โป๊ปแนะสงฆ์คาทอลิกและนักบวชเมืองนาโปลี จงทำงานอภิบาลแบบธรรมทูต อย่าทำงานแบบต่างคนต่างอยู่ ย้ำให้ฆราวาสเป็นผู้เล่นหลัก ไม่ใช่แค่ผู้ช่วย

➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงแนะบรรดาสงฆ์คาทอลิกและนักบวชเมืองนาโปลี จงเปลี่ยนวิธีการทำงานอภิบาลแบบตั้งรับ ไปเป็น “งานอภิบาลแบบธรรมทูต” ที่ก้าวออกไปสัมผัสชีวิตจริงของผู้คน


➡️ ทรงยกคำสอนของโป๊ป ฟรานซิส มาเตือนบรรดาสงฆ์คาทอลิกให้เอาชนะนิสัยต่างคนต่างอยู่ ด้วยการเลือกที่จะเป็นพี่น้องและทำงานร่วมกัน


➡️ ทรงย้ำ คริสตชนฆราวาสไม่ได้เป็นแค่ “ผู้ช่วย” ของสงฆ์คาทอลิก แต่เป็น “ผู้มีส่วนร่วมอย่างแข็งขัน” ในงานอภิบาลและชีวิตของศาสนจักร



ช่วงบ่ายวันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ได้เสด็จเยือนเมืองนาโปลี ต่อจากการเสด็จเยือนปอมเปอี โดยที่นี่เอง คาร์ดินัล โดเมนิโก้ บัตตาเกลีย อาร์คบิช็อปแห่งเขตศาสนปกครองนาโปลี ได้มารอต้อนรับและพาพระสันตะปาปาเข้าไปยังอาสนวิหารแห่งนาโปลี เพื่อพบปะและให้โอวาทแก่บรรดาสงฆ์คาทอลิกและนักบวชชาหญิง


หลังจากเข้ามาในอาสนวิหาร พระสันตะปาปาได้มาภาวนาที่หน้าตู้ศีลและรูปนักบุญเจนนาโร่ องค์อุปถัมภ์ของเมือง พร้อมยกผอบที่บรรจุเลือดของนักบุญเจนนาโร่ขึ้นแสดงความเคารพด้วย


สำหรับใจความสำคัญของสิ่งที่พระสันตะปาปาตรัสกับบรรดาสงฆ์คาทอลิกและนักบวชทุกคน Pope Report สรุปประเด็นมาให้ดังนี้


1. มาเยือนนาโปลี เพื่อมา “รับเชื้อความร่าเริง” ของคนในเมืองนี้


พระสันตะปาปาเริ่มต้นด้วยการชื่นชมความร่าเริงของชาวนาโปลี แม้จะต้องเผชิญกับปัญหาทางสังคมมากมาย โดยยกคำสอนของพระสันตะปาปา ฟรานซิส มาตอกย้ำเรื่องนี้


“พระสันตะปาปา ฟรานซิส เคยมาที่นี่ในปี 2015 พระองค์กล่าวไว้ว่า ‘ชีวิตในเนเปิลส์ไม่เคยง่ายดาย แต่ก็ไม่เคยเศร้าหมอง’ นี่คือทรัพยากรที่ยิ่งใหญ่ของพวกท่าน นั่นคือความชื่นชมยินดี ความเบิกบานใจ วันนี้พ่อมาที่นี่เพื่อมารับเชื้อแห่งความชื่นชมยินดีนี้ด้วย” พระสันตะปาปา ตรัสพร้อมรอยยิ้ม


2. เมื่อเหนื่อยล้าจากงานอภิบาล จงให้พระเยซูดูแลหัวใจ


พระสันตะปาปาชาวอเมริกันทรงเข้าใจดีว่า ภาระงานอภิบาลในเมืองที่มีความเหลื่อมล้ำนั้นหนักหนาสาหัสเพียงใด บรรดาสงฆ์คาทอลิกและนักบวชทุกคนจึงควรให้พระเยซูเข้ามาเป็นผู้ดูแลจิตใจ


“บ่อยครั้งเราก็ก้าวเดินต่อไปบนเส้นทางของเราโดยไม่สามารถตีความหมายสัญญาณแห่งประวัติศาสตร์ได้ และบางครั้งด้วยความท้อแท้และผิดหวังจากปัญหามากมาย เราก็มีใบหน้าที่เศร้าหมองและมีความขมขื่นในใจ แต่พระเยซูเสด็จมาเคียงข้างและเดินไปกับเรา ท่าทีของพระองค์คือท่าทีของผู้ที่เอาใจใส่ดูแล พ่ออยากให้เราหยุดคิดก่อนอื่นเลยถึงความสำคัญของการดูแลภายใน ซึ่งก็คือการดูแลหัวใจของเรา” พระสันตะปาปา ตรัสสอน


3. ต้องเอาชนะ “การต่างคนต่างอยู่” ด้วยความเป็นพี่น้อง

เพื่อรับมือกับความโดดเดี่ยวในการทำงาน บิช็อปแห่งกรุงโรมสอนว่า สงฆ์คาทอลิกและนักบวชต้องไม่ทำงานแบบตัวใครตัวมัน พร้อมยกคำสอนของพระสันตะปาปา ฟรานซิส มาย้ำเตือนอีกครั้ง


“พระสันตะปาปา ฟรานซิส ยืนยันว่า การที่ต่างคนต่างอยู่และมันกระจายไปเรื่อยๆในเขตศาสนปกครองของเรา เราต้องตอบโต้ด้วยการเลือกที่จะเป็นพี่น้องกัน ... ไม่ใช่อยู่ร่วมกันแค่การประชุมหรืองานอีเว้นต์บางงานเท่านั้น แต่คือการทำงานเพื่อเอาชนะการล่อลวงของการต่างคนต่างอยู่ ขอให้เราคิดถึงการที่สงฆ์คาทอลิกและนักบวชทำงานร่วมกัน ขอให้เราฝึกฝนศิลปะแห่งความใกล้ชิด” พระสันตะปาปา ตรัสย้ำ


4. เปลี่ยน “งานอภิบาลแบบรักษาสภาพ” สู่ “แบบธรรมทูต”

พระสันตะปาปาทรงขอให้ทุกคนนำ “วิธีการรับฟัง” ของสมัชชาบิช็อปคาทอลิก มาเปลี่ยนรูปแบบงานอภิบาลให้เข้าถึงประชาชน โดยเฉพาะคนชายขอบของสังคม


“พ่อขอเชิญชวนพวกท่านให้รักษาและนำวิธีการของสมัชชาบิช็อปคาทอลิกมาเป็นของพวกท่านเป็นอันดับแรก นั่นคือการฝึกฝนที่จะรับฟังซึ่งกันและกัน ... จงสร้างวงดนตรีซิมโฟนี่แห่งพระพรและพันธกิจ และด้วยวิธีนี้จงค้นหาวิธีการที่จะเปลี่ยนจากงานอภิบาลแบบรักษาสภาพไปสู่งานอภิบาลแบบธรรมทูต ซึ่งสามารถเข้าถึงชีวิตจริงของผู้คนได้” พระสันตะปาปา ตรัสเตือนสติ


5. คริสตชนฆราวาสไม่ใช่แค่ “ผู้ช่วย” แต่คือผู้มีส่วนร่วมหลัก

พระสันตะปาปาจากคณะออกัสติเนี่ยน ทรงเน้นย้ำถึงบทบาทของคริสตชนฆราวาสว่า ต้องเป็นตัวหลักในการประกาศข่าวดี ร่วมกับสงฆ์คาทอลิกและนักบวช


“การประกาศพระวรสารไม่สามารถละเลยจากการดำรงอยู่อย่างเป็นรูปธรรมและเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันได้ ซึ่งต้องอาศัยทุกคนและแต่ละคน ทั้งสงฆ์คาทอลิก นักบวช และคริสตชน ทุกคนคือผู้มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในงานอภิบาลและในชีวิตของศาสนจักร และไม่ใช่เป็นเพียงแค่ผู้ช่วยเหลือเท่านั้น” พระสันตะปาปา ทรงย้ำ


6. อย่าท้อแท้ เราทุกคนอยู่ในเรื่องราวความรักของพระเจ้า


ตอนท้าย พระสันตะปาปาทรงให้กำลังใจทุกคนว่า งานที่ทำอยู่นี้คือการสานต่อประวัติศาสตร์ความรักของพระเจ้า


“อย่าลืมว่าพวกท่านอยู่ท่ามกลางเรื่องราวความรัก นั่นคือเรื่องราวของพระเจ้าที่มีต่อประชากรของพระองค์ ซึ่งเริ่มต้นมาก่อนหน้าพวกท่านและจะไม่จบลงที่พวกท่าน พวกท่านอยู่ในนั้นในฐานะชิ้นส่วนที่พิเศษและจำเป็น พวกท่านอยู่ในนั้นก็เพื่อที่ว่าแม้ในโครงข่ายที่หนาทึบของความมืดมิด พวกท่านก็สามารถจุดแสงสว่างขึ้นมาได้ อย่ากลัว อย่าท้อแท้” พระสันตะปาปา ตรัสปิดท้าย


Source:


- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/it/speeches/2026/may/documents/20260508-napoli-visita-duomo.html 


Comments