พระอัครสังฆราชเกรียงศักดิ์: "การช่วยเหลือผู้อื่น เป็นศิลปะการดำเนินชีวิตในป่าคอนกรีตอย่างกรุงเทพฯ"

พระอัครสังฆราช ฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช ชี้ การเดินไปกับแม่พระเพื่อไปช่วยเหลือผู้อื่น เป็นศิลปะในการดำเนินชีวิตใน "ป่าคอนกรีต" อย่างกรุงเทพฯ เพราะจะทำให้รู้ว่า อันไหนรักแท้ หรือรักแค่หวังผลประโยชน์ เตือนสติ ความชั่วยุคนี้มาในแบบ "ปีศาจน่ารัก" ซึ่งเราพร้อมวิ่งตามด้วยความสมัครใจ หวังเห็นคาทอลิกไทยไม่ทรยศมโนธรรมตัวเอง ตอนท้าย ยก "วัดแม่พระฟาติมา ดินแดง" เป็นสถานที่แห่งการฟื้นฟูความเชื่อและกลับใจ 


เมื่อช่วงเย็นวันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา พระอัครสังฆราช ฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช พระอัครสังฆราชแห่งอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ได้เป็นประธานในมิสซาฉลองวัดประจำปีของวัดแม่พระฟาติมา ดินแดง จ.กรุงเทพฯ ท่ามกลางบรรดาพระสงฆ์ นักบวช และสัตบุรุษที่มาร่วมพิธีอย่างคับคั่ง โดยปีนี้ เป็นการฉลองครบ 57 ปีของวัดแห่งนี้ด้วย ในส่วนบทเทศน์ประจำมิสซา พระอัครสังฆราช เกรียงศักดิ์ เทศน์ว่า:

- ทุกวันที่ 13 ผู้ที่รักแม่พระ มีนัดกันที่วัดนี้ (ฟาติมา) ทุกคนมาเพื่อขอบคุณแผนการณ์ของพระเจ้า มาเพื่อฟื้นฟูความเชื่อ มาเพื่อประกาศข่าวดีให้พี่น้องทุกคน

- แม่พระฟาติมาประจักษ์มาเพื่อบอกความสำคัญของการสวดภาวนาและใช้โทษบาป แม่พระมาเพื่อบอกให้โลกรู้จักหันหลังกลับบ้าง

- สารที่แม่พระฟาติมาบอกกับเด็ก 3 คน เป็นเรื่องความทุกข์ สงคราม ลัทธิคอมมิวนิสต์ สารของแม่พระฟาติมาดูเหมือนบอกการอวสานของโลก แต่แท้จริงแล้ว นี่คือการบอกและเน้นเสมอว่า คำภาวนาจะมีชัยชนะเหนือความชั่วร้าย

- บุญราศี จอห์น ปอล ที่ 2 เคยตรัสว่า "กระแสต่อต้านพระวรสารและพระศาสนจักร ไม่ได้มีแค่ลัทธิคอมมิวนิสต์เท่านั้น แต่มันยังรวมถึงลัทธิทุนนิยมด้วย"

- ลัทธิทุนนิยมได้ทำลายศักดิ์ศรีของมนุษย์ ศักดิ์ศรีเราถูกทำลายด้วยผลิตภัณฑ์ลามกอนาจาร, การมองกำไรสำคัญกว่าความศักดิ์สิทธิ์ในตัวมนุษย์ สิ่งเหล่านี้น่ากลัวมาก เพราะมันทำลายกายและใจของมนุษย์

- ความชั่วยุคนี้เข้ามาหาเราในรูปแบบโลกียนิยม (Secularism) มันมาแบบปีศาจที่น่ารัก ซึ่งเด็กและเยาวชนพร้อมวิ่งตาม

- การประจักษ์ของแม่พระฟาติมาสอนเราว่า พระศาสนจักรคือกองทัพ(ของพระเจ้า) ที่ต้องสู้กับปีศาจ การสู้รบจะจบลงเมื่อถึงวันสุดท้ายของโลก

- การเจริญชีวิตคือการก้าวเดินไปกับโลก ... ใครหยุดนิ่งก็คงแย่ แล้วเราล่ะดำเนินชีวิตแบบไหน

- คนจำนวนมากไม่รู้ว่าชีวิตตนเองเดินไปทางไหน ... บางคนตื่นขึ้นมาทุกวันก็เย็นชา ไม่รู้สึกรู้สาอะไร ... คาทอลิกต้องเดินไปพร้อมกับแม่พระ เราต้องเชื่อในแม่พระ เราต้องกล้าตอบรับ (YES) กับพระเจ้า เราต้องตอบซ้ำๆเหมือนนกแก้ว

- หากเราเปิดใจให้กับพระจิต เราจะเดินสำรวจโลกในจิตใจเราได้ เราจะได้ยินเสียงเบาๆ แต่ทรงพลังจากพระเจ้า

- คนเราสามารถปิดปากมโนธรรมตัวเองให้เป็นใบ้ได้ นี่คือการทรยศตัวเอง ทรยศความเชื่ิอเมื่อรับศีลล้างบาป ทรยศความซื่อสัตย์ต่อชีวิตสมรส ทรยศความซื่อสัตย์ในคำปฏิญาณ

- ความรักจากเพื่อนมนุษย์เริ่มจากครอบครัว แล้วค่อยขยายไปยังเพื่อนพี่น้องตามกำลังความสามารถ

- การเดินไปกับแม่พระ เพื่อไปหาผู้อื่น เป็นศิลปะในการดำเนินชีวิตใน "ป่าคอนกรีต" อย่างกรุงเทพฯ นี่เป็นศิลปะในการเรียนรู้รักแท้ว่า อันไหนของจริง หรืออันไหนเป็นความรักที่หวังผลประโยชน์แอบแฝง

- เราต้องระวัง "การผูกขาดความรักเพื่อตัวเราเอง" ต้องระวังความรักที่หวังผลประโยชน์ ความรักแบบคาทอลิกต้องรู้จักแบ่งปันและต้องเสียสละตนเอง

หลังจากมิสซาจบลง พระอัครสังฆราชเกรียงศักดิ์ ได้กล่าวตอบสัตบุรุษหลังการคำนับพระอัครสังฆราช โดยท่านได้ยกย่องวัดแม่พระฟาติมาด้วยว่า "วัดแม่พระฟาติมาคือสถานที่แห่งการฟื้นฟูความเชื่อและการกลับใจอย่างแท้จริง"


Comments