วหันมาใช้รถขนส่งสาธารณะมากขึ้น




ช่วงสายวันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา สันตะสำนักได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวสมณสาส์นฉบับที่สองในสมณสมัยของสมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ซึ่งมีชื่อว่า "บทเพลงสรรเสริญพระเจ้า" (Laudato Si - เป็นบทที่นักบุญฟรานซิส อัสซีซี ใช้สรรเสริญพระเจ้า) สมณสาส์นนี้ มีทั้งหมด 6 บท จำนวน 246 หน้า ทั้งนี้ พระสันตะปาปาทรงระบุในสมณสาส์นนี้ว่า "เป็นคำสอนด้านสังคมของพระศาสนจักรคาทอลิกที่เรียกร้องให้มนุษยชาติร่วมกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม สมณสาส์นนี้ไม่ได้ออกมาเพื่อคริสตชนเท่านั้น แต่ออกมาเพื่อมนุษย์ทุกคนบนโลกนี้"

สำหรับใจความสำคัญของหลักคำสอนในสมณสาส์น "บทเพลงสรรเสริญพระเจ้า" มีดังต่อไปนี้

- โลกซึ่งเป็นบ้านของพวกเรา เมื่อดูไปแล้ว กำลังเริ่มที่จะเต็มไปด้วยสิ่งสกปรกมากมายมหาศาล ทั้งที่สมัยก่อน มันเป็นพื้นที่ที่งดงาม แต่ตอนนี้เต็มไปด้วยกองขยะมากมาย

- โลกที่ถูกสร้างมาเพื่อส่งเสริมชีวิตและสรรเสริญพระเจ้า กำลังกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เพราะการกระทำของมนุษย์ได้ทำลายโลกของเรา

- ทุกคนที่เชื่อในพระเจ้า และประชากรของพระเจ้า มีหน้าที่ในการบรรเทาการเปลี่ยนแปลงชั้นบรรยากาศโลก เรามีหน้าที่ต้องสร้างความสะอาดแก่ผืนดินและท้องทะเล เราต้องเริ่มรักษาสิ่งสร้างของพระเจ้า รวมไปถึงดูแลผู้ยากไร้ทุกคนด้วยความเคารพและห่วงใยทุกสิ่ง

- การขาดความเคารพต่อสิ่งสร้างของพระเจ้าคือการไม่เคารพต่อพระเจ้าผู้ทรงสร้างสรรพสิ่ง

- ในความเป็นจริงแล้ว มนุษย์ไม่สามารถเรียกร้องการเคารพธรรมชาติ ถ้าหากเขายังสนับสนุนการทำแท้ง ไม่มีใครสามารถอ้างตนเป็นพวกต่อต้านการทำแท้ง ถ้าหากเขายังไม่อุทิศตนให้กับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม

- พระศาสนจักรคาทอลิกอาจไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ แต่ความเห็นที่เด่นชัดทางวิทยาศาสตร์บ่งบอกว่า สภาวะโลกร้อนเกิดจากการกระทำของมนุษย์ มันเป็นภัยคุกคามต่อโลกและชีวิตมากมาย

- ชาติร่ำรวยที่ผลาญทรัพยากรโลกไปสร้างความมั่งคั่งให้ตนเอง ต้องชดใช้ค่าเสียหายนี้ให้กับโลกของเรา

- รัฐบาลชาติต่างๆ ต้องจริงจังกับการแก้ปัญหาโลกร้อน ด้วยการบังคับใช้วิธีการที่เข้มงวด เพื่อจะได้ชะลอสภาวะโลกร้อน ปกป้องฝนให้ตกตามฤดูกาล เพื่อเกษตรกรจะได้มีน้ำฝนที่บริสุทธิ์ในการทำการเกษตร

- ทุกฝ่ายต้องมีความกล้า เพราะการประกาศใช้กฏเหล่านี้ อาจทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวลง แต่มันคือการวางรากฐานที่มั่นคงให้กับอนาคตของโลก และยังเป็นการสร้างฐานเสียงให้กับพวกเขาในอนาคต ฐานเสียงที่ว่าคือ "ลูกหลาน" ของพวกเขานั่นเอง

- ทุกคนต้องร่วมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับผู้ยากไร้ เราต้องร่วมมือกันปกป้องสิทธิของเกษตรกรรายย่อย ปกป้องสิทธิทำมาหากินของพวกเขา และมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีพลังสะอาดให้กับพวกเขา

- มนุษย์หลายคนกำลังทำให้ตัวเองโง่ลง เพราะถ้าพวกเขาคิดว่าปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องน่าวิตก ถ้าพวกเขาคิดว่าโลกยังดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ทัศนคติแบบนี้คือการทำลายตัวเองชัดๆ

- เรารู้ดีว่า ทุกวันนี้การใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล (ถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ) เฉพาะอย่างยิ่งถ่านหิน ได้ก่อให้เกิดมลภาวะอย่างมาก สิ่งนี้จำเป็นต้องได้รับการแทนที่ด้วยพลังงานที่ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะอย่างเร่งด่วน

- พระสันตะปาปาทรงเรียกร้องคาทอลิกทุกคน รวมไปถึงทุกคนที่มีจิตใจดีงาม หันมาใช้พลังงานและสิ่งที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ อาทิ ใช้กระดาษรีไซเคิ่ล ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว แล้วหันมาใช้รถขนส่งสาธารณะ

- พระสันตะปาปาทรงขอร้องคาทอลิกให้หันกลับมาส่วนก่อนอาหารทุกมื้อ เพราะนี่คือนิสัยที่เตือนใจเราเสมอว่า อาหารที่เราจะทานคือของขวัญที่พระเจ้าและโลกมอบให้เรา

- ตอนจบของสมณสาส์น พระสันตะปาปาทรงเขียนบทภาวนาเพื่อโลกและบทภาวนาในความเป็นหนึ่งเดียวกับสิ่งสร้างของพระเจ้า ขึ้นมาด้วย

Read More: สมณสาส์น "บทเพลงสรรเสริญพระเจ้า" (ฉบับตัวจริง)