โป๊ปรีวิวทริปเยือนฝรั่งเศส น็อทเทรอดามคือภาพของ “การเกิดใหม่” และศาสนจักรต้องรับฟังและเดินเคียงข้างผู้เสียหายที่ถูกสงฆ์คาทอลิกล่วงละเมิดทางเพศ
➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงใช้อาสนวิหารน็อทเทรอดาม ซึ่งกลับมางดงามอีกครั้งหลังเหตุเพลิงไหม้ เป็นภาพของ “การเกิดใหม่”
➡️ ทรงย้ำ ศาสนจักรต้องรับฟังและเดินเคียงข้างผู้เสียหายที่ถูกสงฆ์คาทอลิกล่วงละเมิดทางเพศ เราต้องยอมรับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น และทำงานเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก
➡️ ทรงสอน ชีวิตมนุษย์ทุกชีวิตมีศักดิ์ศรีที่ไม่มีใครสามารถละเมิดได้ ทุกคนสมควรได้รับการดูแลและช่วยบรรเทาความทุกข์จนวาระสุดท้ายของชีวิต

Photo Credit: Vatican Media
ช่วงสายวันพุธที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงออกมาพบปะคริสตชนและสอนคำสอนในการเข้าเฝ้าทั่วไป ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน วันนี้ พระสันตะปาปาทรงแบ่งปันเรื่องราวจากการเสด็จเยือนฝรั่งเศส โดยใช้อาสนวิหารน็อทเทรอดามเป็นสัญลักษณ์ของการเดินทาง และสรุปด้วยคำว่า “การเกิดใหม่” ซึ่ง Pope Report เรียบเรียงใจความสำคัญมาให้ดังนี้
1. น็อทเทรอดามคือภาพของ “การเกิดใหม่”
พระสันตะปาปาเริ่มด้วยการกล่าวถึงน็อทเทรอดาม ซึ่งได้รับการสร้างขึ้นใหม่หลังเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่เมื่อเจ็ดปีก่อน
พระสันตะปาปาตรัสว่า “น็อทเทรอดาม ซึ่งเคยได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุเพลิงไหม้ กลายเป็นสัญลักษณ์ที่ช่วยให้เราเข้าใจการเยือนครั้งนี้ พ่ออยากสรุปด้วยคำเพียงคำเดียวว่า ‘การเกิดใหม่’ อาสนวิหารแห่งกรุงปารีส ซึ่งเมื่อเพียงเจ็ดปีก่อนดูเหมือนจะได้รับบาดเจ็บถึงตายจากเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ บัดนี้ได้รับการสร้างขึ้นใหม่แล้ว และงดงามยิ่งกว่าที่เคย”
2. ศาสนจักรไม่ได้สร้างจากก้อนหิน แต่สร้างจากผู้คน
จากอาสนวิหารน็อทเทรอดาม พระสันตะปาปาทรงพูดถึงการภาวนาตื่นเฝ้าพร้อมเยาวชนที่สนามสต๊าด เดอ ฟร็องซ์
พระสันตะปาปาตรัสว่า “ศาสนจักรไม่ได้ประกอบขึ้นจากก้อนหินหรือปูนซีเมนต์ แต่ประกอบขึ้นจากผู้คนที่รักพระเยซูคริสต์ เพราะพวกเขาได้รับความรักจากพระองค์ก่อน ที่สนามกีฬา มีคนรุ่นใหม่ของฝรั่งเศส พ่ออยากบอกว่า พวกเขา ‘ใหม่’ ไม่ใช่เพียงในแง่ของอายุ แต่ยิ่งกว่านั้นคือใหม่ในจิตใจ ในอิสรภาพของหัวใจ และในความเชื่อ … พวกเขาเผยให้เห็นหัวใจที่โหยหาความจริงและความรัก พ่อบอกพวกเขาด้วยความยินดีว่า ‘พวกลูกคือบรรดานักบุญของฝรั่งเศส’ การชุมนุมภาวนาในคืนนั้นเป็นเครื่องหมายแห่งความหวังอันยิ่งใหญ่”
พระสันตะปาปาชาวอเมริกันยังกล่าวถึงจำนวนคนหนุ่มสาวและผู้ใหญ่ที่ขอรับศีลล้างบาปเพิ่มขึ้นอย่างมากในฝรั่งเศสด้วยว่า “มีเครื่องหมายแห่งการฟื้นฟูภายในศาสนจักรในฝรั่งเศสที่เห็นได้อย่างชัดเจนตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา นั่นคือ จำนวนคนหนุ่มสาวและผู้ใหญ่ที่กำลังขอรับศีลล้างบาปเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นและต่อเนื่อง”
เมื่อกล่าวถึงพิธีมิสซาที่ปลัส เดอ ลา กงกอร์ด ซึ่งมีคริสตชนมาร่วมพิธีกว่า 700,000 คน พระสันตะปาปาทรงมองว่านี่คือภาพของการฟื้นฟูศาสนจักรอย่างแท้จริง
“ในช่วงรับศีลมหาสนิท ทุกคนสามารถรับศีลมหาสนิทได้ ซึ่งมีการแจกจ่ายไปทั่วพื้นที่ นี่คือการสร้างขึ้นใหม่ที่แท้จริง นี่คือการฟื้นฟูศาสนจักรที่มีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่สามารถทำให้เกิดขึ้นได้ ผ่านการเสนอวิงวอนของแม่พระ” พระสันตะปาปาทรงแบ่งปัน
3. ทุกชีวิต แม้เปราะบางที่สุด ก็ยังมีศักดิ์ศรี
หลังจากกรุงปารีส พระสันตะปาปาเสด็จต่อไปยังลูร์ด ซึ่งพระองค์ทรงกล่าวว่า พระเจ้าทรงมอบสารแห่งความหวังและการเกิดใหม่แก่ทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่เจ็บป่วยทั้งทางร่างกายและจิตใจ
“ชีวิตมนุษย์ทุกชีวิต ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพใด แม้ในภาวะที่เปราะบางที่สุด ก็ยังคงมีศักดิ์ศรีที่ไม่มีใครมีสิทธิ์ละเมิด และสมควรได้รับการดูแล การอยู่เคียงข้าง และการช่วยบรรเทาความทุกข์ ด้วยความเห็นอกเห็นใจอย่างมนุษย์ และด้วยความช่วยเหลือจากวิธีการต่างๆ ที่วิทยาศาสตร์มอบให้ ด้วยเหตุนี้ ลูร์ดจึงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งอารยธรรมความรักสำหรับโลกทั้งใบ”
ที่เมืองลูร์ด พระสันตะปาปายังทรงพบผู้เสียหายจากการถูกสงฆ์คาทอลิกล่วงละเมิดทางเพศจำนวน 7 คน พระองค์ขอให้พวกเขาช่วยบอกผู้เสียหายคนอื่นๆ ว่า พระองค์และศาสนจักรต้องการรับฟังและเดินไปกับพวกเขา
“พ่อได้ขอให้พวกเขาช่วยพ่อสื่อสารไปยังผู้เสียหายคนอื่นๆ ด้วย ถึงความปรารถนาของพ่อเองและของศาสนจักรทั้งหมด ที่จะรับฟังพวกเขาและเดินเคียงข้างพวกเขาในขณะที่พวกเขาแสวงหาการเยียวยา ยอมรับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในชีวิตของพวกเขา และทำงานเพื่อป้องกันไม่ให้การล่วงละเมิดเกิดขึ้นอีก” พระสันตะปาปาทรงย้ำ
4. ยุโรปเคยเกิดใหม่จากสงคราม และวันนี้ก็ยังสามารถฟื้นฟูตัวเองได้อีกครั้ง
จุดหมายสุดท้ายของการเสด็จเยือนคือเมืองเม็ตซ์ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากสงครามโลกครั้งที่สอง และเป็นสถานที่ที่โรแบร์ ชูมัน หนึ่งในบุคคลสำคัญของการรวมยุโรป เคยทำงาน พระสันตะปาปาทรงเปรียบยุโรปหลังสงครามกับน็อทเทรอดามหลังเหตุเพลิงไหม้ ทั้งสองต่างผ่านความพินาศมาแล้ว แต่สามารถเกิดใหม่ได้
พระสันตะปาปาตรัสว่า “ยุโรปยุคปัจจุบันถือกำเนิดขึ้นในฐานะโครงการเพื่อสันติภาพ หลังจากความพินาศที่สงครามได้ก่อไว้ เราอาจกล่าวได้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับน็อทเทรอดามแห่งกรุงปารีสจากเหตุเพลิงไหม้ ก็คล้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับยุโรปในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง”
“ยุโรปได้เกิดใหม่ โดยตั้งอยู่บนหลักประชาธิปไตย ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และความเป็นพี่น้องกันระหว่างประชาชน ซึ่งได้รับอิทธิพลอย่างมากจากรากเหง้าคริสตชนของยุโรป และแม้กระทั่งทุกวันนี้ โครงการยุโรปก็ยังสามารถได้รับการฟื้นฟูบนรากฐานเหล่านี้ได้”
พระสันตะปาปายังชี้ว่า ในโลกที่เชื่อมโยงกันมากขึ้น การพูดคุยระหว่างศาสนามีความสำคัญอย่างยิ่ง ด้วยเหตุนี้ ที่เมืองเม็ตซ์ พระองค์จึงทรงพบตัวแทนจากศาสนาต่างๆ ซึ่งร่วมลงนาม “คำเรียกร้องแห่งเม็ตซ์” เพื่อการพูดคุยและสันติภาพ
ช่วงท้าย พระสันตะปาปาทรงย้ำคำขวัญของการเสด็จเยือนว่า “เพื่อโลกจะได้มีชีวิต” และวอนขอให้การเดินทางครั้งนี้ก่อให้เกิดผลอย่างอุดมสมบูรณ์และยั่งยืน
Source:
- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/audiences/2026/documents/20260930-udienza-generale.html
Comments
Post a Comment