โป๊ปฟรังซิส: “พระเยซูร้องไห้ เพราะพวกเราทุกปิดประตูหัวใจไม่ต้อนรับพระองค์”

สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงชี้ พระเยซูทรงร้องไห้ เพราะพวกเราทุกปิดประตูหัวใจไม่ต้อนรับพระองค์ ทรงย้ำ คริสตชนทุกคนที่พึงพอใจกับความสุขฝ่ายโลกและไม่ต้องการให้พระเจ้าเสด็จมาเยี่ยม ก็เหมือนกับชาวเยรูซาเล็มที่พอใจว่าตนควบคุมทุกสิ่งได้ ไม่ต้องการให้พระเจ้ามาช่วยเหลือ และไม่ต้อนรับพระองค์ จนทำให้พระเยซูต้องร้องไห้กับการกระทำเหล่านี้


ช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงถวายพิธีบูชาขอบพระคุณในวัดน้อยประจำหอพักซางตา มาร์ธา พระวรสารประจำพิธีนี้ เป็นเหตุการณ์ที่พระเยซูทรงร้องไห้ให้กับกรุงเยรูซาเล็ม เพราะประชาชนไม่ตระหนักถึงหนทางที่จะนำไปสู่สันติ (ลูกา 19: 41-44)

พระสันตะปาปาทรงแบ่งปันพระวรสารตอนนี้ว่า “พระเยซูทรงกันแสง (ร้องไห้) เพราะหัวใจที่ปิดตายของเมืองที่พระเจ้าทรงเลือกและประชากรที่พระองค์ทรงเลือก พวกเขาไม่มีเวลาที่จะมาเปิดประตู พวกเขายุ่งมากและยึดแต่ความพอใจของตัวเองมากเกินไป พระเจ้ายังคงเคาะประตูเรียกต่อไป เหมือนที่พระองค์ทรงเคาะประตูหัวใจของกรุงเยรูซาเล็ม พระองค์ทรงเคาะประตูของพี่น้องชายหญิง เคาะประตูเรียกเรา เคาะเรียกที่หัวใจของเรา และเคาะเรียกที่ประตูพระศาสนจักร

“ผู้คนของกรุงเยรูซาเล็มพึงพอใจกับวิถีชีวิตของตนและไม่ต้องการพระเจ้า กล่าวคือ พวกเขาล้มเหลวที่จะตระหนักว่าพวกเขาจำเป็นต้องได้รับความรอด นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไม พวกเขาถึงปิดประตูหัวใจตัวเองต่อหน้าพระเจ้า พระเยซูทรงร้องไห้ให้กับกรุงเยรูซาเล็ม เช่นเดียวกับที่ทรงร้องไห้ให้กับพระศาสนจักรของพระองค์และร้องไห้เพราะเราในทุกวันนี้

“ทำไมกรุงเยรูซาเล็มถึงไม่เปิดต้อนรับพระเจ้า เพราะผู้คนยังพึงพอใจกับสิ่งที่เขามีและไม่ต้องการมีภาระใดๆนั่นไง แต่พระเจ้าทรงกล่าวไว้ในพระวรสารวันนี้ว่า ‘ถ้าในวันนี้ เจ้ารู้จักทางที่จะนำไปสู่สันติ ก็จะเป็นการดี แต่ทางนั้นถูกซ่อนไว้จากดวงตาของเจ้าเสียแล้ว’ กรุงเยรูซาเล็มกลัวการเสด็จมาหาของพระเจ้า พวกเขากลัวการตอบแทนจากการเสด็จมาของพระองค์ กรุงเยรูซาเล็มรู้สึกปลอดภัยในความรู้ที่พวกเขาบริหารจัดการ พวกเรารู้สึกก็เช่นกัน เรารู้สึกปลอดภัยในสิ่งต่างๆที่เราสามารถควบคุม แต่การเสด็จมาของพระเจ้า จะเป็นเรื่องชวนให้เกิดเรื่องประหลาดใจเสมอ และมันเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้

“กรุงเยรูซาเล็มกลัวเรื่องเหล่านี้ กลัวจะได้รับความช่วยเหลือจากพระเจ้าโดยผ่านทางเรื่องเซอร์ไพรส์จากพระเจ้า ประชาชนที่นั่นกลัวพระเจ้า กลัวเจ้าบ่าวของตนเอง พวกเขากลัวคนรักของตน ฉะนั้น พระเยซูจึงร้องไห้กับสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อพระเจ้ามาเยี่ยมประชากรของพระองค์ พระเจ้าทรงนำความชื่นชมยินดีมาให้ พระองค์มานำให้เรากลับใจ พวกเราทุกคนต่างกลัวความสุขและความชื่นชมยินดีที่พระเจ้านำมาให้ เพราะพวกเราไม่สามารถควบคุมมันได้ พวกเรากลัวการกลับใจเพราะการกลับใจหมายถึงการให้พระเจ้านำทางเรา

“กรุงเยรูซาเล็มพอใจกับความสุขที่มี พวกเขามีความสุขที่พระวิหารมีคนเข้ามา, บรรดาสมณะประกอบพิธีถวายบูชา, ผู้คนมาจาริก, ธรรมาจารย์บริหารจัดการทุกสิ่งทุกอย่าง! ทุกสิ่งชัดเจนอยู่แล้ว บทบัญญัติทุกข้อชัดเจน! และด้วยสิ่งต่างๆเหล่านี้ กรุงเยรูซาเล็มจึงปิดตัวเอง ไม้กางเขนซึ่งเป็นราคาค่างวดของการถูกปฏิเสธ ได้แสดงให้เราเห็นถึงความรักของพระเยซูและสิ่งที่ทำให้พระองค์ต้องร้องไห้ในวันนี้ และร้องไห้บ่อยๆให้กับพระศาสนจักรของพระองค์

“พ่อถามตัวเองนะว่า ทุกวันนี้ พวกเราคริสตชนที่รู้จักความเชื่อในพระเจ้า รู้จักคำสอน พวกเราที่ไปร่วมมิสซาทุกวันอาทิตย์ พวกเราคริสตชนและพวกเราพระสงฆ์ผู้อภิบาล พวกเราต่างพึงพอใจกับตัวเอง(แบบชาวเยรูซาเล็ม)บ้างไหม? เพราะพวกเราควบคุมทุกสิ่งและไม่ต้องการการเสด็จมาอีกครั้งของพระเจ้าใช่ไหม แต่พระเจ้ายังคงเคาะประตูหัวใจเราแต่ละคนและเคาะประตูพระศาสนจักร รวมถึงบรรดาผู้อภิบาลในพระศาสนจักร แต่ ... ใช่! ประตูหัวใจของเรายังปิดอยู่ ประตูหัวใจของพระศาสนจักรยังปิดเช่นกัน และประตูหัวใจของผู้อภิบาลก็ยังไม่เปิดต้อนรับพระองค์ ดังนั้น พระเจ้าจึงร้องไห้ ร้องไห้แม้กระทั่งทุกวันนี้ก็ตาม

“ดังนั้น พ่ออยากให้เราทดสอบความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของเรา ขอให้เราไตร่ตรองดู ประหนึ่งว่าเรากำลังอยู่ต่อหน้าพระเจ้า” พระสันตะปาปา ตรัสในตอนท้าย

Read More: Vatican Radio