หัวหน้าลูกเรือเล่าเบื้องหลังเที่ยวบินโป๊ป โป๊ปฟรานซิสทำให้นักข่าวได้กินอาหารแบบเดียวกับนักบวช ส่วนโป๊ปเลโอ “เป็นคนเรียบง่ายจริงๆ”

➡️ สมัยก่อน โป๊ปและคณะผู้ติดตามจะได้อาหารชั้นพรีเมียม ส่วนนักข่าวได้อาหารแบบชั้นประหยัด (Economy Class) แต่พอถึงยุคของโป๊ปฟรานซิส พระองค์ถามหัวหน้าลูกเรือว่านักข่าวกินอะไร และเมื่อเห็นว่านักข่าวได้อาหารแบบชั้นประหยัด โป๊ปฟรานซิสจึงบอกหัวหน้าลูกเรือว่า “พ่อไม่ใช่กษัตริย์” ตั้งแต่นั้นมา นักข่าวที่เดินทางไปกับพระสันตะปาปาก็ได้อาหารแบบเดียวกับบรรดานักบวชบนเครื่องมาตลอด


➡️ หัวหน้าลูกเรือบอกว่า โป๊ป เลโอ ที่ 14 ยังไม่เคยขออะไรเป็นพิเศษเลย “พระองค์เป็นคนเรียบง่ายจริงๆ”


➡️ ลูกเรือบนเที่ยวบินของพระสันตะปาปามีกฎที่ห้ามละเมิด เช่น ห้ามเซลฟี่กับพระสันตะปาปา และถ้าพระองค์ยื่นมือให้ ให้จับมือ อย่าจูบมือ


➡️ วาติกันไม่มีเครื่องบินประจำตำแหน่งแบบแอร์ฟอร์ซ วัน พระสันตะปาปาจึงเดินทางไปต่างประเทศด้วยเที่ยวบินเช่าเหมาลำของสายการบินพาณิชย์ โดยมี ITA Airways และอลิตาเลีย สายการบินรุ่นก่อน เป็นสายการบินหลักมากว่า 60 ปี

หัวหน้าลูกเรือเล่าเบื้องหลังเที่ยวบินโป๊ป โป๊ปฟรานซิสทำให้นักข่าวได้กินอาหารแบบเดียวกับนักบวช ส่วนโป๊ปเลโอ “เป็นคนเรียบง่ายจริงๆ”


Photo Credit: Vatican Media


หนังสือพิมพ์ เดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส พาไปดูเบื้องหลังเที่ยวบินของพระสันตะปาปา ผ่านเรื่องเล่าของเจนนาโร่ อนาสตาซิโอ หัวหน้าพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินอาวุโสของสายการบิน ITA Airways วัย 67 ปี เขาเป็นหัวหน้าลูกเรือในเที่ยวบินของพระสันตะปาปามาแล้วกว่า 80 เที่ยว และตอนนี้กำลังเตรียมตัวสำหรับการเดินทางเยือนลาตินอเมริกา 3 ประเทศ 12 วัน ของพระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ซึ่งเริ่มวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายนนี้


เรื่องราวมีตั้งแต่กฎของลูกเรือ เที่ยวบินที่ตรงเวลาแทบทุกครั้ง การจัดอาหารบนเครื่อง ไปจนถึงเรื่องเล็กๆ ของพระสันตะปาปาแต่ละองค์บนเครื่องบิน Pope Report เรียบเรียงจาก เดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส มาให้ติดตามดังนี้


1. ห้ามเซลฟี่ ห้ามจูบมือ และต้องเรียกชื่อตำแหน่งให้ถูกต้อง


หนึ่งวันก่อนพระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 เดินทางไปฝรั่งเศสเมื่อเดือนกันยายน ลูกเรือของเครื่องบินที่เรียกกันเล่นๆ ว่า “Shepherd One” มารวมตัวกันเพื่อฟังกฎของเที่ยวบิน อนาสตาซิโอไล่เรียงให้ฟังว่า ห้ามถ่ายเซลฟี่กับพระสันตะปาปา ถ้าพระองค์ยื่นมือให้ ให้จับมือ อย่าจูบมือ อย่าขออะไรเป็นการส่วนตัว เช่น ขอให้พระองค์ภาวนาให้คนในครอบครัว อย่าพูดกับพระองค์โดยตรง แต่ให้พูดกับเลขาฯส่วนพระองค์ และต้องคอยตรวจห้องน้ำด้านหน้าเครื่องที่พระสันตะปาปาใช้ให้สะอาดตลอดเที่ยวบิน


ลูกเรือยังต้องเรียกบรรดาคาร์ดินัล บิช็อป และคณะนักบวชที่ติดตามให้ถูกต้อง คาร์ดินัลที่สวมชุดดำคาดผ้าสีแดงต้องเรียกว่า “Eminenza” (เอมิเน็นซ่า) ส่วนบิช็อปที่สวมหมวกและคาดผ้าสีม่วงต้องเรียกว่า “Eccellenza” (เอ็กเชลเล็นซ่า)


“อย่าพลาดนะ แต่ถ้าคุณดันเรียกบิช็อปว่า ‘เอมิเน็นซ่า’ เขาก็จะบอกว่า ‘ไม่ๆ ผมไม่ใช่เอมิเน็นซ่า’ แล้วคุณก็ตอบไปได้ว่า ‘เดี๋ยวท่านก็ได้เป็นครับ’” อนาสตาซิโอเล่าพร้อมหัวเราะ


2. วาติกันไม่มีเครื่องบินส่วนตัว


วาติกันไม่มีเครื่องบินประจำตำแหน่งแบบแอร์ฟอร์ซ วัน ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ พระสันตะปาปาจึงนั่งชั้นธุรกิจในเที่ยวบินเช่าเหมาลำของสายการบินปกติ มากว่าหกทศวรรษแล้วที่ ITA Airways และอลิตาเลีย เป็นสายการบินที่วาติกันเลือกใช้สำหรับเที่ยวบินขาแรกของการเดินทางเยือนต่างประเทศ


ยอร์ก เอเบอร์ฮาร์ท ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ITA บอกว่า สายการบินไม่ได้งานบริการการบินให้พระสันตะปาปามาโดยอัตโนมัติ แต่ต้องแข่งประมูลกับรายอื่นเพื่อให้ได้เที่ยวบินหลักของพระสันตะปาปาเป็นประจำ และยังขาดทุนจากเที่ยวบินเหล่านี้ด้วย


3. เที่ยวบินที่ตรงเวลาแทบทุกครั้ง


เที่ยวบินของพระสันตะปาปาแทบจะตรงเวลาทุกครั้ง เพราะหอบังคับการบินทั่วโลกรู้จักรหัสเรียกขาน AZ4000 และเปิดเส้นทางให้ทันที พอพระสันตะปาปานั่งลงที่ที่นั่งประจำแถวหน้าสุดฝั่งซ้าย เครื่องก็ออกได้เลย ระหว่างที่เครื่องเคลื่อนไปที่รันเวย์ ลูกเรือจะไม่เปิดประกาศและวิดีโอความปลอดภัย เพื่อให้นักข่าวทำงานได้โดยไม่มีเสียงรบกวน ส่วนพนักพิงทุกที่นั่ง รวมถึงชั้นประหยัดที่นักข่าวนั่ง จะมีผ้าผืนเล็กปักตราประจำตำแหน่งของพระสันตะปาปาคลุมไว้


ที่กรุงโรม เครื่องบินออกจากอาคารผู้โดยสารสำหรับบุคคลสำคัญที่สนามบินฟิวมิชิโน่ มีตำรวจทหารของอิตาลีและทหารสวิสของวาติกันเดินตรวจตราบนเครื่อง บิช็อปและคาร์ดินัลขึ้นเครื่องก่อน ส่วนพระสันตะปาปามาถึงด้วยรถยนต์สีดำหรือเฮลิคอปเตอร์ไม่นานก่อนเครื่องขึ้น


แต่ก็มีบ้างที่เครื่องออกไม่ตรงเวลา อนาสตาซิโอเล่าว่า ตอนที่พระสันตะปาปา ฟรานซิส กำลังจะเดินทางไปคิวบาในปี ค.ศ. 2015 มีเครื่องบินอีกลำเครื่องดับค้างอยู่บนรันเวย์ พระสันตะปาปา ฟรานซิส เสนอให้นักบินบินข้ามเครื่องลำนั้นไปเลย อนาสตาซิโอต้องอธิบายว่าทำไม่ได้ เที่ยวบินนั้นออกช้าไป 63 นาที แต่นักบินเร่งทำเวลาคืนระหว่างบิน จนพระสันตะปาปาไปถึงงานแรกที่กรุงฮาวาน่าได้ทัน


4. อาหารเช้าที่ต้องกินให้เสร็จใน 10 นาที


เรื่องที่อาจสำคัญที่สุดของทุกเที่ยวบิน คือการจัดอาหารบนเครื่อง อนาสตาซิโอเล่าว่า เที่ยวบินไปฝรั่งเศสใช้เวลาไม่ถึงสองชั่วโมง และพระสันตะปาปาจะเดินทักทายนักข่าวทีละคนตามธรรมเนียม เขาคำนวณว่าลูกเรือมีเวลาเสิร์ฟจากหัวเครื่องถึงท้ายเครื่องไม่เกิน 30 นาที ผู้โดยสารจึงต้องได้อาหารที่กินหมดภายใน 10 นาที


หลังปรึกษากับเชฟของ ITA วาติกันเลือกถาดที่มีแซนด์วิชไข่คนกับเบคอน แฮมพรอชุตโต้ ชีส ผลไม้ ขนมชิ้นเล็ก ขนมปัง และครัวซองต์ อนาสตาซิโอชอบใส่ความเป็นท้องถิ่นลงไปในอาหาร จึงมีครัวซองต์ในเที่ยวบินไปฝรั่งเศส และช็อกโกแลตตุรกีที่เขาซื้อจากอิสตันบูลในเที่ยวบินขากลับ สำหรับนักข่าวหลายคน นี่เป็นโอกาสที่หาได้ยาก ที่จะได้กินอาหารบนจานเซรามิก ใช้ช้อนส้อมเงิน และดื่มจากแก้วจริง


5. “พ่อไม่ใช่กษัตริย์” คำพูดที่ทำให้นักข่าวได้อาหารแบบเดียวกับนักบวช


อนาสตาซิโอเล่าว่า ในยุคของพระสันตะปาปา จอห์น พอล ที่ 2 และพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 พระสันตะปาปาและคณะผู้ติดตามได้อาหารชั้นพรีเมียม ส่วนนักข่าวและเจ้าหน้าที่ของวาติกันที่ไม่ได้เป็นนักบวชได้อาหารแบบชั้นประหยัด แต่เมื่อพระสันตะปาปา ฟรานซิส ขึ้นเครื่อง พระองค์เห็นการเสิร์ฟอาหารให้บรรดาคาร์ดินัล บิช็อป และนักบวช พระองค์จึงถามอนาสตาซิโอว่า “วันนี้ นักข่าวได้กินอะไร” อนาสตาซิโอให้พระองค์ดูถาดอาหารชั้นประหยัด พระสันตะปาปา ฟรานซิส ก็บอกเขาว่า “พ่อไม่ใช่กษัตริย์นะ”


ตั้งแต่นั้นมา นักข่าวที่เดินทางไปกับพระสันตะปาปาก็ได้อาหารแบบเดียวกับบรรดาคาร์ดินัล บิช็อป และนักบวชที่เป็นคณะผู้ติดตามพระสันตะปาปามาโดยตลอด


ถึงอย่างนั้น อนาสตาซิโอก็ยังเตรียมของพิเศษไว้ให้พระสันตะปาปา ฟรานซิส พอรู้ว่าพระองค์ชอบคุกกี้เลมอนยี่ห้อฮาวานน่าจากอาร์เจนตินา เขาก็นำคุกกี้นี้ขึ้นเครื่องทุกเที่ยว บางครั้งพระสันตะปาปา ฟรานซิส ก็ขออาหารที่ทำเป็นพิเศษ เช่น ข้าวกับชีสปาร์มิจาโน่ เรจจาโน่และเลมอนจากอามาลฟี่ ซึ่งอนาสตาซิโอทำเองบนเครื่อง ส่วนพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ เคยขอไส้กรอกมอร์ตาเดลล่าชั้นดีจากเมืองกัมโปตอสโต้ ในตอนกลางของอิตาลี


แล้วพระสันตะปาปา เลโอ ล่ะ อนาสตาซิโอบอกว่า พระสันตะปาปาองค์ใหม่ยังไม่เคยขออะไรเป็นพิเศษเลย

“พระองค์เป็นคนเรียบง่ายจริงๆ” อนาสตาซิโอกล่าวในตอนท้าย


Source:


- https://www.nytimes.com/2026/11/02/world/europe/pope-plane-shepherd-one-flights.html 


Comments