โป๊ปฟรังซิส: "เราเป็นคริสตชนที่กล้ายื่นมือออกไปช่วยคนที่ถูกกีดกันจากพระศาสนจักรหรือไม่"

สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงถาม เราเป็นคริสตชนที่กล้ายื่นมือออกไปสัมผัสคนที่ถูกกีดกันจากพระศาสนจักร ให้กลับเข้าสู่พระศาสนจักรหรือเปล่า เรากล้าทำเหมือนที่พระเยซูทรงยื่นมือไปรักษาคนโรคเรื้อนซึ่งถูกสังคมปฏิเสธ จนเขาหายและกลับมามีที่ยืนในสังคมหรือไม่ ทรงย้ำ ถ้าเราทำแบบนี้ไม่ได้ เราจะไม่เป็นกลุ่มคริสตชนและไม่สามารถทำความดีได้เลย


ช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงถวายมิสซาในวัดน้อยประจำหอพักซางตา มาร์ธา พระวรสารวันนี้เป็นเหตุการณ์ที่พระเยซูทรงรักษาคนโรคเรื้อนให้หาย พร้อมสั่งให้เขาไปแสดงตนต่อหน้าสมณะที่มองว่าคนโรคเรื้อนเป็นคนสกปรก

พระสันตะปาปาทรงเทศน์แบ่งปันว่า "โรคเรื้อนเป็นเหมือนการลงโทษจำคุกตลอดชีวิต การรักษาคนโรคเรื้อนให้หายได้ มันยากเหมือนกับการปลุกคนตายให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง คนโรคเรื้อนถูกกีดกันออกจากสังคม แต่พระเยซูทรงยื่นมือออกไปช่วยเหลือและแสดงให้ทุกคนเห็นว่า มันมีความหมายอย่างไรที่จะอยู่ใกล้ชิดพวกเขาเหล่านี้

"พวกเราจะไม่เป็นกลุ่มคริสตชน พวกเราจะไม่สามารถสร้างสันติ และพวกเราจะไม่สามารถทำความดีได้เลยถ้าเราไม่อยู่ใกล้ชิดกับพวกเขา พระเยซูตรัสกับคนโรคเรื้อนว่า 'ท่านได้รับการรักษาแล้ว' ยิ่งกว่านั้น พระองค์ทรงยื่นมือออกไปและสัมผัสคนโรคเรื้อน มันทำให้พระองค์ต้องกลายเป็นคนสกปรกไปด้วย แต่นี่แหละคือธรรมล้ำลึกของพระเยซู พระองค์เต็มใจยอมรับความสกปรกของเรา บาปของเรา และการกีดกันของเรา เพื่อจะได้มาอยู่ใกล้ชิดกับเรา

"พระวรสารบอกเราว่า พระเยซูทรงย้ำกับคนโรคเรื้อนว่า 'อย่าบอกให้ใครรู้ แต่จงไปแสดงตัวกับพวกสมณะและถวายเครื่องบูชาตามที่โมเสสกำหนด เพื่อเป็นพยานหลักฐานแก่คนทั้งหลาย' พระเยซูไม่ได้ทำแค่ยื่นมือไปสัมผัสกับความสกปรก แต่พระองค์ยังสั่งชายคนนั้นให้ไปหาสมณะ เพื่อที่ว่า เขาจะได้กลับเข้าสู่พระศาสนจักรและสังคมอีกครั้ง พระเยซูไม่เคยกีดกันใคร แต่พระเยซูทรงนำพระองค์เองมาอยู่ร่วมกับคนบาปอย่างเรา

"เราได้เห็นปฏิกิริยาจากประชาชนที่อยู่รอบๆ พระเยซูในเหตุการณ์นี้ หลายคนต่างประหลาดใจกับคำพูดของพระเยซูและพวกเขาก็มาติดตามพระองค์ แต่ก็มีอีกหลายคนที่มองดูพระองค์แบบไกลๆ ด้วยใจที่แข็งกระด้าง รวมถึงคอยจ้องจับผิดและประณามพระองค์ นอกจากนี้ ยังมีอีกกลุ่มที่อยากเข้าใกล้พระเยซู แต่ไม่กล้าจะติดตามพระองค์ไป คนกลุ่มหลังนี่แหละที่พระเยซูทรงยื่นมือออกไปสัมผัสพวกเขา เพื่อสัมผัสบาปของเขาและทำให้เขาได้เข้ามาใกล้เราอีกครั้ง

"ว่าแต่ พวกเรารู้วิธีการจะทำให้คนเข้ามาใกล้ชิดเราหรือเปล่า พวกเรามีความเข้มแข็งและความกล้าหาญที่จะออกไปและสัมผัสกับคนที่ถูกกีดกันเหล่านี้ไหม นี่คือความหมายของกลุ่มคริสตชนและนี่คือคำถามสำหรับพวกเราแต่ละคน มันเป็นคำถามสำหรับพระสังฆราช พระสงฆ์ นักบวช และพวกเราทุกคนที่อยู่ที่นี่ที่ต้องถามตัวเองเลยนะ" พระสันตะปาปา ตรัสปิดท้าย

Read More: Vatican Radio