โป๊ปชี้ คำสอนของนักบุญออกัสตินที่ให้เราแสวงหาพระเจ้าและเคารพกันแม้มีความแตกต่าง ยังทันสมัยและจำเป็นต่อโลกทุกวันนี้
➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงชี้ แม้นักบุญออกัสตินจะเป็นบุคคลในอดีต แต่คำสอนที่ให้แสวงหาพระเจ้าและการเคารพกันแม้เราจะแตกต่างกัน ยังคงทันสมัยและจำเป็นต่อโลกทุกวันนี้
➡️ ทรงย้ำ การไปเยือนมัสยิดใหญ่คือภาพสะท้อนที่ชัดเจนว่า แม้เราจะมีความเชื่อและวิธีภาวนาที่ต่างกัน แต่ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติได้ นี่คือสิ่งที่โลกต้องการเห็น
ช่วงเช้าวันพุธที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ได้ถวายมิสซาในวัดน้อยประจำสถานทูตวาติกันประจำกรุงอัลเจียร์ จากนั้น พระองค์ได้ประทับเครื่องบินออกจากกรุงอัลเจียร์ ประเทศอัลจีเรีย มุ่งหน้าสู่กรุงยาอุนเด้ ประเทศแคเมอรูน
โดยระหว่างอยู่บนเครื่องบิน พระสันตะปาปาได้ใช้เวลาทักทายบรรดานักข่าวบนเครื่องบิน พร้อมกล่าวสรุปภาพรวมของการเสด็จเยือนประเทศอัลจีเรีย ซึ่ง Pope Report ได้สรุปประเด็นสำคัญมาให้ดังนี้
1. คำสอนของนักบุญออกัสตินยังคงทันสมัยและจำเป็น
พระสันตะปาปาทรงย้อนรำลึกถึงการไปเยือนเมืองฮิปโป ซึ่งนักบุญออกัสตินเคยเป็นบิช็อปนานกว่า 30 ปี โดยชี้ว่าคำสอนของท่านนักบุญยังคงเป็นที่ต้องการของโลกในยุคปัจจุบัน
“นักบุญออกัสตินเป็นบุคคลที่มาจากอดีตและบอกเล่าให้เราฟังถึงชีวิตของศาสนจักรในช่วงศตวรรษแรกๆ แต่ท่านยังคงเป็นบุคคลที่มีความสำคัญอย่างยิ่งจนถึงทุกวันนี้ คำเชิญชวนให้แสวงหาพระเจ้าและแสวงหาความจริง คือข้อความที่เราต้องการอย่างมากในโลกยุคนี้ ข้อความนี้ทันสมัยมากสำหรับเราทุกคนผู้มีความเชื่อในพระเยซูคริสต์ และรวมถึงทุกคนด้วย” พระสันตะปาปาอธิบาย
2. แสวงหาความเป็นหนึ่งเดียวกันแม้จะแตกต่าง
ในฐานะที่ทรงเป็น “ลูกชายของนักบุญออกัสติน” พระสันตะปาปาทรงถือเป็นพระพรพิเศษที่ได้กลับมาเยือนแผ่นดินของบิดาผู้ยิ่งใหญ่แห่งศาสนจักร และนำวิสัยทัศน์ของท่านมามอบให้แก่โลก
“พ่อขอมอบวิสัยทัศน์ของบิดาผู้ยิ่งใหญ่แห่งศาสนจักรแก่โลก นั่นคือการแสวงหาพระเจ้าและความพยายามในการสร้างชุมชน การแสวงหาความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในหมู่ชนทุกชาติ และการเคารพซึ่งกันและกันแม้จะมีความแตกต่าง” พระสันตะปาปาแบ่งปัน
3. ต่างความเชื่อ ต่างการภาวนา แต่เราอยู่ร่วมกันได้
ช่วงท้าย พระสันตะปาปาทรงยกตัวอย่างเหตุการณ์สำคัญในช่วงที่อยู่ในอัลจีเรีย คือการเสด็จเยือนมัสยิดใหญ่ ซึ่งเป็นภาพสะท้อนแห่งสันติภาพที่ชัดเจนที่สุด
“การมาเยือนมัสยิดใหญ่แสดงให้เห็นว่า แม้เราจะมีความเชื่อที่ต่างกัน มีวิธีสวดภาวนาและดำเนินชีวิตที่ต่างกัน แต่เราก็ยังสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติได้ การส่งเสริมภาพลักษณ์นี้คือสิ่งที่โลกต้องการในปัจจุบัน และเป็นสิ่งที่เราสามารถมอบให้ร่วมกันต่อไปด้วยการเป็นพยานของเราในขณะที่เราสานต่อการเดินทางนี้” พระสันตะปาปาตรัสทิ้งท้าย
Source:

Comments
Post a Comment