โป๊ปฟรังซิส: “คริสตชนขี้โกง เฉยชา และห่วงแต่ภาพลักษณ์ จงกลับใจได้แล้ว”

สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงเตือน คริสตชนขี้โกง คริสตชนเฉยชา และคริสตชนที่สนใจแต่ภาพลักษณ์ภายนอก ต้องรู้จักกลับใจได้แล้ว จงดู “ศักเคียส” เป็นตัวอย่าง หัวหน้าคนเก็บภาษีที่ขี้โกงคนนี้ยังรู้จักการกลับใจเมื่อได้สัมผัสพระวาจาของพระเจ้า ทรงสอน สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์สุดท้ายของปีพิธีกรรม พระศาสนจักรต้องการให้เราไตร่ตรองอย่างจริงจังมากๆ เกี่ยวกับการกลับใจ



ช่วงเช้าวันอังคารที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงถวายพิธีบูชาขอบพระคุณในวัดน้อยประจำหอพักซางตา มาร์ธา พระวรสารประจำพิธีนี้ เป็นเหตุการณ์ที่พระเยซูทรงเรียกศักเคียสให้ลงมาจากต้นมะเดื่อ (ลูกา 19:1-10) ส่วนบทอ่านประจำมิสซานี้ จากหนังสือวิวรณ์ พระเจ้าทรงเตือนว่า อย่าเป็นคนไม่ร้อนหรือไม่เย็น แต่มันเป็นการดีเสียกว่า ถ้าเราจะเลือกไปเลยว่า จะร้อนหรือเย็น เพราะการเป็นคนเฉยชา เป็นสิ่งไม่ดี

พระสันตะปาปา ตรัสแบ่งปันว่า “ในบทอ่านแรก พระเจ้าทรงเรียกร้องคริสตชนที่เมืองเลาดิเซียให้กลับใจ เพราะพวกเขาเป็นคนเฉยชา พวกเขาดำเนินชีวิตฝ่ายจิตอย่างสุขอุรา พวกเขาคิดว่า ‘ฉันทำสิ่งที่ฉันทำได้ แต่ฉันอยู่ในจุดที่สงบและไม่ต้องการที่จะถูกรบกวนด้วยสิ่งที่ไม่คุ้นเคย’

“คนเหล่านี้ที่ดำเนินชีวิตอย่างสุขสบายและคิดว่าไม่มีสิ่งใดขาดตกบกพร่อง กล่าวคือ เขาคิดว่า ‘ฉันไปมิสซาวันอาทิตย์ ฉันสวดภาวนาบ้างเป็นบางครั้ง ฉันรู้สึกดี ฉันอยู่ในพระหรรษทานของพระเจ้า ฉันรวย และฉันไม่ต้องการสิ่งอื่นใด ฉันสบายดี’ ความรู้สึกนึกคิดแบบนี้คือสภาวะของบาป พระเจ้าทรงใช้คำพูดแรงๆ กับคนพวกนี้ พระองค์ตรัสว่า ‘เพราะเจ้าไม่เย็นไม่ร้อน (เฉยชา) เราจะคายเจ้าออกจากปากของเรา’ ทั้งที่พระเจ้าตรัสแบบนี้ พระองค์ยังคงมีคำแนะนำให้คนเหล่านี้ พระองค์ตรัสว่า ‘จงสวมเสื้อ(ขาว)เพื่อปกปิดร่างกายอันเปลือยเปล่าของท่าน’

“ดังนั้น นี่คือการเรียกครั้งที่สองไปยังคริสตชนที่ดำเนินชีวิตด้วยภาพลักษณ์ภายนอก พวกนี้คิดว่าพวกเขามีชีวิต แต่ที่จริงเขาตายแล้ว และพระเจ้าทรงขอร้องพวกเขาให้ระมัดระวัง ภาพลักษณ์ภายนอกคือผ้าห่อศพคริสตชนเหล่านี้ เพราะพวกเขาตายแล้ว พระเจ้าจึงตรัสเรียกให้พวกเขากลับใจ

“เราเป็นหนึ่งในคริสตชนที่ดำเนินชีวิตแบบภาพลักษณ์ภายนอกหรือเปล่า? ข้างในตัวเรายังมีชีวิตอยู่ใช่ไหม? เรามีชีวิตจิตอยู่หรือเปล่า? เราได้ยินเสียงพระจิตหรือไม่ เราฟังเสียงหรือไม่ เราก้าวไปข้างหน้าไหม? ถ้าทุกสิ่งดูดี เราไม่มีสิ่งใดที่เสื่อมเสีย กล่าวคือ เราคิดว่า เรามีครอบครัวที่ดี ผู้คนไม่นินทาเรา เรามีทุกอย่างที่ต้องการแล้ว เราแต่งงานในวัด เราอยู่ในพระหรรษทานของพระเจ้า เราดีอยู่แล้ว ความคิดแบบนี้คือภาพลักษณ์ภายนอกชัดๆ! คริสตชนที่ปรากฏด้วยภาพลักษณ์ภายนอก พวกเขาตายไปแล้ว!

“เราต้องแสวงหาสิ่งที่มีชีวิตในตัวเราพร้อมความทรงจำและการระมัดระวัง เราต้องประคับประคองตัวเองให้ก้าวไปข้างหน้า จงกลับใจเถิด จงกลับใจจากภาพลักษณ์ภายนอกเพื่อก้าวไปสู่สภาพความจริง กลับใจจากการเป็นคนเฉยชามาเป็นมีความรู้สึกเถิด

“ส่วนการเรียกครั้งที่สามคือการเรียกศักเคียสให้กลับใจ ศักเคียสคือหัวหน้าคนเก็บภาษีและเขาร่ำรวยมาก เขาขี้โกง เขาทำงานเพื่อพวกโรมัน เขาทรยศบ้านเกิดของตน

“ศักเคียสก็เหมือนผู้นำหลายๆ คนที่เรารู้จัก นั่นคือ ขี้โกง แทนที่จะทำงานรับใช้ประชาชน คนพวกนี้กลับทำงานสนองความต้องการของตัวเอง มีบางคนในโลกนี้ที่เป็นแบบนี้ ผลที่ตามมาคือประชาชนไม่ชอบศักเคียส ใช่ เขาไม่ได้เป็นคนเฉยชา เขายังไม่ตาย แต่เขาอยู่ในสภาพเน่าเปื่อย เขาโกง แต่เขารู้สึกถึงบางสิ่งในจิตใจ นั่นคือ พระเยซู ผู้ที่รักษาเขาและยังเป็นประกาศกที่ผู้คนพูดถึงอย่างมาก ศักเคียสบอกว่าตนต้องการจะเห็นพระเยซู เขาอยากเห็นพระองค์แบบสุดๆ พระจิตทรงชาญฉลาดมากๆ พระจิตหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความอยากพบเห็น(ลงในตัวศักเคียส) เพื่อจะให้เขาทำบางสิ่งที่น่าตลกขบขันแบบเล็กๆ ลองคิดถึงพวกผู้นำคนสำคัญดูซิ พวกผู้นำสูงสุดที่คดโกง คนที่เป็นหัวหน้าใหญ่ แต่ต้องปีนต้นไม้ขึ้นไปเพื่อเห็นขบวนของพระเยซู ลองคิดดูนะว่ามันตลกมากขนาดไหน!

“ศักเคียสไม่อายแม้แต่น้อย เขาต้องการจะเห็นพระเยซูและพระจิตก็ทำงานในตัวเขา จากนั้น พระวาจาของพระเจ้าก็เข้ามาสู่จิตใจของเขาด้วยคำพูดของพระเยซูและความชื่นชมยินดี คนที่สุขอุราและอยู่กับภาพลักษณ์ภายนอกได้หลงลืมว่าความชื่นชมยินดีคืออะไร แต่ชายขี้โกงคนนี้สัมผัสได้ทันทีถึงความชื่นชมยินดีนี้ หัวใจของเขาเปลี่ยนไป และเขากลับใจ เขายอมรับพระวาจาของพระเจ้าที่เข้าไปในในจิตใจของเขา และสัญญาว่า จะยกทรัพย์สมบัติครึ่งหนึ่งให้คนยากจน และถ้าเขาไปโกงใครมา ก็จะคืนให้คนนั้นสี่เท่า

“เมื่อการกลับใจสัมผัสกับเงินทอง มันก็เป็นที่แน่ชัด เป็นคริสตชนอยู่ในใจเหรอ ใช่ ทุกคนเป็น เป็นคริสตชนโดยสายเลือดหรือ ใช่ ทุกคนเป็นแบบนั้น อย่างไรก็ตาม เป็นคริสตชนด้วยเงินทองล่ะ มีไม่เยอะนะ การกลับใจจะเกิดขึ้นทันทีด้วยวาจาที่เที่ยงธรรม ศักเคียสกลับใจเพราะได้พบกับวาจาเที่ยงธรรม แต่วาจาอื่นล่ะ คนที่ไม่ต้องการกลับใจ ก็จะบ่นคร่ำครวญว่า ‘ดูซิ เขาไปบ้านของคนบาป เขาทำให้ตนเองต้องเปรอะเปื้อน เขาต้องชำระตนให้บริสุทธิ์นะ เพราะเขาเข้าไปในบ้านของคนบาป’

“นี่คือการเรียก 3 แบบเพื่อให้กลับใจ พระเยซูทรงเรียกเรียกคริสตชนเฉยชา, คริสตชนที่อยู่อย่างสุขอุรา, คริสตชนที่สนใจแต่ภาพลักษณ์ภายนอก, คริสตชนที่คิดว่าตนเองร่ำรวย แต่จริงๆแล้วยากจน ไม่มีสิ่งใดเลย และก็ได้ตายแล้ว

“พระวาจาของพระเจ้าสามารถเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งได้ แต่พวกเราไม่มีความกล้าที่จะเชื่อในพระวาจาของพระองค์ เราไม่มีความกล้าที่จะรับพระวาจาของพระเจ้าที่จะรักษาจิตใจของเรา

“ในสัปดาห์สุดท้ายของปีพิธีกรรม พระศาสนจักรต้องการให้เราทุกคนคิดอย่างจริงจังมากๆ เกี่ยวกับการกลับใจ เพื่อที่เราจะได้ก้าวไปข้างหน้าบนหนทางของชีวิตคริสตชน นี่คือการบอกเราให้จดจำพระวาจาของพระเจ้า ให้เรารู้จักระมัดระวัง และเชื่อฟังพระวาจาของพระองค์ เพื่อที่เราจะสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ด้วยการกลับใจ” พระสันตะปาปา ตรัสในตอนท้าย

Read More: Vatican Radio