The Practice of the Presence of God หนังสือที่โป๊ปเลโอแนะนำ: หลายคนไม่ก้าวหน้าในชีวิตคริสตชน เพราะลืมรักพระเจ้า

The Practice of the Presence of God หนังสือที่โป๊ปเลโอแนะนำ: หลายคนไม่ก้าวหน้าในชีวิตคริสตชน เพราะลืมรักพระเจ้า
Photo Credit: Vatican Media



The Practice of the Presence of God คือหนังสือคำสอนของบราเดอร์ ลอว์เรนซ์ นักพรตคณะคาร์เมไลท์ชาวฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 17 ที่พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 บอกว่าเป็นแนวทางชีวิตจิตของพระองค์มาหลายปี หัวใจของหนังสือคือการฝึกอยู่กับพระเจ้าตลอดทั้งวัน และทำทุกอย่างเพราะรักพระองค์


หนังสือเล่มนี้คืออะไร


1. ช่วงนี้ผมอ่านหนังสือ The Practice of the Presence of God เล่มนี้พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 แนะนำเอง ตอนบินกลับจากตุรกีและเลบานอนเมื่อต้นเดือนธันวาคม ค.ศ. 2025 นักข่าวขอให้พระองค์บอกหนังสือหนึ่งเล่ม นอกจากงานเขียนของนักบุญออกัสติน ที่อ่านแล้วจะเข้าใจว่าพระองค์เป็นคนแบบไหน พระองค์ตอบว่าเล่มนี้ และบอกว่า “ถ้าอยากรู้อะไรเกี่ยวกับพ่อ นี่คือแนวทางชีวิตจิตของพ่อมาหลายปีแล้ว” ต่อมาพระองค์ยังเขียนคำนำให้หนังสือเล่มนี้ ฉบับที่สำนักพิมพ์วาติกันพิมพ์ใหม่ด้วย


2. ชื่อหนังสือแปลว่า “การฝึกอยู่ต่อหน้าพระเจ้า” เป็นคำสอนของ “บราเดอร์ ลอว์เรนซ์” (Brother Lawrence) แต่ชื่อจริงๆในภาษาฝรั่งเศสคือ “โลร็องต์” ชื่อเดิมของเขาคือ นิโกล่าส์ แอร์ม็อง (Nicolas Herman) เป็นนักพรตคาทอลิกชาวฝรั่งเศสที่เกิดราว ค.ศ. 1614 ที่แคว้นโลแรน ประเทศฝรั่งเศส ก่อนเข้าอารามเขาเคยเป็นทหารและได้รับบาดเจ็บจากสงคราม และเคยทำงานเป็นคนรับใช้ ต่อมา สมัครเข้าคณะคาร์เมไลท์ในกรุงปารีส และใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในครัวและงานทั่วไปในอาราม


3. หนังสือมี 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นบทสนทนา 4 ครั้ง ที่ คุณพ่อโฌเซฟ เดอ โบฟอร์ ไปคุยกับท่านแล้วจดไว้ ส่วนที่สองเป็นจดหมาย 15 ฉบับที่ บราเดอร์ ลอว์เรนซ์ เขียนเอง (โพสต์นี้เป็นส่วนแรกที่คุณพ่อเดอ โบฟอร์ สรุปจากบทสนทนา ส่วนที่สองที่เป็นจดหมาย ถ้าผมอ่านจบแล้ว จะมาเขียนสรุปให้อีกทีครับ) 


คำสอนสำคัญของบราเดอร์ ลอว์เรนซ์


4. บราเดอร์ ลอว์เรนซ์ เสียดายที่คนส่วนใหญ่มีความเชื่อในพระเจ้าน้อยมาก ใช้ชีวิตโดยไม่ได้ยึดความเชื่อเป็นหลัก แต่ไปสนใจกิจศรัทธาเล็กๆ น้อยๆ ที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ทุกวัน หลายคนไม่ก้าวหน้าในชีวิตคริสตชน เพราะไปติดอยู่กับการใช้โทษบาปและการฝึกเฉพาะอย่าง จนลืมรักพระเจ้า


5. บราเดอร์ ลอว์เรนซ์ บอกว่า การพลีกรรมจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อทำเพราะรักพระเจ้า ถ้าไม่มีความรักอยู่ในนั้น พลีกรรมแบบไหนก็ลบบาปไม่ได้แม้แต่บาปเดียว การไปหาพระเจ้าก็ไม่ต้องใช้เทคนิคหรือความรู้อะไร ขอแค่มีใจที่ตั้งมั่นว่าจะรักพระองค์


6. ตัวท่านเองรักพระมาตั้งแต่กลับใจเมื่ออายุ 18 ปี ฤดูหนาวปีนั้น ท่านเห็นต้นไม้ต้นหนึ่งใบร่วงหมดต้น แล้วก็คิดว่าอีกไม่นานใบจะงอกใหม่ ดอกจะผลิบาน ท่านเลยมองเห็นพระญาณสอดส่องของพระเจ้า หลังจากนั้นท่านทำทุกอย่างเพื่อรักพระเจ้า แค่ได้ก้มลงเก็บฟางเส้นเดียวจากพื้นเพื่อถวายแด่พระเจ้า ท่านก็ดีใจแล้ว


7. สิ่งที่ บราเดอร์ ลอว์เรนซ์ ฝึกมาทั้งชีวิต คือฝึกให้รู้สึกว่าพระเจ้าอยู่กับเราเสมอ เช่น ฝึกคุยกับพระเจ้าทั้งวัน คุยตรงๆ ธรรมดาๆ มีเรื่องอะไรก็ขอให้พระองค์ช่วยตอนนั้นเลย ท่านบอกว่าพระเจ้าช่วยทุกครั้ง ส่วนการเลิกคุยกับพระองค์แล้วไปคิดเรื่องไร้สาระ ท่านบอกว่ามันน่าอาย


8. การจะเป็นคนศักดิ์สิทธิ์นั้น บราเดอร์ ลอว์เรนซ์ บอกว่าไม่ต้องเปลี่ยนงาน ทำงานเดิมนั่นแหละ แต่ทำเพื่อพระเจ้า ไม่ได้ทำเพื่อให้ใครชม งานเล็กแค่ไหนก็ได้ เพราะพระเจ้าดูที่ความรัก ช่วงแรกพลาดบ่อยก็ไม่เป็นไร ทำไปเรื่อยๆ จะเป็นนิสัยเอง


9. บราเดอร์ ลอว์เรนซ์ ยอมรับว่า ท่านไม่ชอบทำงานในครัว แต่ท่านก็ฝึกทำทุกอย่างเพื่อความรักต่อพระเจ้า ขอพระหรรษทานก่อนทำงาน สนทนากับพระองค์ระหว่างทำงาน และขอบคุณพระเมื่องานเสร็จ ผลคืองานหนักและน่ารำคาญกลับกลายเป็นพื้นที่แห่งความสงบ ท่านบอกว่าสำหรับตัวเองแล้ว “เวลาทำงานไม่ต่างจากเวลาภาวนา” แม้อยู่ในครัวที่เสียงดัง มีคนตะโกนเรียกตลอด ท่านก็อยู่กับพระเจ้าได้อย่างสงบเหมือนอยู่ต่อหน้าศีลมหาสนิท


10. บราเดอร์ ลอว์เรนซ์ ยอมรับว่า มีบ้างที่หลงลืมพระเจ้า แต่ท่านก็บอกพระเจ้าตรงๆ ว่าตัวเองเป็นคนไม่ดี แล้วก็กลับไปหาพระองค์ 


11. เวลาจะทำความดี ท่านบอกพระเจ้าว่า “พระเจ้าข้า ลูกทำไม่ได้หรอก ถ้าพระองค์ไม่ช่วยลูก” เวลาทำผิด ท่านไม่แก้ตัว แค่สารภาพ แล้วบอกว่า “ถ้าพระองค์ปล่อยลูกไว้ตามลำพัง ลูกก็จะเป็นแบบนี้แหละ พระองค์ต้องคอยกันไม่ให้ลูกล้ม และแก้สิ่งที่ผิดให้” จากนั้นก็ไม่เครียดเรื่องนั้นอีก


12. บางวันสวดภาวนาแล้วไม่รู้สึกอะไร บางวันแย่ๆ เบื่อๆ ท่านบอกให้สวดต่อไป เพราะพระเจ้ากำลังดูว่าเรารักพระองค์จริงไหม และหลายครั้ง การมอบตัวเองให้พระเจ้าในช่วงแบบนี้แค่ครั้งเดียว ก็ช่วยให้ชีวิตจิตก้าวหน้าไปได้มาก


13. บราเดอร์ ลอว์เรนซ์ ฝึกแบบนี้มาทั้งชีวิต ล้มแล้วก็ลุก กลับมาเชื่อและรักพระองค์ใหม่อยู่บ่อยๆ จนท่านบอกว่า ตอนนี้ถ้าจะให้ท่านไม่คิดถึงพระเจ้า ก็ยากพอๆ กับตอนแรกที่ต้องฝึกให้คิดถึงพระองค์


สรุป


14. Part แรกของหนังสือเล่มนี้บอกเราว่า พระเจ้าไม่ได้อยู่ไกลจนต้องรอเวลาพิเศษจึงจะพบพระองค์ได้ พระองค์อยู่ใกล้เราในทุกวินาที แต่เราต้องฝึกใจให้กลับมารับรู้การประทับอยู่ของพระเจ้า ชีวิตคริสตชนที่ลึกที่สุดจึงอาจไม่ได้เริ่มจากการทำสิ่งใหญ่ แต่เริ่มจากการไม่ปล่อยให้พระเจ้าถูกลืมในสิ่งเล็กๆ ของทุกวัน สำคัญสุด จงทำทุกอย่างเพราะรักพระเจ้า ไม่ใช่โฟกัสกับเรื่องอื่นๆ เช่น ห่วงแต่พลีกรรมหรือสวดเป็นหุ่นยนต์ แต่ใจไม่ได้รักพระเจ้าจริงๆ


และนี่คือ Part แรก ถ้าผมอ่าน Part สองเสร็จ จะมาสรุปอีกครั้งนะครับ


Sources:


1. https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/speeches/2025/december/documents/20251202-libano-volo-ritorno.html


2. https://www.ewtnnews.com/vatican/pope-leo-xiv-writes-preface-to-book-that-shaped-his-spiritual-life


3. https://www.gutenberg.org/ebooks/5657


Comments