โป๊ปเลโอ ย้ำ จะทำสงครามโดยอ้างพระเจ้าไม่ได้เด็ดขาด การสู้รบในนามศาสนาคือการทำร้ายศาสนาเอง
➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงย้ำ จะทำสงครามโดยอ้างพระเจ้าไม่ได้เด็ดขาด
➡️ ทรงสอน ไม่มีสงครามใดศักดิ์สิทธิ์ มีแต่สันติภาพเท่านั้นที่ศักดิ์สิทธิ์ และการสู้รบในนามของศาสนา ก็คือการทำร้ายศาสนาเอง
➡️ ทรงชวนทุกคนภาวนาเพื่อสันติภาพ และอย่าลืมว่าการภาวนาไม่เคยสูญเปล่า พร้อมขอให้เราเป็นเครื่องมือที่ไร้อาวุธ เพื่อนำสันติภาพของพระเจ้าไปสู่โลก
ช่วงเย็นวันอังคารที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงส่งสารวิดีโอถึงผู้นำศาสนาและผู้ร่วมงานภาวนาเพื่อสันติภาพที่เมืองอัสซีซี ประเทศอิตาลี งานนี้จัดโดยกลุ่มซานต์ เอจิดิโอ เนื่องในโอกาสครบรอบ 40 ปีที่นักบุญจอห์น พอล ที่ 2 เชิญผู้นำศาสนามาภาวนาเพื่อสันติภาพเมื่อ ค.ศ. 1986
งานนี้ พระสันตะปาปาชาวอเมริกันไม่ได้เดินทางไปร่วมงาน เพราะแพทย์ให้พักฟื้นหลังผ่าตัดปอด โอกาสนี้ พระสันตะปาปากล่าวถึงสงครามที่กลับมาอีกครั้งในโลกวันนี้ และการภาวนาเพื่อสันติภาพ ซึ่ง Pope Report เรียบเรียงใจความสำคัญมาให้ดังนี้
1. พ่ออยากไปอยู่กับพวกท่านที่หลุมฝังศพของนักบุญฟรานซิส
พระสันตะปาปาทรงทักทายอัครบิดร ผู้นำศาสนา บิช็อปแห่งอัสซีซี และครอบครัวฟรานซิสกัน หลายคนเคยมาร่วมงานภาวนาเพื่อสันติภาพที่จัดต่อเนื่องมาหลายปี พระองค์บอกด้วยว่า อยากไปร่วมงานครั้งนี้ด้วยตัวเอง
“พ่ออยากไปอยู่กับพวกท่านที่หลุมฝังศพของนักบุญฟรานซิสในวันครบรอบสำคัญนี้มาก อยากเห็นหน้าทุกคน และเป็นพยานด้วยกันว่า เราอยู่กันแบบพี่น้องได้แล้วตั้งแต่วันนี้”
พระสันตะปาปายังขอบคุณสมณกระทรวงเพื่อศาสนสัมพันธ์ และกลุ่มซานต์ เอจิดิโอ ที่สานต่อบนเส้นทางนี้มาตลอด
“พ่อดีใจที่เห็นการเดินทางที่ยาวนานและซื่อสัตย์ตลอดหลายปีนี้ ซึ่งเกิดผลมากมาย พระสันตะปาปา ฟรานซิส เคยพูดถึงวันที่น่าจดจำในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1986 ว่า ‘วันนั้นไม่ควรและไม่อาจเป็นแค่เหตุการณ์ครั้งเดียว พวกท่านเดินต่อบนเส้นทางนี้ และทำให้มันก้าวหน้าขึ้นอีก’” พระสันตะปาปาตรัส
2. หลังสงครามเย็น หลายคนเคยเชื่อว่าโลกาภิวัตน์จะนำสันติภาพมาให้
พระสันตะปาปาทรงเล่าว่า งานภาวนาครั้งแรกเมื่อ ค.ศ. 1986 เกิดขึ้นในยุคสงครามเย็น ซึ่งต่างจากโลกทุกวันนี้มาก และหลังปี 1989 หลายคนเชื่อว่าโลกาภิวัตน์จะทำให้โลกมีสันติภาพที่ยั่งยืน
“น่าเสียดาย อย่างที่พ่อเขียนไว้ในสมณสาสน์ ‘ความเป็นมนุษย์ที่งดงาม’ ว่า ผู้คนเชื่อแทบจะอย่างไม่ลืมหูลืมตาว่า ตลาดจะสร้างความมั่งคั่ง ประชาธิปไตย และความมั่นคงได้ แต่ความจริงแล้ว โลกาภิวัตน์ไม่ได้ทำให้เกิดความเป็นหนึ่งเดียวและสันติภาพขึ้นมาเอง กลับทำให้คนหันไปหาความคิดแบบสุดโต่ง ยึดติดกับอัตลักษณ์ของตัวเอง และชาตินิยม” พระสันตะปาปาทรงอธิบาย
3. สงครามกลับมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองระหว่างประเทศอีกครั้ง
จากนั้น พระสันตะปาปาทรงเตือนว่า ตอนนี้สงครามกลับมาถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองระหว่างประเทศอีกครั้ง ซึ่งน่าเป็นห่วงมาก และยกหนังสือคำสอนศาสนจักรคาทอลิกมาอธิบาย
“หลายคนมองว่า การสะสมอาวุธเป็นวิธีที่ฟังดูย้อนแย้งแต่ได้ผล ในการทำให้ศัตรูไม่กล้าเริ่มสงคราม และคิดว่าเป็นทางที่ดีที่สุดในการรักษาสันติภาพระหว่างประเทศ ความคิดแบบนี้ทรยศต่อความทรงจำของศตวรรษที่ 20 ที่ชีวิตคนนับล้านต้องสูญเสียไปอย่างไร้เหตุผล”
“ในยุคที่ใช้อำนาจเป็นใหญ่แบบนี้เอง เราจึงต้องหล่อเลี้ยงเจตนารมณ์แห่งอัสซีซีไว้ คือไม่อ้างศาสนามาสนับสนุนสงคราม เป็นคนกลางและพูดคุยกัน และไตร่ตรองควบคู่กับลงมือทำอย่างสร้างสรรค์ เพื่ออนาคตที่มีสันติภาพ ใช่แล้ว สันติภาพต้องกลับมาเป็นความใฝ่ฝันร่วมกันของทุกชนชาติอีกครั้ง เป็นดาวนำทางในทุกการตัดสินใจ เป็นมาตรวัดที่เปิดโปงความอยุติธรรม และเป็นเป้าหมายร่วมกันของทุกคน” พระสันตะปาปาทรงย้ำ
4. ไม่มีสงครามใดศักดิ์สิทธิ์ มีแต่สันติภาพเท่านั้นที่ศักดิ์สิทธิ์
พระสันตะปาปาทรงเรียกร้องให้ทุกคนหันกลับมาสร้างสันติภาพ และย้ำว่าจะอ้างพระเจ้าหรือศาสนาเพื่อทำสงครามไม่ได้
“เราต้องสร้างสันติภาพขึ้นใหม่ในทุกที่ ไม่ใช่เตรียมตัวทำสงครามเพิ่ม จะทำสงครามโดยอ้างพระเจ้าไม่ได้เด็ดขาด สำหรับเราที่มีความเชื่อ การสู้รบในนามของศาสนา ก็คือการทำร้ายศาสนาเอง ไม่มีสงครามใดศักดิ์สิทธิ์ มีแต่สันติภาพเท่านั้นที่ศักดิ์สิทธิ์” พระสันตะปาปาตรัส
5. การภาวนาไม่เคยสูญเปล่า
ช่วงท้าย พระสันตะปาปาทรงบอกว่า เส้นทางที่เริ่มต้นที่อัสซีซีคือเส้นทางของการภาวนาก่อนอื่นใด และชวนผู้นำศาสนาช่วยกันสร้างบรรยากาศของการพูดคุยกัน
“การภาวนาอาจดูอ่อนแอเมื่ออยู่ต่อหน้าอำนาจของโลก แต่การภาวนาคือพลังที่เรียบง่ายของผู้มีความเชื่อ ขอให้เราหันไปหาพระเจ้า ผู้ประทานสันติภาพ ให้พระองค์สัมผัสหัวใจของคนที่แสวงหาสงครามและการก่อการร้าย อย่าลืมว่า การภาวนาไม่เคยสูญเปล่า … โลกต้องการการพูดคุยกัน เส้นทางแห่งอัสซีซีเรียกร้องให้ผู้นำศาสนาช่วยสร้างบรรยากาศของการพูดคุยกัน ทั้งในหมู่ผู้มีความเชื่อและในสังคม เพื่อให้คำพูดที่หยิ่งยโสหลีกทางให้คำพูดที่นำสันติภาพ การเจรจา และความเข้าใจกัน”
“พี่น้องชายหญิงที่รัก ขอให้คำภาวนาของเราช่วยวอนขอพระเจ้าให้ประทานสันติภาพที่เราปรารถนาแก่ทุกชนชาติ ขอพระองค์ทำให้เราเป็นเครื่องมือที่ไร้อาวุธ เพื่อนำสันติภาพของพระองค์ ‘ผู้สร้างสันติย่อมเป็นสุข เพราะเขาจะได้ชื่อว่าเป็นลูกของพระเจ้า’” พระสันตะปาปาตรัสในตอนท้าย
Source:

Comments
Post a Comment