เปิดชีวิตที่หลายคนไม่เคยรู้ของโป๊ปเลโอ เฝ้าแม่จนวาระสุดท้าย และใช้มรดกของพ่อช่วยสร้างวัดคาทอลิกในเปรู

➡️ หนังสือ “American Pope” เล่าชีวิตที่หลายคนไม่เคยรู้ของพระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทั้งช่วงที่พระองค์เฝ้าแม่ที่ป่วยเป็นมะเร็งจนวาระสุดท้ายของชีวิต และการใช้มรดกของพ่อช่วยสร้างวัดคาทอลิกในเปรู


➡️ หลังพ่อเสียชีวิตเมื่อ ค.ศ. 1997 โป๊ปเลโอนำมรดกที่ได้รับจากพ่อ ไปจ่ายค่าเทฐานรากคอนกรีตของวัดคาทอลิกในเปรู


➡️ สมัยวัยรุ่น เคยคิดถึงการมีภรรยาและลูก จนได้คุยกับคุณพ่อของตัวเองว่าจะเอาไงกับชีวิตดี ซึ่งคุณพ่อสอนกลับไปว่า “ความผูกพันระหว่างสงฆ์คาทอลิกกับพระเจ้าก็ใกล้ชิดและลึกซึ้งไม่แพ้ความรักแบบคู่รัก” 


➡️ ตอนเด็ก โป๊ปเคยฝันอยากเป็นคนขับรถบรรทุก เพราะชอบรถลากและรถพ่วง แค่ได้ดู “กันชนหรือล้อรถ” ก็บอกได้เลยว่าเป็นรถรุ่นไหน


➡️ ก่อนการเลือกพระสันตะปาปาที่ผ่านมา คาร์ดินัล โรเบิร์ต เพรโวสท์ (โป๊ป เลโอ ที่ 14) อ่านบทสัมภาษณ์ของคาร์ดินัล เบลส คิวพิช อาร์คบิช็อปแห่งชิคาโก้ ที่บอกว่า “บรรดาคาร์ดินัลคงไม่เลือกคนอเมริกันเป็นพระสันตะปาปาหรอก” คาร์ดินัลเพรโวสท์ จึงบอกเพื่อนสงฆ์คาทอลิกว่า “แบบนี้ ผมหลับสบายเลย ไม่ต้องกังวลแล้ว”

เปิดชีวิตที่หลายคนไม่เคยรู้ของโป๊ปเลโอ เฝ้าแม่จนวาระสุดท้าย และใช้มรดกของพ่อช่วยสร้างวัดคาทอลิกในเปรู
Photo Credit: Vatican Media


นิตยสาร People หยิบเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของพระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ซึ่งตีพิมพ์ลงในหนังสือ “American Pope: Leo XIV’s Road from the South Side of Chicago to Vatican City” โดยหนังสือเล่มนี้ แดเนี่ยล เบิร์ก และ สก็อตต์ เดทโทรว์ สองนักข่าวของ NPR ร่วมกันเขียนขึ้น 


เนื้อหาข้างในเป็นการบอกเล่าตั้งแต่ช่วงที่พระสันตะปาปา เลโอ ต้องดูแลแม่ซึ่งป่วยหนักด้วยโรคมะเร็ง รวมไปถึงการนำมรดกที่ได้รับจากพ่อไปช่วยสร้างวัดคาทอลิกในเปรู ไปจนถึงการตอบข้อความเพื่อนเก่าหลังเป็นพระสันตะปาปา โดย Pope Report เรียบเรียงเรื่องราวจาก People มาให้ติดตามดังนี้


1. บินกลับบ้านหลายครั้งตอนแม่ป่วยหนัก และถวายมิสซาปลงศพให้แม่


ตอนถูกส่งไปเป็นธรรมทูตอยู่ที่เปรู คุณพ่อโรเบิร์ต เพรโวสท์ (โป๊ป เลโอ ที่ 14) อยู่ห่างจากครอบครัวที่อิลลินอยส์หลายพันไมล์ ค่าโทรศัพท์ก็แพง ส่วนจดหมายก็ใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะถึงบ้าน


เดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1984 แม่ของพระองค์ป่วยเป็นมะเร็งและต้องทำคีโม ตอนแรกแพทย์ประเมินว่า คุณแม่จะมีชีวิตอยู่ได้อีก 6 เดือน แต่การรักษาก็ช่วยยืดเวลาให้คุณแม่ได้อยู่กับครอบครัวนานกว่านั้น จากนั้น ค.ศ. 1989-1990 อาการของคุณแม่แย่ลง คุณพ่อโรเบิร์ต เพรโวสท์ ลูกชายคนเล็กจึงบินไปๆ มาๆ ระหว่างเปรูกับอิลลินอยส์ โดยไม่รู้ว่าครั้งไหนจะได้เจอแม่เป็นครั้งสุดท้าย


“ช่วงท้ายๆ เราก็จะบอกกันว่า ‘แย่แล้ว คราวนี้แม่อาการหนักแล้ว’ เขาก็จะบินกลับมา แล้วจู่ๆ แม่ก็อาการดีขึ้น เขาก็บินกลับไป” จอห์น พี่ชายคนกลางของพระสันตะปาปา รำลึกความหลัง


เดือนมิถุนายน ค.ศ. 1990 ครอบครัวรู้แล้วว่าคุณแม่คงอยู่ได้อีกไม่นาน คุณพ่อโรเบิร์ต จึงกลับมาเป็นครั้งสุดท้าย และอยู่กับแม่ทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อที่แม่จะได้ไม่ต้องอยู่คนเดียวตอนจากไป ที่สุดแล้ว คุณแม่เสียชีวิตวันที่ 18 มิถุนายน ค.ศ. 1990 ขณะอายุ 77 ปี โดยคุณพ่อโรเบิร์ต เพรโวสท์ เป็นผู้ถวายมิสซาปลงศพให้แม่ที่วัดเซนต์แมรี่ ตรงพระแท่นเดียวกับที่เมื่อหลายปีก่อน แม่เคยคุกเข่ารับศีลมหาสนิทจากมือลูกชายที่เพิ่งบวชเป็นสงฆ์คาทอลิก


2. นำมรดกของพ่อไปช่วยสร้างวัดในเปรู


หลังแม่เสียชีวิต คุณพ่อโรเบิร์ต เพรโวสท์ ได้พา “หลุยส์ เพรโวสท์” ผู้เป็นบิดา มาพักที่เปรูเป็นครั้งคราว เพื่อให้เปลี่ยนบรรยากาศ ถึงแม้ หลุยส์จะพูดภาษาสแปนิชได้ไม่มาก แต่ก็สนิทกับบรรดาผู้เข้ารับการอบรมเตรียมบวชเป็นสงฆ์คาทอลิก ผ่านทางการคุยกันเรื่องกีฬา ดนตรี และความเชื่อคาทอลิก เขาร่วมสวดภาวนากับนักบวชทุกเช้าและเย็น และส่งการ์ดวันเกิดให้พวกเขาทุกปี โดยจะให้เงิน 20 ดอลลาร์ไว้ข้างใน บรรดาผู้เข้ารับการอบรมเตรียมบวชเป็นสงฆ์คาทอลิก เรียก “หลุยส์” ว่า “ลุยจิ” และทุกวันนี้รูปของเขายังแขวนอยู่ในวัดน้อยของบ้านอบรมผู้เตรียมตัวเป็นนักบวชคาทอลิกด้วย 


หลัง หลุยส์ ผู้เป็นบิดาเสียชีวิตในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1997 คุณพ่อโรเบิร์ต เพรโวสท์ ได้นำมรดกที่ได้รับไปจ่ายค่าเทฐานรากคอนกรีตของวัดคาทอลิกแห่งหนึ่งในเปรู วัดนี้เริ่มจากกลุ่มสตรีในชุมชนซานตา มาเรีย ที่มาขอความช่วยเหลือจากนักบวช พวกเธอมีที่ดินแล้ว แต่ยังไม่มีตัวอาคาร ช่วงแรกสัตบุรุษต้องมาร่วมพิธีในวัดชั่วคราวที่มุงด้วยใบไม้และไม้ท่อนเล็กๆ เด็กนั่งม้านั่งด้านหน้า ส่วนผู้ใหญ่ยืนอยู่ข้างหลัง


เมื่อแผนสร้างวัดถาวรเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง คุณพ่อเพรโวสท์ช่วยเรื่องเอกสารและอุปกรณ์ และค่อยๆปล่อยให้ชุมชนรับผิดชอบงานใหญ่กันเอง รวมถึงการหาเงินบริจาคจากต่างประเทศ เพราะอยากให้คริสตชนทุกคนรู้สึกว่า วัดคาทอลิกแห่งนี้เป็นวัดที่พวกเขาสร้างขึ้นเอง


3. เคยคิดถึงชีวิตที่มีภรรยาและลูก และเคยฝันอยากขับรถบรรทุก


โรเบิร์ต เพรโวสท์ ออกจากบ้านไปเข้าสามเณราลัยคาทอลิก ตั้งแต่อายุ 13 ขวบ แต่หนังสือเล่าว่า ตอนเป็นวัยรุ่น โรเบิร์ตเคยคิดถึงการมีครอบครัว มีภรรยาและลูก เหมือนกับพ่อแม่ของตน สิ่งที่ช่วยให้โรเบิร์ตผ่านความลังเลนี้ไปได้คือการคุยกับ “หลุยส์ เพรโวสท์” บิดาของตน หลุยส์บอกลูกชายว่า “ความผูกพันใกล้ชิดมีหลายแบบ รวมถึงความผูกพันระหว่างสงฆ์คาทอลิกกับพระเจ้า ซึ่งใกล้ชิดและลึกซึ้งได้ไม่แพ้ความรักแบบคู่รัก”


ช่วงเรียนปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยวิลลาโนว่า โรเบิร์ตไม่ได้คบหาใคร แต่ก็ยังไปงานปาร์ตี้ และเคยแต่งตัวเป็นกราวโช่ มาร์กซ์ นักแสดงตลกชื่อดังในวันฮาโลวีนด้วย


นอกจากนี้ ตอนเด็กๆ โรเบิร์ตเคยอยากเป็นคนขับรถบรรทุก เพราะชอบรถหัวลากและรถพ่วงที่เพื่อนบ้านจอดไว้แถวบ้าน จนหลงใหลทุกอย่างที่มีล้อ แค่ได้ “ดูกันชนหรือล้อ” โรเบิร์ตก็บอกได้ว่าเป็นรถรุ่นไหน 


4. เคยคิดว่าคาร์ดินัลคงไม่เลือกคนอเมริกันเป็นพระสันตะปาปา


ก่อนการเลือกพระสันตะปาปาครั้งล่าสุด คาร์ดินัล โรเบิร์ต เพรโวสท์ ซึ่งเริ่มคิดถึงการเกษียณแล้ว ได้อ่านบทสัมภาษณ์คาร์ดินัล เบลส คิวพิช อาร์คบิช็อปแห่งชิคาโก้ ที่บอกว่า “การที่บรรดาคาร์ดินัลจะเลือกคนอเมริกันเป็นพระสันตะปาปาเป็นไปได้ยาก” เพราะสหรัฐอเมริกามีอำนาจทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ และการทหาร


“คาร์ดินัลคิวพิช บอกว่าบรรดาคาร์ดินัลไม่เลือกคนอเมริกัน(เป็นพระสันตะปาปา)แน่ๆ ได้ยินแบบนี้ ผมนอนหลับสบายเลย” คาร์ดินัล เพรโวสท์ บอกกับคุณพ่อจอห์น เมอร์เคลิส เพื่อนของพระองค์


ต่อมาคุณพ่อเมอร์เคลิสเล่าเรื่องนี้ให้ ซิสเตอร์เทเรซ เดล เจนิโอ โดยซิสเตอร์ท่านนี้เคยเป็นพี่เลี้ยงของคาร์ดินัลเพรโวสท์และคาร์ดินัลคิวพิช ตอนที่ทั้งสองเรียนเรื่องการดูแลผู้ที่ต่อสู้กับการติดยาเสพติด


เรื่องนี้ ซิสเตอร์เดล เจนิโอ บอกว่า “เขาลืมพระจิตไปแล้วล่ะ (ว่าพระจิตทำงานแบบที่เราคาดไม่ถึง)”


ส่วนจอห์น พี่ชายคนกลางของพระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ก็ยอมรับว่า ช่วงแรก ตนภาวนาขอให้น้องชายไม่ได้รับเลือก เพราะรู้ว่าน้องจะกลับบ้านได้น้อยลง แต่พอภาวนาไปเรื่อยๆ ความรู้สึกก็เปลี่ยนไป “ไม่ใช่ตามใจผม แต่ตามสิ่งที่ดีสำหรับศาสนจักร” 


5. ยังตอบข้อความเพื่อนเก่า แต่เปลี่ยนคำลงท้าย


แม้เป็นพระสันตะปาปาแล้ว พระองค์ก็ยังตอบข้อความของเพื่อนเก่าภายในไม่กี่วัน บางครั้งภายในไม่กี่ชั่วโมง ทั้งครูสมัยมัธยมปลาย เพื่อนร่วมชั้นสมัยประถม และสงฆ์คาทอลิกจากเปรู ทุกคนยังทึ่งที่พระองค์ตอบอีเมล ข้อความ WhatsApp หรือข้อความทางโทรศัพท์จากวาติกันได้เร็วขนาดนี้ สิ่งเดียวที่เปลี่ยนไปคือคำลงท้าย จากเดิม “Peace and love, Bob” (สันติสุขและรัก บ็อบ) ตอนนี้พระองค์ลงชื่อว่า “Leone PP. XIV”


นอกจากนี้ พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ยังมีอารมณ์ขันเหมือนเดิม ครั้งหนึ่ง อดีตพี่เลี้ยงคนหนึ่งถามพระองค์ว่า “ตอนนี้ กินพาสต้าอย่างไร เพราะต้องใส่ชุดสีขาวทั้งวัน” พระสันตะปาปาชาวอเมริกันตอบว่า “ก็แค่ระวังให้มากๆ ไง”


Source: 


- https://people.com/after-dads-death-pope-leo-used-inheritance-to-help-build-church-peru-12165147 


Comments