โป๊ปฟรังซิส: "พระศาสนจักรเจ็บป่วยจากการออกไปตามท้องถนน ดีกว่าป่วยเพราะไม่ทำอะไรเลย"

สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงกล่าวกับสมาชิกสหพันธ์พระคัมภีร์คาทอลิก (ซีบีเอฟ) โดยหนึ่งในนี้มี "พระสังฆราช ฟรังซิส เซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์" แห่งสังฆมณฑลเชียงใหม่ รวมอยู่ด้วย โดยพระสันตะปาปาทรงย้ำคำเดิม อยากเห็นพระศาสนจักรเจ็บป่วยจากการออกไปตามท้องถนน มากกว่าเจ็บป่วยจากการเก็บตัวเงียบแล้วไม่ทำอะไรเลย



Photo: L'Osservatore Romano


ช่วงสายวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงต้อนรับผู้เข้าร่วมการประชุมของสหพันธ์พระคัมภีร์คาทอลิก (ซีบีเอฟ) ที่มาเข้าเฝ้าในวาติกัน หนึ่งในผู้เข้าเฝ้าในวันนี้ก็คือ "พระสังฆราช ฟรังซิส เซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์" แห่งสังฆมณฑลเชียงใหม่ โดยสหพันธ์พระคัมภีร์คาทอลิกคือหน่วยงานระดับโลก ซึ่งสมาชิกมาจากสภาพระสังฆราชคาทอลิกจากประเทศต่างๆ รวมไปถึงผู้แทนจากสถาบันพระคัมภีร์คาทอลิกจากหลายฝ่าย ทั้งหมดมาประชุมกันที่กรุงโรมระหว่างวันที่ 18-23 มิถุนายน 2015 เพื่อร่วมกันระดมความคิดเกี่ยวกับการประกาศพระวรสารใหม่ เฉพาะอย่างยิ่งใต้หัวข้อจากบทจดหมายของนักบุญจอห์น ฉบับที่ 1 "สิ่งที่เราได้เห็นและได้ฟังนี้ เราประกาศให้ท่านทั้งหลายได้รู้ด้วย"

สำหรับพระดำรัสที่พระสันตะปาปาตรัสกับผู้เข้าเฝ้า พระองค์ทรงกล่าวสอนสดๆ จากใจ โดยไม่ใช่โอวาทที่เตรียมมา พระสันตะปาปาทรงแบ่งปันคุณลักษณะ 2 ประการของผู้ประกาศข่าวดีและเทศน์สอนความเชื่อ นั่นคือ "ความตรงไปตรงมาและความอดทน"

พระสันตะปาปา ตรัสว่า "บทอ่านในมิสซาประจำวันนี้จากจดหมายของนักบุญเปาโลถึงชาวโครินธ์ นักบุญเปาโลได้ไล่เรียงความยากลำบากและการประจญล่อลวงที่ท่านต้องพบเจอตลอดการรับใช้พระวรสาร ท่านสรุปด้วยว่า 'ถ้าจำเป็นจะต้องโอ้อวด ข้าพเจ้าจะโอ้อวดในเรื่องที่แสดงถึงความอ่อนแอของข้าพเจ้า' นอกจากนี้ นักบุญเปาโลยังยืนยันด้วยว่า 'ข้าพเจ้าจะไม่โอ้อวดสิ่งใดนอกจากไม้กางเขนของพระคริสตเจ้า' สิ่งนี้แหละคือพระศาสนจักรที่เป็นการเดินทางออกไปเป็นพระศาสนจักรแห่งมรณสักขี นี่คือพระศาสนจักรที่ออกไปตามท้องถนน เดินไปตามหนทางของตน

"อุบัติเหตุเกิดขึ้นบนทางนี้เสมอ แต่พ่ออยากให้พระศาสนจักรบาดเจ็บจากอุบัติเหล่านี้ เพราะมันดีกว่าพระศาสนจักรที่เจ็บป่วยจากการปิดตัวเอง พระศาสนจักรที่เปี่ยมด้วยความตรงไปตรงมาและความอดทน กล่าวคือ ความอดทนที่รู้ว่าจะวางตัวอย่างไรภายใต้สถานการณ์เหล่านี้ และความอ่อนโยนที่แบกรับบาดแผลของสัตบุรุษไว้บนบ่าของตน" พระสันตะปาปาตรัสในช่วงท้าย