โป๊ปฟรังซิส: "ความรักของพระเจ้าสัตย์ซื่อกับเราเสมอ แม้เราจะไม่ซื่อสัตย์กับพระองค์ก็ตาม"

สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงสอน ความรักของพระเจ้าสัตย์ซื่อกับเราเสมอ แม้เราจะไม่ซื่อสัตย์กับพระองค์ก็ตาม ความรักของพระเจ้าสามารถแปรเปลี่ยนเราให้เป็นคนใหม่ และความรักของพระเจ้ามั่นคงเหมือนหินตามหน้าผา ที่คอยปกป้องเราจากคลื่นที่ซัดเข้าใส่ พร้อมกันนี้ ทรงรำลึกความหลังเมื่อได้กลับมาถวายมิสซาที่แคว้นบ้านเกิดของบรรพบุรุษ และร่วมแบ่งปันหลังจากได้ภาวนาต่อหน้าผ้าพันพระศพแห่งตูริน








ช่วงสายวันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงถวายมิสซา ณ จัตุรัสวิตตอริโอ เมืองตูริน ท่ามกลางสัตบุรษที่มาร่วมกว่า 120,000 คน โดยก่อนจะถวายมิสซา พระสันตะปาปาได้เสด็จไปยังอาสนวิหารซาน โจวานนี่ บัตติสต้า (จอห์น บัปติสต์) เพื่อภาวนาหน้าผ้าพันพระศพแห่งตูริน ซึ่งเป็นผ้าที่เชื่อกันว่าพันพระศพของพระเยซูตอนที่นำพระองค์ลงจากไม้กางเขน จากนั้น ยังทรงภาวนาหน้าหลุมศพของ "บุญราศี เปียร์จอร์โจ้ ฟราสซาติ" องค์อุปถัมภ์ของเยาวชนอิตาเลี่ยนอีกด้วย

สำหรับบทเทศน์ประจำมิสซานี้ พระสันตะปาปา ตรัสว่า "พ่ออยากแบ่งปันภาพลักษณ์สำคัญ 3 ประการเกี่ยวกับความรักพระเจ้าให้พวกท่านได้ไตร่ตรอง ได้แก่ ความรักของพระเจ้าคือความซื่อสัตย์ ความรักของพระเจ้าคือการสร้างสิ่งต่างๆ ขึ้นมาอีกครั้ง และความรักของพระเจ้าคือความมั่นคงและเป็นนิรันดร์

"พระเยซูทรงรวบรวมเราทุกคนเข้าไว้ด้วยกันด้วยความรักของพระเจ้า โดยผ่านทางการสิ้นพระชนม์และการเสด็จกลับคืนชีพของพระองค์ พระเยซูทรงรักเราเสมอจนวาระสุดท้ายของพระองค์ พระองค์ทรงรักเราแบบไม่มีขอบเขตและประเมินค่าไม่ได้ พระเยซูทรงรักเราถึงขั้นที่ว่า เราพูดได้เลยว่า 'พระองค์ทรงมอบชีวิตของพระองค์เองเพื่อเรา' ความซื่อสัตย์ที่พระเยซูมีต่อเรานั้นไม่เคยแปรเปลี่ยน แม้พระองค์จะเผชิญกับความไม่ซื่อสัตย์ที่เรามีต่อพระองค์ก็ตาม

"ในบทอ่านที่สองของวันนี้จากจดหมายของนักบุญเปาโลถึงชาวโครินธ์ ท่านกล่าวว่า 'ถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสตเจ้า เขาก็เป็นสิ่งสร้างใหม่' พ่อจึงอยากย้ำเรื่องนี้ว่า ต่อให้คนๆ หนึ่งมีข้อจำกัดและความอ่อนแอมากเพียงใด แต่การให้อภัยจากพระคริสตเจ้าจะทำให้เขาได้เข้าสู่ชีวิตใหม่ การไถ่กู้ให้รอดจากบาปสามารถเข้ามายังจิตใจของเราได้เมื่อเราเปิดใจให้กับความจริงและตระหนักถึงบาปของเรา แม้ว่า จิตตารมณ์ทางโลกจะมองหาสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ แต่มีเพียงความซื่อสัตย์ของพระเยซูเท่านั้นที่สามารถจะบันดาลให้เราเป็นสิ่งสร้างใหม่ได้

"สุดท้าย ความรักของพระเจ้านั้นมั่นคงและเป็นนิจนิรันดร์ เมื่อเปรียบความรักของพระเจ้า มันก็เหมือนหินที่อยู่ตามชายฝั่งที่คอยป้องกันความรุนแรงจากคลื่นที่ซัดเข้าใส่ พระวรสารวันนี้ พระเยซูทรงสั่งให้ลม พายุ และทะเลสงบ เหตุการณ์นี้ พระเยซูทรงเปิดหัวใจของบรรดาศิษย์ให้เปี่ยมด้วยความกล้าหาญ เพราะต่อหน้าพระองค์คือบรรดาศิษย์ที่ตะโกนโหวกเหวกว่าตนเองทำอะไรไม่ได้แล้ว แต่พระเจ้าทรงมอบหินแห่งความรักให้กับพวกเขา หินที่พวกเขาสามารถจับเป็นหลักเพื่อเป็นเครื่องประกันว่าตัวเองจะไม่ถลำตกลงไปไหนอีก

"ดังนั้น ขอให้พี่น้องชาวเมืองตูรินและแคว้นเปียมอนเต้ ได้ดำเนินชีวิตตามนักบุญและบุญราศีทั้งหลายของเมืองนี้ เพื่อจะได้พบกับความชื่นชมยินดีแห่งพระวรสาร โดยผ่านทางการปฏิบัติความเมตตาต่อผู้ตกทุกข์ได้ยากหรือกำลังเผชิญหน้ากับความยากลำบาก" พระสันตะปาปา ตรัสในช่วงท้าย

หลังมิสซาจบลง พระสันตะปาปาทรงนำสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าว พระองค์ทรงร่วมรำลึกความหลังถึงบรรดาบรรพบุรุษของพระองค์ที่เป็นชาวแคว้นเปียมอนเต้ แต่ได้อพยพไปยังประเทศอาร์เจนตินา พระสันตะปาปา ตรัสว่า "พ่อเป็นลูกหลานของแคว้นนี้ พ่อดีใจที่ได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง"

จากนั้น พระสันตะปาปาทรงแบ่งปันเกี่ยวกับผ้าพันพระศพแห่งตูริน ซึ่งพระองค์ได้ไปภาวนาก่อนจะมาถวายมิสซา พระสันตะปาปา ทรงกล่าวว่า "ผ้าพันพระศพแห่งตูรินคือเครื่องหมายของการไถ่กู้ของพระเยซู นี่คือเครื่องหมายของการเสียสละพระองค์เองด้วยความรัก สิ่งนี้นำเราให้พบกับพระพักตร์และพระโลหิตของพระเยซู ในเวลาเดียวกัน มันยังทำให้เราก้าวไปข้างหน้า เพื่อพบกับใบหน้าของคนที่กำลังทุกข์ทรมานและถูกเบียดเบียนอย่างไม่เป็นธรรมด้วย นี่คือการกระตุ้นเราให้ก้าวเดินไปบนหนทางเดียวกับของขวัญแห่งความรักของพระเยซู"

อนึ่ง หลังจากนี้ พระสันตะปาปาได้เสด็จไปรับประทานอาหาร โดยผู้ร่วมโต๊ะของพระองค์คือบรรดาผู้ต้องขัง และยังมีชาวยิปซี รวมอยู่ด้วย

ประมวลภาพ: พระสันตะปาปาภาวนาหน้าผ้าพันพระศพของพระเยซู

ประมวลภาพ: พระสันตะปาปาถวายมิสซาที่เมืองตูริน

Read More: Vatican Radio