โป๊ปย้ำ ศาสนจักรต้องไม่ยืนดูโลกอยู่ห่างๆ แต่ต้องเข้าไปฟังและรับใช้คนที่กำลังทุกข์

➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงย้ำ ศาสนจักรต้องไม่เป็นแค่ “ผู้ชม” ที่ยืนดูสิ่งที่เกิดขึ้นในโลก แต่ต้อง “ฟังด้วยหัวใจ” เข้าไปมีส่วนร่วม และช่วยแบ่งเบาความทุกข์ของผู้คน เฉพาะอย่างยิ่งคนที่เผชิญหน้าความอยุติธรรม การเลือกปฏิบัติ และการกดขี่ข่มเหง


➡️ ทรงชี้ การอยู่ข้างคนยากจนไม่ใช่แค่เรื่องการช่วยเหลือสังคม แต่คริสตชนต้องมองเห็นพระเยซูในตัวคนยากไร้ คอยรับฟังและเป็นปากเสียงแทนพวกเขา 


➡️ ทรงให้มุมมอง โลกทุกวันนี้ก้าวหน้าอย่างมากทั้งวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และเศรษฐกิจ แต่ความก้าวหน้าเหล่านี้กลับกระจุกอยู่ที่คนบางกลุ่ม ขณะที่คนจำนวนมากยังอดอยากและยากจน

➡️ ทรงเตือน ศาสนจักรต้องหมั่นตรวจสอบตัวเองอยู่เสมอว่า สิ่งที่ขับเคลื่อนการทำงานของศาสนจักร ไม่ใช่ชื่อเสียง อำนาจ หรือผลประโยชน์ทางโลก แต่เป็นการเดินตามพระเยซูและรับใช้เพื่อนมนุษย์

Photo Credit: Vatican Media


ช่วงสายวันพุธที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงออกมาพบปะคริสตชนและสอนคำสอนในการเข้าเฝ้าทั่วไป ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน โดยวันนี้ พระสันตะปาปาทรงเริ่มต้นคำสอนหัวข้อใหม่เกี่ยวกับธรรมนูญอภิบาล Gaudium et Spes (ความชื่นชมยินดีและความหวัง) เอกสารสำคัญจากสังคายนาวาติกัน ที่ 2 ที่พูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างศาสนจักรกับโลกสมัยใหม่ ในส่วนใจความสำคัญของบทสอน Pope Report เรียบเรียงมาให้ดังนี้

1. ศาสนจักรต้องไม่เป็นแค่ผู้ชม แต่ต้องเข้าไปฟังและช่วยแบกรับความทุกข์ของผู้คน


พระสันตะปาปาทรงยกคำสอนธรรมนูญความชื่นชมยินดีและความหวัง ที่บอกว่า ความชื่นชมยินดี ความหวัง ความทุกข์ และความกังวลของมนุษย์ โดยเฉพาะคนยากจนและคนที่กำลังทุกข์ ต้องเป็นเรื่องที่ศาสนจักรใส่ใจ


“เราต้องทิ้งความเฉยชาและการไม่สนใจต่อเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ต่อประวัติศาสตร์ และต่อชีวิตของผู้คน โดยเฉพาะเมื่อเรากำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและลึกซึ้งอย่างทุกวันนี้ เราไม่สามารถเป็นเพียงผู้ชมที่ไม่มีส่วนร่วม แต่เราต้องฟังด้วยหัวใจ ยอมให้สิ่งที่เกิดขึ้นตั้งคำถามกับเรา และเข้าไปมีส่วนร่วมกับมัน”


“ผู้มีความเชื่อถูกเรียกให้ช่วยแบกรับภาระของพี่น้อง โดยเฉพาะคนที่กำลังถูกกดทับด้วยความอยุติธรรม การเลือกปฏิบัติ และความรุนแรง” พระสันตะปาปาทรงสอน


2. คนยากจนไม่ใช่แค่คนที่เราต้องช่วย แต่เราต้องมองเห็นพระเยซูในตัวพวกเขา


พระสันตะปาปาทรงยกคำสอนของพระสันตะปาปา ฟรานซิส มาย้ำว่า การอยู่ข้างคนยากจนไม่ใช่เพียงงานช่วยเหลือสังคม แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความเชื่อ เพราะคริสตชนถูกเรียกให้พบพระเยซูในคนเหล่านี้


พระสันตะปาปาตรัสว่า “เราถูกเรียกให้พบพระเยซูคริสต์ในตัวคนยากไร้ ต้องเป็นปากเสียงให้กับสิ่งที่พวกเขาเรียกร้อง ในเวลาเดียวกันก็ต้องเป็นเพื่อนกับพวกเขา รับฟังและพูดแทนพวกเขา และเปิดรับปรีชาญาณที่พระเจ้าต้องการแบ่งปันกับเราผ่านคนเหล่านี้”


3. โลกก้าวหน้าขึ้นมาก แต่คนจำนวนมากยังถูกทิ้งไว้ข้างหลัง


พระสันตะปาปาทรงชี้ถึงความขัดแย้งของโลกทุกวันนี้ว่า เรามีวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้น มีความมั่งคั่งและทรัพยากรมากขึ้น แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ชีวิตของทุกคนดีขึ้นตามไปด้วย


“ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสร้างโอกาสใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง แต่โอกาสเหล่านั้นกลับเข้าถึงได้เพียงบางคน โลกมีความมั่งคั่ง ทรัพยากร และอำนาจทางเศรษฐกิจมากขึ้น แต่ประชากรจำนวนมหาศาลของโลกยังคงต้องทนทุกข์จากความหิวโหยและความยากจน” พระสันตะปาปาทรงให้มุมมอง


พระองค์ยังทรงเตือนว่า แม้เราจะรู้ว่าอนาคตของโลกกำลังมีปัญหา แต่ก็ยังไม่ยอมลด “การบริโภคแบบเห็นแก่ตัว” และยังหลงเชื่อว่าสงครามสามารถเป็นเครื่องมือสร้างสันติภาพได้


4. ศาสนจักรมีหน้าที่รับใช้ ไม่ใช่แสวงหาอำนาจ


ช่วงท้าย พระสันตะปาปาทรงย้ำว่า ศาสนจักรต้องกลับมาตรวจสอบตัวเองอยู่เสมอว่า สิ่งที่ขับเคลื่อนการทำงานของศาสนจักรไม่ใช่ชื่อเสียง อำนาจ หรือผลประโยชน์ทางโลก แต่คือการเดินตามพระเยซูและรับใช้มนุษย์


“ศาสนจักรมีเป้าหมายเพียงอย่างเดียว คือสานต่องานของพระคริสต์ ภายใต้การนำของพระจิต และพระคริสต์เสด็จเข้ามาในโลกนี้เพื่อเป็นพยานถึงความจริง เพื่อช่วยให้รอด ไม่ใช่เพื่อพิพากษา เพื่อรับใช้ ไม่ใช่เพื่อให้คนอื่นมารับใช้พระองค์” พระสันตะปาปาย้ำในตอนท้าย


Source:


- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/audiences/2026/documents/20260902-udienza-generale.html 


Comments