โป๊ปฟรังซิส: "เยาวชนต้องรักษาความบริสุทธิ์ของตน ความรักต้องเป็นการกระทำมากกว่าคำพูด"

สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงสอน เยาวชนต้องรักษาความบริสุทธิ์ของตน เพราะความรักคือความบริสุทธิ์ ส่วนการใช้ความรักมาแสวงหาความสุขส่วนตนไม่จัดเป็นความรักที่แท้จริง ทรงแบ่งปัน เศร้าใจที่เยาวชนบางคนเลิกทำงานตั้งแต่อายุ 20 ปี ทรงย้ำ ความรักต้องเป็นการกระทำมากกว่าคำพูด ทรงกระตุ้นเยาวชน อย่าเอาแต่เรียนอย่างเดียว แต่จงออกไปช่วยเหลือผู้ยากไร้ในสังคมด้วย







ช่วงเย็นวันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงพบปะและเทศน์สอนเยาวชนกว่า 90,000 คน ณ จัตุรัสวิตตอริโอ เมืองตูริน ประเทศอิตาลี โดยนี่เป็นพิธีสุดท้ายประจำวันแรกของการเสด็จอภิบาลคริสตชนเมืองตูริน ในส่วนของพระดำรัสตรัสสอนเยาวชน พระสันตะปาปาทรงกล่าวสอนแบบสดๆ จากใจอีกครั้ง ส่วนพระดำรัสที่ร่างเตรียมไว้นั้น พระองค์ทรงสั่งให้นำไปแจกให้เยาวชนได้รำพึงตามไปพร้อมๆ กัน

พระสันตะปาปา ตรัสสอนว่า "การเป็นเยาวชนต้องทำตัวให้ขับเคลื่อนไปข้างหน้าตลอดเวลา รู้ไหม พ่อเสียใจมากนะเวลาที่เห็นเยาวชนบางคน เกษียณอายุจากการทำงาน หรือพูดง่ายๆ ว่าไม่ทำงาน ทั้งที่ตัวเองอายุแค่ 20 ปีเท่านั้น!

"การเป็นเยาวชนหมายถึงการเจริญเติบโตขึ้นในทุกๆ ด้าน ไล่ตั้งแต่ด้านร่างกาย สติปัญญา การเป็นผู้ให้ และการมอบความรักให้ผู้อื่น ทั้งหมดนี้แหละที่เรียกว่าชีวิต

"เมื่อพูดถึงความรัก ความรักมี 2 มิติที่สำคัญ หนึ่งคือมันเป็นการกระทำมากกว่าคำพูด ลองถามตัวเองว่า ความรักของพวกลูกเป็นแบบไหนกัน และมิติที่สอง ความรักคือการพูดจากัน ความรักคือการรับฟังและตอบสนอง มันไม่มีความรัก ความรักไม่ใช่การเป็นใบ้หรือไม่พูดจากัน

"วันนี้ พ่อไม่ต้องการมาพูดกับลูกๆ ทุกคนในฐานะนักศีลธรรม พ่อไม่ได้อยากมาเป็นนักศีลธรรมที่มาสอนพวกลูก แต่พ่อต้องการพูดบางสิ่งที่อาจดูไม่มีใครพูดมากนัก เพราะว่าคนที่เป็นพระสันตะปาปาก็ควรจะกล้าเสี่ยงที่จะพูดความจริงออกมาเช่นกัน สิ่งที่พ่อต้องการจะพูดก็คือ ในโลกที่เน้นความสุขส่วนตนเป็นหลัก พ่ออยากย้ำพวกลูกว่า จงรักษาความบริสุทธิ์ไว้ เพราะความรักคือความบริสุทธิ์ การแสวงหาความสุขส่วนตนไม่ใช่ความรัก การจะรักษาความบริสุทธิ์เช่นนี้ มันไม่ง่ายเลย พวกลูกก็รู้ดี

"ถ้าความรักนั้นบริสุทธิ์ ทั้งการกระทำและคำพูด มันก็หมายความว่า ความรักนี้พร้อมจะเสียสละให้ผู้อื่น ถ้าพ่อพูดว่าพ่อรักใคร แต่พ่อไม่รับใช้ผู้อื่น ไม่ส่งเสริมเขา ไม่ช่วยเขา นั่นหมายความว่า พ่อไม่ได้รักคนนั้นจริงๆ

"เรื่องต่อมาที่พ่ออยากแบ่งปันคือสถานการณ์ของโลก พ่อรู้ดีว่ามันยากที่จะเชื่อในอนาคต เพราะชีวิตตอนนี้มีแต่ความยากลำบาก หลายๆ ประเทศต้องเผชิญกับสงคราม แต่สิ่งที่พ่ออยากพูดออกไปคือขอตำหนิชาติที่ผลิตอาวุธ แต่ทำมาเป็นรณรงค์เรียกร้องสันติภาพ เพราะคนที่ทำแบบนี้ถือว่าเป็นพวกเสแสร้งอย่างแท้จริง

"นอกจากนี้ พ่ออยากสอนลูกๆ ให้หลีกหนีจากวัฒนธรรมทิ้งๆ ขว้างๆ ตัวอย่างที่ชัดเจนสุดคือการทิ้งทารกตั้งแต่เขายังไม่ลืมตาดูโลก หรือทอดทิ้งผู้สูงอายุเมื่อคิดว่าพวกเขาไม่มีประโยชน์แล้ว ที่ทุกวันนี้มันเป็นแบบนี้ก็เพราะเราให้เงินเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง เราไม่ให้พระเจ้าเป็นศูนย์กลางของระบบ

"เยาวชนต้องกล้าดำเนินชีวิตสวนกระแสที่ผิดๆ จงช่วยเหลือผู้คนที่ตกทุกข์ได้ยาก จงมีความกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้องและจงมีความคิดสร้างสรรค์ทำแต่สิ่งดีๆ ทุกวันนี้ โฆษณาหลายชิ้นมีแต่การหลอกลวง พวกเขาพยายามโน้มน้าวให้คนซื้อผลิตภัณฑ์ของตน โฆษณาออกมาว่าตัวเองขายเพชร แต่จริงๆ แล้วพวกเขากลับขายแค่แก้วมากกว่า ถ้าเจอพวกหลอกลวงแบบนี้ เราอย่าไปซื้อเด็ดขาด เพราะนี่คือการให้เงินเป็นศูนย์กลาง จนมองข้ามความดีไป

"สุดท้ายนี้ พ่อรู้ว่า ลูกๆ หลายคนกำลังเรียนอยู่ในระดับชั้นมหาวิทยาลัย อย่าเอาแต่เรียนอย่างเดียว แต่จงออกไปช่วยเหลือผู้ยากไร้ในสังคมด้วยนะ" พระสันตะปาปา ตรัสปิดท้าย

ประมวลภาพ: พระสันตะปาปาพบเยาวชนเมืองตูริน