โป๊ปให้กำลังใจ อนาคตของเราสามารถเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ไม่ว่าอดีตจะบอบช้ำเพียงใด สอน เราอยากให้คนอื่นปฏิบัติกับเราแบบไหน เราก็ต้องปฏิบัติต่อเขาแบบนั้น

➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงให้กำลังใจ อนาคตของเราสามารถเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ไม่ว่าอดีตจะบอบช้ำเพียงใด เพราะพระเยซูร่วมแบกภาระนั้นไปกับเรา ตัวอย่างชัดๆคือนักบุญออกัสตินที่เคยมีอดีตอันย่ำแย่ แต่อาศัยคำภาวนาและน้ำตาของนักบุญโมนิก้า แม่ของตัวเอง ท่านจึงกลับใจมาหาพระเจ้าได้อย่างแท้จริง


➡️ ทรงชี้ ศาสนจักรต้องขับเคลื่อนด้วยความรักและการให้พระเจ้าเป็นศูนย์กลาง ไม่ใช่คำมั่นสัญญาทางสังคม เราอยากให้คนอื่นปฏิบัติกับเราแบบไหน เราก็ต้องปฏิบัติต่อเขาแบบนั้น



วันอังคารที่ 14 เมษายน ซึ่งเป็นวันที่สองของการเสด็จเยือนประเทศอัลจีเรีย พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ได้ตามรอยนักบุญออกัสติน บิดาฝ่ายจิตของพระองค์ ด้วยการไปยังแหล่งโบราณคดีฮิปโป เมืองอันนาบา ซึ่งนักบุญออกัสตินเคยปฏิบัติพันธกิจในฐานะบิช็อป ตั้งแต่ ค.ศ.396 จนสิ้นใจใน ค.ศ.430 ด้วยวัย 75 ปี แม้พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 จะเป็นพระสันตะปาปาองค์แรกที่เสด็จเยือนอัลจีเรีย แต่พระองค์เคยเยือนเมืองนี้มาแล้วถึง 2 ครั้งก่อนรับตำแหน่ง


หลังจากการเยี่ยมชมแหล่งโบราณคดี พระสันตะปาปาได้ไปเยี่ยมผู้สูงอายุ จากนั้น ได้มาเป็นประธานในมิสซา ณ มหาวิหารนักบุญออกัสติน ท่ามกลางคริสตชนที่มาร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก


สำหรับใจความสำคัญของบทเทศน์ที่พระสันตะปาปาตรัสสอน Pope Report สรุปมาให้ดังนี้


1. เริ่มต้นชีวิตใหม่โดยพระเจ้า คือเสรีภาพ ไม่ใช่ข้อบังคับ


พระสันตะปาปาเริ่มต้นบทเทศน์ด้วยการกล่าวถึงพระวรสารที่พระเยซูพบกับนิโคเดมัส พระเยซูทรงเรียกร้องให้เขา “บังเกิดใหม่จากเบื้องบน” หรือเริ่มต้นชีวิตใหม่โดยมีพระเจ้าเป็นศูนย์กลาง โดยทรงอธิบายว่านี่ไม่ใช่ข้อบังคับที่ตัดสินลงโทษ


“ข้อผูกมัดที่พระเยซูทรงแสดงออกคือของขวัญแห่งเสรีภาพสำหรับพวกเรา เพราะมันได้เปิดเผยให้เห็นถึงความเป็นไปได้ที่คาดไม่ถึง นั่นคือ เราสามารถบังเกิดใหม่จากเบื้องบนด้วยพระเจ้า ดังนั้น เราควรทำเช่นนั้นตามพระประสงค์อันเปี่ยมด้วยความรักของพระองค์ ในขณะที่พระเยซูทรงเชิญชวนเราให้รื้อฟื้นชีวิตใหม่ทั้งหมด พระองค์ก็ทรงประทานความเข้มแข็งให้เราทำเช่นนั้นด้วย” พระสันตะปาปาอธิบาย


2. ทิ้งอดีตที่หนักอึ้ง เพราะพระเยซูแบกภาระนั้นกับเรา


พระสันตะปาปาทรงยืนยันว่าอนาคตของทุกคนสามารถเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ไม่ว่าอดีตจะบอบช้ำเพียงใด พร้อมยกตัวอย่างน้ำตาของนักบุญโมนิก้าที่นำไปสู่การกลับใจของนักบุญออกัสติน ลูกชายตัวเอง


“เราสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้จริงๆหรือ ได้สิ คำตอบของพระเจ้าซึ่งเต็มไปด้วยความรัก ทำให้หัวใจของเราเปี่ยมด้วยความหวัง ไม่ว่าเราจะถูกกดทับด้วยความเจ็บปวดหรือบาปมากเพียงใด ผู้ที่ถูกตรึงกางเขนทรงแบกรับภาระเหล่านี้ทั้งหมดไปพร้อมกับเราและเพื่อเรา ... แต่ละคนสามารถสัมผัสถึงอิสรภาพของชีวิตใหม่ที่มาจากความเชื่อในพระผู้ไถ่ นักบุญออกัสตินคือแบบอย่างในเรื่องนี้ ในการเกิดใหม่ซึ่งได้รับการประคับประคองโดยน้ำตาของแม่ของท่านเองคือนักบุญโมนิก้า”


3. ศาสนจักรขับเคลื่อนด้วยความรักและการแบ่งปันที่ทำได้จริง


พระสันตะปาปาชาวอเมริกัน ทรงชี้ให้เห็นว่าการปฏิรูปศาสนจักรต้องเริ่มจากภายใน และการเลียนแบบวิถีชีวิตของคริสตชนยุคแรกเริ่มที่เน้นความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน


“ประการแรก ‘กลุ่มคน’ ที่เชื่อนั้นมีใจหนึ่งใจเดียวกัน ความเป็นหนึ่งเดียวกันฝ่ายจิตนี้คือความสอดคล้องกัน ศาสนจักรในยุคแรกไม่ได้ตั้งอยู่บนสัญญาทางสังคม แต่ตั้งอยู่บนความกลมกลืนกันของความเชื่อ ความรัก และการตัดสินใจในชีวิตที่มีศูนย์กลางอยู่ที่ความรักของพระเจ้า


ประการที่สอง ‘ทุกสิ่งล้วนเป็นของส่วนรวม’ ทุกคนมีทุกสิ่ง แบ่งปันสิ่งของให้แก่กันและกันในฐานะอวัยวะของร่างกายเดียวกัน เมื่อเผชิญกับความยากจนและการกดขี่ หลักการนำทางที่สำคัญที่สุดสำหรับคริสตชนคือความรักความเมตตา ให้เราทำต่อผู้อื่นเหมือนที่เราอยากให้เขาทำต่อเรา” พระสันตะปาปา ทรงเทศน์สอน


4. คริสตชนคือ “กำยาน” ที่ส่งกลิ่นหอมของการให้อภัย


ช่วงท้าย พระสันตะปาปาทรงฝากข้อคิดถึงคริสตชนในอัลจีเรียที่เป็นคนกลุ่มเล็กๆของประเทศ ให้ดำเนินชีวิตเป็นพยานถึงความรักของพระเยซูอย่างเรียบง่ายในสังคม


“คริสตชนที่รักยิ่งแห่งอัลจีเรีย พวกท่านยังคงเป็นเครื่องหมายที่ถ่อมตนและซื่อสัตย์ถึงความรักของพระคริสต์ในดินแดนแห่งนี้ จงเป็นพยานถึงพระวรสารผ่านการกระทำที่เรียบง่าย ความสัมพันธ์ที่จริงใจ และการเสวนาที่ดำเนินไปในแต่ละวัน ... การปรากฏตัวของพวกท่านเปรียบเสมือนกำยาน เมล็ดเล็กๆ ที่เปล่งประกายและส่งกลิ่นหอม เพราะมันถวายเกียรติแด่พระเจ้า และมอบความชื่นชมยินดีและการปลอบโยนแก่พี่น้องชายหญิงมากมาย”


“ขอให้พวกท่านเป็นทายาทของประเพณีนี้ เป็นพยานผ่านความรักแบบพี่น้องถึงอิสรภาพของผู้ที่เริ่มต้นชีวิตใหม่โดยพระเจ้า เพื่อเป็นความหวังแห่งความรอดพ้นสำหรับโลก” พระสันตะปาปาตรัสทิ้งท้าย


Sources:


1. https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/speeches/2026/april/documents/20260414-algeria-anziani.html


2. https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/events/event.dir.html/content/vaticanevents/en/2026/4/14/algeria-messa-annaba.html 


Comments